- 23 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ 23 พ.ค.60 จากกรณีที่ครูโรงเรียนบ้านเสม็ด ต.สำโรง อ.พลับพลาชัย จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 6 คน ร้องผ่านสื่อ ว่าถูกเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทยสาขาธานี บุรีรัมย์ ยัดหนี้ให้รายละ 8 แสนถึงกว่า 1 ล้านบาท ทำให้เงินเดือนที่เคยเหลือไว้เป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือนถูกหักจนหมดบัญชีทุกเดือน โดยต่อมามีครูอีกหลายคน ถูกยัดหนี้ในลักษณะเดียวกัน และทุกคนได้พยายามติดต่อธนาคารแต่ได้รับการปฏิเสธมาโดยตลอด จึงต้องร้องเรียนผ่านสื่อตามเป็นข่าวมาก่อนหน้านี้
จนกระทั่งทราบต่อมาว่าผู้วางแผนและก่อเหตุ เป็นหัวหน้าฝ่ายสินเชื่อธนาคารกรุงไทยสาขาธานี บุรีรัมย์ กระทำในลักษณะใช้อำนาจหน้าที่ของตัวเองโยกเอายอดเงินของครูที่กู้เพิ่มจากวงเงินเดิมที่กู้ไว้ จากปกติหัวหน้าสินเชื่อจะต้องเอายอดเงินกู้บัญชีใหม่ไปตัดยอดบัญชีเก่า โดยผู้กู้จะได้รับเงินเพียงส่วนต่างจากที่กู้เพิ่มไปเท่านั้น
ทำให้ครูที่โชคร้าย มียอดเงินกู้ 2 บัญชี คือบัญชีเก่าและบัญชีใหม่ เท่ากับครูมียอดเงินกู้เพิ่มอีกคนละกว่าเท่าตัว ทั้งที่ได้รับเงินมาเพียงส่วนต่าง (ตัวอย่าง”บัญชีแรกกู้ 1 ล้านตามฐานเงินเดือนของครูแต่ละคน ต่อมาเงินเดือนขึ้นตามขั้น มีเพดานกู้ได้ 1.4 ล้าน ไปขอกู้เพิ่ม ครูก็จะได้เพียงส่วนต่างคือ 4 แสน)
หลังจากกระแสข่าวแพร่กระจายไปเป็นวงกว้าง ธนาคารกรุงไทย ได้ออกมาชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจะหาวิธีแก้ไขปัญหาให้กับครูที่เดือนร้อนขณะนั้นกว่า 10 รายซึ่งแต่ละคนมีหนี้เพิ่มคนละ 800,000-1,200,000 บาท
ต่อมาในช่วงปลายปี 59 ครูที่เดินเรื่องเข้าแจ้งความทั้งหมด ได้รับข่าวดีจากธนาคารกรุงไทย ว่า จะมีข่าวดีในเดือนมกราคม 2560 คือธนาคาร จะตัดหนี้ให้ทั้งหมด สร้างความโล่งอกให้กับครู ซึ่งหลายคนต้องกู้เงินนอกระบบมาใช้จ่ายภายในครัวเรือน เพราะเงินเดือนถูกหักชำระหนี้ทั้งหมด
นายภูภิภัคพงศ์ กระเชือนรัมย์ อายุ 46 ปี ครูโรงเรียนเสม็ด หนึ่งในครูผู้เสียหาย กล่าวว่า ตั้งแต่ได้รับแจ้งว่าให้คอยรับข่าวดี ครอบครัวต่างดีใจ แต่รอแล้วรอเล่า จนต้องไปติดตามความคืบหน้าทั้งธนาคารและตำรวจ
ปรากฏได้รับความตอบที่ต้องนอนไม่หลับอีก เพราะธนาคารไม่สนใจที่จะเดินเรื่องให้ ไม่มีคำตอบว่าจะได้ปลดหนี้วันไหน สอบถามตำรวจก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆทั้งสิ้น
ตอนนี้แต่ละคนเริ่มไม่มีสติในการสอนหนังสือเด็กแล้ว เพราะหมดกำลังใจ ไม่มีเงินเลี้ยงชีพคนในครอบครัว ต้องกู้เงินนอกระบบมาใช้จ่าย ซึ่งจากการติดตามยังได้รับข้อมูลอีกว่า มีคนที่ถูกยัดหนี้แต่ไม่รู้ตัวอีกรวมแล้วกว่า 100 คน
ตนเองจึงสอบถามทนายของธนาคาร กลับได้รับคำตอบว่า “กลุ่มที่ไม่รู้ถือว่าซวยไป”ความสึกส่วนตัวมีการเห็นใจครูที่ไม่รู้ตัวว่าโดนยัดหนี้ เพราะอาจจะมีธุรกิจส่วนตัวโดยใช้บัญชีธนาคารกรุงไทย จึงไม่รู้ยอดเงินเดือนของตัวเอง
นายภูภิภัคพงศ์ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมากว่า 8 เดือนที่วิ่งเต้น ไม่มีอะไรคืบหน้า มีแต่ให้ความหวัง สุดท้ายก็เงียบไปอีก จึงอยากจะเรียกร้องให้ผู้ใหญ่หรือนายกรัฐมนตรี ใช้มาตราใดก็ได้เข้ามาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของครูบ้านนอก ที่กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างสาหัส หรือต้องให้ครูเอาชีวิตเข้าแลกก่อนจึงจะออกมาช่วยเหลือเพราะตอนนี้เป็นวิกฤติแล้ว
ภาพ-ข่าว/ณทชา อยู่ประพัต ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ จ.บุรีรัมย์ รายงาน
