- 22 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 22 พ.ค. 2560 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 พล.ต.ท.จตุพล ปานรักษา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ในเรื่อง นายสุรศักดิ์ คันทมาตร์ อายุ 23 ปี และนาย สุรชัย ภูมิภาค อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาคดีมียาบ้าไว้ในความครอบครอง เพื่อจำหน่าย หลบหนีจากห้องขัง สถานีตำรวจภูธรโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด ตอนเช้ามืดวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจาก ด.ต.ฉลาด แน่นอุดร สิบเวร ไขกุญแจห้องขังให้ น.ส.ไอรดา พลเยี่ยม และ น.ส.เสาวลักษณ์ เสมอใจ แฟนของผู้ต้องหาทั้งสองเข้าไปเยี่ยมในห้องขัง และฉวยโอกาสตอนที่สิบเวรเผลอวิ่งสวนออกไป
พล.ต.ท.จตุพล ปานรักษา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวว่า ในเรื่องดังกล่าวได้รับ รายงานจาก พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 และ พล.ต.ต.สมชาย นุ่มโต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตามที่เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้นมา ระบุมี ความผิดชัดเจนจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ในห้องควบคุม สภ.โพนทอง ตนจึงได้สั่งการลงไปให้ ด.ต.ฉลาด ออกจากราชการไว้ก่อน ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ พร้อมกับให้มี การสอบสวนหาข้อเท็จจริง ถ้าผลการสอบสวนชี้ชัดว่าเป็นความบกพร่อง หรือ ความผิดของใคร ก็ต้องดำเนิน คดีทุกราย ส่วนผู้ต้องหา 2 ราย ที่หลบหนีออกจากห้องควบคุมก็ต้องดำเนินการติดตามจับกุม ส่วนแฟนสาว 2 คนที่มาเยี่ยมก็ต้องถูกดำเนินคดีเช่นกันในฐานะผู้ช่วยเหลือให้ผู้ต้องหาทั้งสองคนหลบหนี
พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่า การดูภาพวงจรปิดชัดเจนมาก โดยเฉพาะ ด.ต.ฉลาด แน่นอุดร สิบเวร สภ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ที่รับผิดชอบห้องควบคุมผู้ต้องหา ในวันเกิด เหตุได้เปิดประตูห้องขัง และให้ผู้ต้องหาออกมาในยามวิกาล ถือว่าเป็นเรื่องผิดวิสัยอย่างมาก ทาง ผบก.ภ.จว. ร้อยเอ็ดจึงได้ตั้งกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงถ้าพบว่าสอบสวนไปถึงใครมีความผิดชัดเจนก็ต้องดำเนินคดีอาญาทุกคน โดยเฉพาะพฤติกรรมของ ด.ต.ฉลาดที่ได้กระทำการตามภาพในกล้องวงจรปิด และสื่อ ในโลก โซเชี่ยนมีความผิดชัดเจน และ ด.ต.ฉลาดบอกว่าโดนยาสั่ง เรื่องนี้คงไม่น่าจะใช่คงเป็นไป ตามข่าวมาก กว่า เพราะการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นไม่เกี่ยวกลับ ยาสั่ง แต่เป็นความบกพร่องเลินเล่อของ ด.ต.ฉลาด มากกว่า ซึ่งไม่น่าจะกระทำให้เกิดขึ้นมาเลย จึงเป็นความผิดชัดเจนมากผู้บังคับบัญชา โดยตรงต้องดำเนินการ โดยเด็ดขาดทั้งทางวินัยและอาญา
ภาพ/ข่าว นิติกรณ์ ฝางมาลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ขอนแก่น
