- 25 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
กรณี “เจ๊สุ” เจ้าแม่เงินกู้นอกระบบคิดดอกเบี้ยโหดกับชาวบ้านในจังหวัดนครพนม อาศัยคุ้นเคยกับนักกฎหมายใช้เล่ห์เหลี่ยมแต้มคูต่าง ๆ ยึดที่ดินลูกหนี้ ซึ่งคาดว่ามีมากกว่า 100 ราย ก่อนจะถูก เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมนางสาวสุนภา หรือสุพิชญ์ฌา เรืองสุวรรณ หรือ อภิชัจฐ์โภคิน อายุ 56 ปี เจ้าของ บจ.มิตรศิลป์มอเตอร์ไซด์ เลขที่ 924/1-4 ถ.อภิบาลบัญชา เขตเทศบาลเมืองนครพนม เบื้องต้นได้ตรวจยึดเอกสารเกี่ยวกับการจดจำนองที่ดิน โฉนดที่ดิน เงินสด 420,000 บาท สมุดเงินฝากธนาคาร 31 เล่ม เครื่องประดับ 11 รายการ มูลค่ากว่า 3 ล้านบาทฯลฯ ไว้ทำการตรวจสอบ นอกจากนี้ทางจังหวัดมอบให้ศูนย์ดำรงธรรมเป็นคนกลาง นัดเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว
ล่าสุด เวลา 16.30 น. วันที่ 25 พ.ค. 2560 ที่ห้องประชุมพระธาตุนคร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดนครพนม นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผวจ.นครพนม และ ดร.ไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ รอง ผวจ.ฯ เปิดแถลงข่าวเพราะยังไม่พอใจในผลเจรจาไกล่เกลี่ยที่ผ่านมานัก โดยเฉพาะในรายของ นางลัดดาวัลย์ คำบุญ อายุ 65 ปี มีศักดิ์เป็นพี่สาวของ นางสุวรรณหงส์ น้อยนันตะ บ้านเลขที่ 57 หมู่ 1 บ้านนาถ่อนทุ่ง ต.นาถ่อน อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ซึ่งผูกคอตายจากการถูกนายทุนยึดที่ โดยนางลัดดาวัลย์เข้ามาพัวพันเนื่องจากเป็นผู้ค้ำประกัน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2545 นางสุวรรณหงส์ผู้ตาย และ นางลัดดาวัลย์ พี่สาว นำที่ดินจำนวน 2 แปลง ไปจำนองกับ “เจ๊สุ” กู้เงินให้ลูกไปทำงานต่างประเทศ จำนวน 150,000 บาท “เจ๊สุ”จดจำนองที่ดินแปลงของนางสุวรรณหงส์ 200,000 บาท ส่วนของนางลัดดาวัลย์ที่นายทุนอ้างนำมาค้ำประกันนั้น จดจำนอง 70,000 บาท รวมสองแปลงเป็นเงิน 270,000 บาท และได้ผ่อนส่งดอกเบี้ยเรื่อยมาจนกระทั่งเมื่อปี 2552 เจ๊สุยื่นฟ้องศาลเพื่อยึดที่นางสุวรรณหงส์และขับไล่ออกจากบ้าน จนต้องย้ายครอบครัวไปเช่าบ้านอยู่ที่อื่น ด้วยความเครียดปี 2554 นางสุวรรณหงษ์คิดสั้นผูกคอตาย ส่วนนางลัดดาวัลย์พี่สาวได้ยืมเงินญาติไปไถ่ที่ดินของตัวเองเป็นเงินทั้งสิ้น 190,000 บาท ส่วนที่บ้านนางสุวรรณหงส์โดนยึดเมื่อปี 59 ที่ผ่านมา และจะประกาศขายทอดตลาดในกลางเดือนหน้าที่จะถึงนี้
ผลการเจรจาไกล่เกลี่ย เมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา นางลัดดาวัลย์ คำบุญ ในฐานะผู้ค้ำประกันที่ออกมาต่อสู้แทนน้องสาว ยืนยันว่าค้างชำระหนี้เจ๊สุเป็นเงิน 192,000 บาทเท่านั้น แต่เจ้าหนี้ต้องการให้ชำระหนี้จำนวน 280,000 บาท แม้ผลการเจรจาจะสรุปยอดว่านางลัดดาวัลย์ต้องจ่ายตามที่เจ๊สุเรียกร้อง นายสมชายฯ ผวจ.นครพนม เห็นว่าลูกหนี้ยังไม่ได้รับความเป็นธรรมที่แท้จริง จึงติดต่อเจ๊สุให้ยึดหลักความจริง อย่าอ้างอิงเอกสาร ควรผ่อนปรนลงมา ซึ่งภายหลังเจ๊สุเจ้าแม่เงินกู้นอกระบบคนดังก็โอนอ่อนผ่อนตาม ยอมรับในเงื่อนไขให้นางลัดดาวัลย์ชำระหนี้ตามยอดจริงคือ 192,000 บาท ผวจ.นครพนมจึงจะเชิญคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาทำสัญญาตกลงใหม่ในวันต่อไป นอกจากนี้ นายสมชาย ฯ ผวจ.นครพนม ได้สอบถาม นายสุเมษ เทียนไพบูลย์ ผอ.สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครพนม ถึงคดีของเจ๊สุมีข้อมูลอยู่กี่ราย ซึ่งนายสุเมษนำเอกสารที่เตรียมมาชี้แจงว่าคดีชื่อบุคคลรวมฟ้องศาล มีทั้งสิ้น 65 คดี ยอดทุนรวม 15,303,647 บาท แยกเป็นดังนี้บังคับคดีเสร็จ 35 คดี ทุนทรัพย์ 7,907,292 บาท , อยู่ในระหว่างบังคับคดี 5 คดี ทุนทรัพย์ 954,700 บาท , ยังไม่ได้ตั้งเรื่อง 6 คดี ทุนทรัพย์ 2,984,887 บาท , และไม่มีหมายบังคับคดีอีก 19 คดี ทุนทรัพย์ 3,456,767 บาท ส่วนคดีชื่อนิติบุคคลรวมฟ้องศาล มีอยู่ 3 คดี ทุนทรัพย์ 1,081,442 บาท รวมคดีของเจ๊สุอยู่ในสำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครพนม 68 คดี ทุนทรัพย์ 16,385,089 บาท ถือว่าเป็นยอดตัวเลขที่สูงมาก นายสมชายฯจึงจะหารือกับฝ่ายกฎหมายเพื่อรื้อฟื้นคดีเหล่านี้กลับมาใหม่ โดยให้ศูนย์ดำรงธรรมเป็นแกนกลางเชิญคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาเจรจาไกล่เกลี่ย หากลูกหนี้คนไหนต้องการเจรจาให้ติดต่อศูนย์ดำรงธรรมโดยตรง และทราบว่าขณะนี้มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีเข้าไปยุยงลูกหนี้เจ๊สุ โดยเรียกรับผลตอบแทน หากพบเจอให้แจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายทันที เพราะศูนย์ดำรงธรรมเป็นหน่วยงานราชการ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น นายสมชายฯ ผวจ.นครพนม กล่าวในที่สุด
ภาพ/ข่าว ประทีป วชิระธัญญากุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครพนม
