ไม่รอดกฎหมาย!! จนท.ได้เบาะแสแก๊งขโมยปะการังจานใหญ่สุดในอ่าวไทย ในพื้นที่รอยต่อ 2 จังหวัด คาดตามจับได้เร็วๆนี้!!

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

จากกรณีเจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง( สบช.) ที่3 และ 4 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง( ทช. )ได้รับแจ้งจากผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวชุมชนว่าปะการังจานขนาดใหญ่สุดในอ่าวไทย เส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เมตร ประเมินค่าไม่ได้ ในถ้ำหน้าอ่าวกรวด เกาะเวียง ในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ที่ อ.ปะทิว จ .ชุมพร ถูกแก๊งค้าปะการังขโมยไปจากถ้ำดังกล่าวนั้น ต่อมาเจ้าหน้าที่ ได้แจ้งความที่ สภ.มาบอำมฤต อ.ปะทิว เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ที่ผ่านมานั้น

 

ไม่รอดกฎหมาย!! จนท.ได้เบาะแสแก๊งขโมยปะการังจานใหญ่สุดในอ่าวไทย ในพื้นที่รอยต่อ 2 จังหวัด คาดตามจับได้เร็วๆนี้!!

 

วันที่ 26 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ สบช.3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงานอธิบดี ทช.ว่า ได้ร่วมกับ สบช.4 สอบถามแกนนำเครือข่ายประมงชายฝั่ง ในพื้นที่ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้ข้อมูลเบื้องต้นว่า กลุ่มที่ขโมยปะการังดังกล่าวซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในถ้ำใต้น้ำ มีประมาณ 4 - 5 คน เป็นบุคคลในพื้นที่ อ.บางสะพานน้อย และ อ.ปะทิว จ.ชุมพร แต่อยู่ระหว่างการหาหลักฐานเพิ่มเติม เนื่องจากมีการลักลอบเก็บปะการังในช่วงเวลากลางคืน โดยใช้เรือขนาดเล็กเข้าไปดำน้ำเก็บปะการัง ปลิงทะเล และ ดอกไม้ทะเล ตามใบสั่งของพ่อค้าหลังจากตลาดมีความต้องการสูงมาก จากนั้นจะทำการแพ็คเก็บซ่อนไว้ใต้น้ำ และนัดกับพ่อค้าเพื่อส่งปะการังบริเวณชายฝั่งที่มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ตลอดแนวชายฝั่งทะเลทั้ง 2 อำเภอที่มีความยาวหลายสิบกิโลเมตร (กม.) โดยมีจุดพักสินค้าในระหว่างการลำเลียงขนส่งซึ่งมีจุดหมายตลาดรับซื้อปะการังที่ กทม.

 

ไม่รอดกฎหมาย!! จนท.ได้เบาะแสแก๊งขโมยปะการังจานใหญ่สุดในอ่าวไทย ในพื้นที่รอยต่อ 2 จังหวัด คาดตามจับได้เร็วๆนี้!!

 

ด้านแหล่งข่าวจาก สบช.3 ระบุอีกว่า ขณะนี้อธิบดี ทช ได้สั่งการให้เฝ้าระวังการลักลอบทำลายปะการัง โดยเฝ้าระวังเรือต้องสงสัยเข้าใกล้พื้นที่ปะการังในช่วงกลางคืน ขอความร่วมมือกับชาวประมงพื้นบ้านที่ทำการประมงอยู่บริเวณใกล้แนวปะการัง ให้ช่วยสอดส่องดูแล และหากพบเหตุการณ์ที่มีเรือ หรือบุคคลเข้าไปในบริเวณกองปะการังให้แจ้งกลับมายังเจ้าหน้าที่ทันที สำหรับการลักลอบขนย้ายปะการังมีโทษทางคดีอาญา

ด้าน นายดำรงค์ แดงโชติ ประธานกลุ่มเรือประมงพื้นบ้าน อ.บางสะพานน้อย กล่าวว่า ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องติดตามตรวจสอบการใช้เครื่องมือประมง และพฤติกรรมของผู้ประกอบการกลุ่มเรือดำหอยจอบใน อ.บางสะพานน้อยจำนวน 36 ลำ เนื่องจากทุกลำมีการใช้อุปกรณ์ดำน้ำ ซึ่งการทำกินแตกต่างจากเรือประมงพื้นบ้านกลุ่มอื่น

 

ไม่รอดกฎหมาย!! จนท.ได้เบาะแสแก๊งขโมยปะการังจานใหญ่สุดในอ่าวไทย ในพื้นที่รอยต่อ 2 จังหวัด คาดตามจับได้เร็วๆนี้!!

ไม่รอดกฎหมาย!! จนท.ได้เบาะแสแก๊งขโมยปะการังจานใหญ่สุดในอ่าวไทย ในพื้นที่รอยต่อ 2 จังหวัด คาดตามจับได้เร็วๆนี้!!

ภาพ/ข่าว ศวิษฐ สำราญรมย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ประจวบคีรีขันธ์