- 27 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 27 พ.ค. 2560 นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร รับทราบถึงสถานการณ์ที่มีฝนตกหนักในภาคเหนือและในเขตจังหวัดพิจิตร ที่ส่งผลให้มีน้ำเหนือไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ใน อ.สามง่าม อ.บึงนาราง อ.โพทะเล รวมถึงพื้นที่ของตำบลรังนก อ.สามง่าม จ.พิจิตร ซึ่งเป็นที่ลุ่มจึงได้สั่งอนุมัติเงิน 150,000 บาท เพื่อให้เป็นค่าน้ำมันในการสูบน้ำช่วยชาวนาตำบลรังนก โดย นายธีรพงศ์ เพ็ชรพงศ์ นายกอบต.รังนก กล่าวว่า สภาพบ้านเรือนที่อยู่อาศัยถูกน้ำท่วมใต้ถุนบ้านถือเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ยังคงดำเนินชีวิตได้ตามปกติ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ นาข้าว ในเขตฝั่งตะวันตกของแม่น้ำยมขณะนี้มีน้ำไหลหลากมาจากเขตกำแพงเพชร ปริมาณน้ำมีมากขึ้น
ล่าสุดได้รับการช่วยเหลือจากชลประทานจังหวัดพิจิตรนำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่มาช่วยสูบน้ำแล้ว 2 เครื่อง สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 8 ส่งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่มาช่วยสูบน้ำออกจากท้องนาอีก 2 เครื่อง ซึ่งถ้าไม่มีฝนตกซ้ำชาวนาอาจมีสิทธิ์ได้เก็บเกี่ยวผลผลิต แต่ก็เป็นเพียงความหวังที่ริบหรี่ เนื่องจากขณะนี้น้ำในแม่น้ำยมก็มีปริมาณสูงขึ้นมายันกับน้ำในท้องนา จึงทำให้การสูบระบายน้ำจากทุ่งนาลงสู่แม่น้ำยมทำได้ยากขึ้น แต่ทุกฝ่ายก็เร่งทำการช่วยเหลือชาวนาอย่างสุดความสามารถ สุดท้ายก็คงต้องฝากอนาคตไว้กับธรรมชาติ
ในส่วนของ นายทินกร รัตนพัวพันธ์ ผองโครงการชลประทานจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า ระดับน้ำในแม่น้ำน่านมีปริมาณไม่เพิ่มขึ้น ระดับน้ำยังคงอยู่ต่ำกว่าตลิ่งหลายเมตร ทั้งนี้เนื่องจากเขื่อนสิริกิติ์ลดการระบายน้ำ อีกทั้งได้ประสานกับสำนักงานชลประทานที่ 3 ได้สั่งเปิดประตูระบายน้ำ DR2.8 ซึ่งเป็นคลองส่งน้ำที่ปากคลองติดกับแม่น้ำยมส่วนปลายคลองติดกับแม่น้ำน่าน โดยยกบานประตูน้ำทั้ง 4 บานขึ้นในระดับสูงสุด ทั้งนี้เพื่อระบายน้ำจากแม่น้ำยมลงสู่แม่น้ำน่าน ซึ่งก็มั่นใจว่าจะทำให้ลุ่มน้ำยมมีสภาพหรือระดับน้ำที่อยู่ในภาวะพ้นจุดวิกฤตได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องติดตามสถานการณ์น้ำฝนและน้ำป่าจากทางภาคเหนือว่า จะมีปริมาณมากน้อยเพียงใด ซึ่งทางราชการยืนยันว่าไม่ทอดทิ้งประชาชนอย่างแน่นอน
สิทธิพจน์ เกบุ้ย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.พิจิตร
