- 29 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ( สตง. ) เปิดเผยว่า หลังจากเมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมาได้นำคณะเจ้าหน้าที่ สตง.ภาค 12 เดินทางไปตรวจสอบสาร บีที ปลอม วัตถุอันตรายหรือขยะพิษ ที่ใช้กำจัดหนอนหัวดำในสวนมะพร้าว มูลค่า 32.8 ล้านบาท เก็บไว้ในหอประชุมอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ และ พบสารชนิดเดียวกันมูลค่า 24 .7 ล้านบาท กองไว้ในเมรุร้างใกล้โรงเรียนที่วัดนาหูกวาง อ.ทับสะแก นานกว่า 5 ปี ล่าสุดทราบว่าทางจังหวัดยังไม่มีการเคลื่อนย้ายสารพิษดังกล่าวออกจากสถานที่ของทางราชการ และได้แจ้งให้ สตง.ภาค 12 ติดตามตรวจสอบเร่งรัดให้หน่วยงานที่รับผิดระดับจังหวัดเร่งดำเนินการ สำหรับสาร บีที ดังกล่าวฝ่ายปกครอง จ.ประจวบคีรีขันธ์ จัดซื้อจากการประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินระดับจังหวัดเมื่อปีงบประมาณ 2555 แต่กรมวิชาการเกษตรมีหนังสือแจ้งไม่รับรองผลิตภัณฑ์ ดังนั้น สตง.ต้องตรวจสอบย้อนหลังด้วยว่าการจัดซื้อสาร บีที จากการประกาศภัยพิบัติฉุกเฉินในปีงบประมาณ 2553 - 2554 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องชี้แจงว่าใช้หลักเกณฑ์ใดในการจัดซื้อกว่า 200 ล้านบาท จากงบทดรองราชการของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ( ปภ.)
นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการจัดเก็บ สาร บีที กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้จัดประชุมคณะกรรมการฯ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางในการกำจัดสาร บีที ที่หมดอายุการใช้งาน หลังจาก สตง.ทำการตรวจสอบ จากนั้นได้แจ้งให้บริษัทคู่สัญญาทำการเคลื่อนย้ายภายใน 30 วัน แต่ไม่ได้รับคำตอบ จึงทำหนังสือแจ้งอีกครั้งให้เคลื่อนย้ายภายใน 7 วัน หากครบกำหนดครั้งที่ 2 ถ้าไม่มีการดำเนินการใดๆ จะเชิญประชุมคณะกรรมการฯอีกครั้งเพื่อกำหนดแนวทางในการทำลาย เนื่องจากสาร บีที ทั้งหมดทางราชการยังไม่ได้จ่ายงบประมาณในการจัดซื้อ
นายสำออย วงศ์เณร ประธานสภาเกษตรกร จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้สภาเกษตรกรได้ตั้งข้อสังเกต กรณีสำนักงานเกษตรจังหวัด รายงานผลการสำรวจมะพร้าวกว่า 5 แสนไร่ทั้งจังหวัด ที่ได้รับความเสียหายจากหนอนหัวดำ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการกำจัดด้วยวิธีผสมผสานจากงบ 287 ล้านบาทของกระทรวงเกษตรฯ หลายฝ่ายสงสัยว่าเป็นตัวเลขความเสียหายที่น่าเชื่อถือหรือไม่ หรือ มีการสำรวจเกินความเป็นจริงเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มนายทุนรายเดิมที่เป็นผู้รับจ้างเจาะลำต้นมะพร้าวที่สูงกว่า 12 เมตรเพื่อฉีดสารเคมี หรือ ฉีดพ่นทางใบด้วยสารเคมีกับมะพร้าวที่ต่ำกว่า 12 เมตร หลังจากมีการว่าจ้างค่าสำรวจต้นละ 2 บาท และปัญหาจากการช่วยเหลือล่าช้าทำให้ชาวสวนเสียโอกาสเป็นอย่างมาก
ภาพ/ข่าว ศวิษฐ สำราญรมย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ประจวบคีรีขันธ์
