- 26 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ขบวนการขนแรงงานเถื่อนกาญจน์ รุกหนัก หลังรัฐบาลเข้ม ใช้กฎหมายหากแรงงานที่กลับบ้านช่วง 30 เมษายน แล้วไม่เข้ามาทำงาน จะถูกเพิกถอนบัตร คสช.และสิ้นสภาพการทำงาน ส่งผลให้แรงงานเมียนมาที่ตกค้างนับหมื่นคนที่มีบัตร และไม่มีบัตร ต้องพึ่งพาขบวนการขนแรงงานลักลอบหลบหนีเข้าเมืองฯ โดยคิดค่าหัวรายละ 8 พัน
ล่าสุด ผกก.ตม.กาญจน์ ได้เบาะแสจะมีการแอบลักลอบขนแรงงานผ่านเข้าเมืองฯ สั่งรอง ผกก.ตม.พร้อมทีมสืบสวนร่วมกับทหาร นำกำลังดักจับขบวนการขนแรงงานเถื่อน 2 คัน แต่รวบไว้ได้ 1 คัน ผู้ต้องหา 24 คนเป็นผู้หญิง 6 ตน ผู้ชาย 18 คนที่นั่งอัดมาในรถยนต์กระบะแบบปลากระป๋อง แต่น่าเสียดาย ดนขับซึ่แรงเป็นคนไทยอาศัยช่วงชุลมุล ทิ้งรถวิ่งหลบหนีไปได้ ส่วนอีกคันบรรทุกอาศัยความมืดวิ่งแยกย้ายหลบหนีไปได้เช่นกัน สอบถาม 1 ในแรงงานเถื่อนระบุ ต้องจ่ายค่านำพาหัวละ 8 พัน 24 คน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 192,000 บาท
เวลา 10.00 น.ของวันที่ 26 พ.ค.60 ที่ กก.ตม. จ.กาญจนบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสืบทราบของ พ.ต.อ.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผกก.ตม.จ.กาญจนบุรี ว่าจะมีขบวนการลักลอบขนแรงงานเถื่อนใช้เส้นทาง 323 ลักลอบนำพาบุคคลต่างด้าวชาวเมียนมาเข้ามาในประเทศไทย จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.อาทร วงศ์ใจเกื้อ รอง ผกก.ตม.ฯ พร้อมด้วย พ.ต.ต.ณัฐสิทธิ์ ศิริสังสรรค์กุล สว.ตม.ฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกับ พ.อ.สุทธิ์พงษ์ พืชมงคล บก.ควบคุม พล.ร.9 รอ.เมธี จงโยธา หน.ชุดทหาร ร้อย รส.ที่ 1 ร.9 พัน 1 พล.ร.9 นำกำลังไปทำการดักซุ่มอยู่บนถนนเส้น 323 สายกาญจนบุรี-แก่งเสี้ยน หมู่ 2 ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี หน้า รร.เอยู พบรถยนต์กระบะ 2 คัน คันแรกยี่ห้ออีซูซุสีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน ฎป.-2972 กรุงเทพมหานครฯ ส่วนอีกคันไม่ทราบสี และยี่ห้อวิ่งฝ่าสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ซึ่งเป็นรถตรงตามที่ได้รับแจ้ง จึงแสดงสัญญาณให้จอดรถเพื่อทำการตรวจค้น แต่รถยนต์คันดังกล่าวไม่ยอมจอด กลับเร่งเครื่องวิ่งแยกย้ายกันอาศัยความมืดหลบหนีไปได้ 1 คัน
ซึ่งผลการติดตามสกัดจับรถยนต์กระบะอีซูซุเอาไว้ได้ 1 คัน พบว่า คนขับรถได้เปิดประตูทิ้งรถวิ่งหลบหนีฝ่าความมืดไปได้ ตรวจสอบภายในรถพบบุคคลต่างด้าวจำนวน 24 คน เป็นผู้หญิงและผู้ชายนั่งเบียดเสียดแบบปลากระป๋องโดยสารมาในห้องโดยสารและกระบะด้านหลัง จึงทำการตรวจสอบเอกสารและหนังสือเดินทางพบว่า บุคคลต่างด้าวทั้ง 24 คนไม่มีเอกสารและหนังสือเดินทางแต่อย่างใด จึงควบคุมตัวบุคคลต่างด้าว 24 คนพร้อมรถยนต์กระบะคันที่ใช้เป็นยานพาหนะในการนำพา ไปสอบปากคำขยายผล
จากการสอบปากคำนายติง อายุ 20 ปี 1 ในแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา ซึ่งพูดภาษาไทยได้นิดหน่อย ยอมรับสารภาพว่า ตนเคยเข้ามาทำงานอยู่ในประเทศไทย โดยใช้บัตร คสช. โดยช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ได้เดินทางกลับไปทำบุญที่บ้านในประเทศเมียนมา โดยการว่าจ้างบรรดาขบวนการขนแรงงานต่างด้าวออกตามช่องทางธรรมชาติแต่ที่ทราบว่า รัฐบาลไทยไม่อนุญาตให้แรงงานที่มีบัตร คสช.ที่กลับบ้านเข้ามาทำงานในประเทศไทย หากไม่เดินทางกลับก่อนวันที่ 30 เมษายน หากเข้ามาหรือแสดงบัตร คสช.ก็จะถูกเจ้าหน้าที่ยึด และเพิกถอนสิทธิ์ทันที ตนและเพื่อนๆ จึงต้องว่าจ้างขบวนการขนแรงงานต่างด้าวให้นำพาเข้าประเทศ เพื่อกลับไปทำงานโดยใช้สิทธิ์บัตร คสช.โดยเสียเงินให้กับคนขับที่เป็นคนไทยที่หลบหนีไปได้ต่อหัว รายละ 8 พันบาท
ด้าน พ.ต.อ.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผกก.ตม.จ.กาญจนบุรี กล่าวในตอนท้ายว่า ในแต่ละเดือนผลการจับกุมแรงงานต่างด้าวเราได้ผู้ต้องหาและทำการผลักดันออกนอกประเทศ้ เดือนละพันกว่าคนตอนนี่เราได้สืบสวนสอบสวน และมีราบชื่อรวมทั้งทำประวัติกลุ่มขบวนการขนแรงงานไว้หมดแล้ว การจับกุมแรงงานต่างด้าวครั้งนี่นับว่า เป็นนิมิตรหมายอันดีที่มีทหารเข้ามาร่วมจับกุมและผลักดันตามคำสั่ง ผบ.ทบ. เนื่องจากกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนั้นมีน้อยมาก เมื่อได้พี่ๆ ทหารมาช่วย เชื่อว่า การปราบปรามจับกุมก็จะดีขึ้น
มีรายงานข่าวว่า สถานการณ์ ขบวนการขนแรงงานเถื่อนที่ทะลักเข้าประเทศไทยของจังหวัดกาญจนบุรี กำลังรุนแรงมากขึ้น ทีการแอบลักลอบนำพาแรงงานเข้ามาเป็นจำนวนมาก วันละหลายร้อยคนเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติบ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า อ.เมืองกาญจนบุรี ช่องทางธรรมชาติบ้านบ้องตี้ล่าง-บน ช่องธรรมชาติ อ ทองผาภูมื และช่องธรรมชาติ อ.สังขละบุรี การขนแรงงานเถิ่อนเข้ามามัการแอบลักลอบนำยาเสพติดประเภทยาบ้า และยาไอซ์เข้ามาด้วย ล่าสุด เมิ่อวันที่ 24 พ ค.ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สังขละบุรี ได้เบาะแสว่าจะมีขบวนการขนแรงงานต่างด้าวใช้รถยนต์เก๋งเป็นพาหนะขนแรงงานพร้อมด้วยยาเสพติดลงมาจาก อ.สังขละฯ จึงแจ้งวิทยุให้ด่านตรวจประจำ 3 แยก อ.ทองผาภูมิฯ ทำการสกัดจับรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวเอาไว้ได้ ผลการตรวจค้นพบยาไอซ์จำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่นำตัวไปสอบสวนขยายผลถึงแหล่งที่มาของนาเสพติด
ข่าว/ภาพ วันชัย แก้ววิลัย ข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ กาญจนบุรี
