- 30 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
1. ในอดีตสมุยมีปัญหาด้านค่าครองชีพ ของกินของใช้ราคาแพง สินค้าจากกรุงเทพฯส่งทางเรือไฟ (ข้าวสาร น้ำตาล นำปลา) ต่อมาก็ส่งทางเรือหวานเย็นจากตลาดบ้านดอน / จะมีผู้ค้าส่งไม่กี่รายที่คุมตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค / รัฐจะคุมราคาสินค้ายากมากในพื้นที่ที่เป็นเกาะแก่ง โดยเฉพาะในช่วงมรสุม เพราะถ้าคุมราคาแบบเข้มข้น คนที่ขายตามราคาควบคุมได้ ก็จะมีแต่พ่อค้าขายส่ง เพราะการขนส่งที่ไม่สะดวก เอาเป็นว่าของมีดีกว่าของขาดตลาด/ ต่อมาเมื่อสมุยเข้าสู่สังคมท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวมากขึ้น / สิ่งที่เคยมีปัญหากลายเป็นโอกาสของโมเดิร์นเทรด ห้างขนาดใหญ่ เข้ามาในพื้นที่ ปัญหาของแพงหรือด้านสินค้าอุปโภคบริโภค ก็บรรเทาลงระดับหนึ่ง หรือแทบหมดไป /
พ่อค้าส่งที่เคยผูกขาดจนชินลืมการเปลี่ยนแปลง อยู่แต่บริบทเดิมๆ ก็ล้มหายตายจากระเนระนาด / ตลาดหน้าทอนกลายเป็นเมืองที่ซบเซา ทั้งๆที่คนหน้าทอนมีที่ดิน มีเงินทุนมาก ควรจะได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของสมุยมากที่สุด แต่ไม่ได้ position วางทิศทางไว้ในอนาคต / แต่คนเฉวง ละไม แม่น้ำ บ่อผุด พวกหลังเขา ไปเชื่อมเครือข่ายกับธุรกิจภายนอก คนต่างชาติ /วันนี้กลายเป็นคนหน้าทอนต้องไปซื้อสินค้าในห้างฯ แถวเฉวง ดีที่หน้าทอนยังมีท่าเรือ ศูนย์ราชการของอำเภอรองรับอยู่บ้าง แต่ต่อไปจะกลายเป็น Old Town สำหรับการท่องเที่ยว (ไม่แปลกเพราะทั่วโลกเมืองศูนย์กลางราชการแยกจากเมืองธุรกิจมีให้เห็นถมไป)
2. ปัจจุบันสมุยยังมีปัญหาภาครายได้ มีรายได้หลักจากการท่องเที่ยว รวมภาครายได้ของสมุย ประมาณปีละ 3-4 หมื่นล้านบาท แต่โรงแรมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็ต้องแข่งกันลดและตัดราคากัน เพราะภาครายได้เพิ่มขึ้นช้ามาก อันเนื่องจากนักท่องเที่ยวเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวได้ยาก เพราะค่าเครื่องบินแพง และการเดินทางทางเฟอร์รี่ไม่สะดวก ไม่รวดเร็วทันใจของคนในโลกของสังคมเทคโนโลยี่ ที่สามารถทำให้การบริหารจัดการท่าเรือต่างๆกระชับได้
3.โอกาสของสมุย สมุยวันนี้มีนักท่องเที่ยวแค่ ปีละ 2 ล้านกว่าคน ในขณะที่ภูเก็ตมีปีละ 13-14 ล้านคน /ถ้าสมุยเพิ่มนักท่องเที่ยวได้จาก 2 ล้านคนเป็น 4 ล้านคน รายได้เพิ่มเท่าตัว โรงแรมคนท้องถิ่นไม่ต้องแข่งลดราคา ไม่ต้องขายกิจการ หรือให้คนต่างชาติเช่า เสียโอกาสให้ลูกหลานได้กลับมาทำงาน มีทักษะด้านท่องเที่ยว เพราะปัญหาการผูกขาดทำให้คนในขาติในพื้นที่ล่มสลาย ต้องให้ต่างชาติมาบริหารแทน / แต่ส่วนตัวเชื่อว่าถ้ามีการบริหารจัดการที่ดี จะเพิ่มนักท่องเที่ยวได้ถึง 8 ล้านคน (ถ้าเปรียบเทียบกับภูเก็ต) / ประกอบกับวันนี้มีแต่ภาคการท่องเที่ยวที่ยังทำเงินตราเข้าประเทศ ส่วนตัวจึงเชื่อว่าไม่นานภาครัฐจะต้องเข้ามาจัดการทุบระบบการเดินทางเข้าสมุยให้สะดวกและมีราคาต่ำลง ถ้ารัฐบาลทหารคิดช้าหรือไม่ทำ ก็จะมีภาคการเมืองจากระบบเลือกตั้งเข้ามาทำ เพราะต้องการสร้างผลงานและฐานเสียง และจะมีกลุ่มทุนใหม่ๆที่มองว่าปัญหาภาครายได้ของสมุย คือโอกาสทางธุรกิจของระบบโลจิสติกส์ที่ทำให้การเดินทางราคาต่ำลง และทำให้ภาครายได้ของสมุยเพิ่มขึ้น เข้าทำนองเดียวกับภาครายจ่ายในข้อ 1 (อะไรที่เป็นปัญหา นักการตลาดจะมองเป็นโอกาส เพราะใช้การบริหารจัดการแก้ปัญหาได้) และเชื่อว่าต่อไปอาจจะมีสนามบินแห่งที่สอง มีอุโมงค์ หรือสะพานเชื่อมสมุยกับแผ่นดินใหญ่ หรืออาจจะมีหลายทางเลือก อย่างแน่นอน
4. บางคนอาจมองว่า เมื่อนักท่องเที่ยวมาก ทำให้ขยะมาก ความปลอดภัยน้อยลง ถนนมีไม่พอรองรับ อันนี้ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการ ปัจจุบันน่าจะขึ้นอยู่กับท้องถิ่นเป็นหลัก ต้องมีการบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยม เข่นมี park เก็บรถบริเวณท่าเรือและสะพาน เพื่อให้ใช้แต่รถท่องถิ่นในสมุย หรือตามคูคลองปรับเป็นที่จอดรถได้ หรือเมื่อมีห้างที่สร้างเพิ่มขึ้น ต้องมีชั้นจอดรถส่วนหนึ่งให้ชุมชนสาธารณชนได้ใช้ (ก็ต้องเสนอกฎระเบียบของท้องถิ่นให้รัฐบาลกลางออกกฎหมายท้องถิ่น เป็นต้น) มีระบบ IT ของท้องถิ่น เพื่อจัดการด้านจราจรคน สินค้า วัตถุดิบ และผ่องถ่ายนักท่องเที่ยวไปเกาะแก่งต่างๆ เช่น เกาะพะงัน ให้ได้ประโยชน์ร่วมกัน เกาะแก่งมากยิ่งเป็นประโยชน์ แต่ port ต่างๆ ต้องทำให้ลื่นไหล / นี่แค่ยกตัวอย่างนะ มีวิธีคิดอีกเยอะแยะ ก็จ้างทีมนักคิดมาวางแผนให้ก็ได้ ผู้บริหารต้องรู้จักใช้เงินทำงานแทนคน เป็นแม่ทัพอย่าไปนั่งจัดลำปืน / ถ้ามีสะพานเชื่อมได้ ถึงแม้ว่าต้องใช้เงินระดับ 4.5-5.0 หมื่นล้านบาท(ตามที่คุณสามารถ ราชพลสิทธิ์ คิดคร่าวๆ) ไม่กี่ปีก็คุ้ม เพราะถ้านักท่องเที่ยวเพิ่มได้ถึง 4 ล้านคน รายได้จะเพิ่มเท่าตัวอีกปีละ 2 หมื่นกว่าล้านบาท / ไปดูคนจีนมีฐานะที่ไปเที่ยวอเมริกาใช้เงินต่อหัว 2 แสนกว่าบาท แต่ที่สมุยใช้เงินแค่ 3-4 พันบาท ต่างกันลิบลับ แต่นี่คือเป็นโอกาสของสมุยในอนาคต ถ้ามีการยกระดับการบริหารจัดการทำสมุยให้ดี คนรวยก็จะมาเที่ยวมาใช้จ่ายมากขึ้น จะได้มุ่งสู่ตลาดบน เพราะการท่องเที่ยวตลาดล่าง ก็จะถูกแทนด้วยตลาดลาว เมียนมาร์ กัมพูชา เป็นต้น
มีบางคนที่กลัวเจ้าของสนามบิน หรือเจ้าของเรือรายเก่าอยู่ไม่ได้ ไม่ต้องกลัวนักธุรกิจระดับนี้เขาจะมีทีมวางแผน ก็จะปรับตัว สนามบินก็จะลดราคาและเพิ่มการบริการที่มากขึ้นและมีกำไรมากขึ้นด้วย เรือเฟอร์รี่สามารถปรับตัวเป็นเรือสำราญ หรือไปวิ่งเกาะแก่งอื่น สร้างความเจริญให้เกาะต่างๆที่เป็นเครือข่ายของสมุย หรือท่าเรือของเอกชนก็ให้ภาครัฐเช่าใช้เป็นท่าเรืออื่น เป็นต้น อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง ต้องใช้การเปลี่ยนแปลงให้เป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่
5. การขยายโอกาสของเกาะสมุยมีอีกมากมายครับ แต่ต้องเปิดให้มีการแข่งขัน เพื่อขีดความสามารถของประเทศ มีการบริหารจัดการที่ทันการณ์ทันเวลา เพื่อให้ธุรกิจท้องถิ่นแข่งกับธุรกิจต่างชาติได้ ที่ยกมาแค่ตัวอย่าง และหากพาดพิงทำให้ท่านใดไม่สบายใจ ต้องขอโทษด้วย เพราะถ้าให้วิเคราะห์ก็ต้องว่ากันตรงๆ ส่วนการคาดคะเนจะถูกหรือผิดวันข้างหน้าจะเป็นตัววัดคนวิเคราะห์เองครับ
บทวิเคราะ เฉลิมพล พงศ์ฉบับนภา อดีตพาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี และ อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายการพาณิชย์ ประจำ สปป.ลาว
สันทัด เจ็ดเสมียนใหม่ ผุ้สื่ข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ สุราษฎร์ธานี
