- 30 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เวลา 09.00 น. วันที่ 30 พ.ค. 2560 นายวิโรจน์ อักษรดี นายอำเภอสังขะนายอำเภอสังขะ จ.สุรินทร์ ได้มอบหมายให้นายสุชาติ สุภาพันธ์ ปลัดอำเภอสังขะ และนายพิภพ โสมทอง ผู้ช่วยปลัดอำเภอสังขะ ในฐานนะตัวแทนจากศูนย์ดำรงธรรมอำเภอสังขะ เดินทางลงพื้นที่ไปยังถนนซึ่งเป็นเส้นทางดินเข้าออกของชาวบ้านและชาวสวนยางพาราหลายราย ตั้งอยู่ใกล้ป้ายชื่อหมู่บ้านไพรพยัคฆ์ ม.11 ต.เทพรักษา อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ปากซอยอยู่ระหว่างบ้านของนางจูเนียร โสภา อายุ 39 ปี เลขที่ 15 บ.ไพรพยัคฆ์ ม.11 ต.เทพรักษา กับร้านบุญชัยเสาปูน 2 บ.ศาลา ม.7 ต.เทพรักษาฯ ซึ่งเป็นเขตรอยต่อ บ.ไพรพยัคฆ์ กับ บ.ศาลา เพื่อแก้ไขปัญหาข้อพิพาทย์กรณีที่นายสุรี จรจอม อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 94 ม.7 บ.ศาลา ต.เทพรักษา อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ขุดร่องน้ำ และปลูกต้นกล้วย ปิดเส้นทางหลักเข้าออกที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ของชาวบ้านและชาวสวนยางพาราที่เดือดร้อน ประกอบด้วยชาวบ้านไพรพยัคฆ์ หมู่ .11 และชาวบ้านศาลา หมู่ 7 ต.เทพรักษา อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ระยะทางประมาณ 100 เมตร นานร่วม 2 สัปดาห์ โดยไม่ทราบสาเหตุ ก่อนที่ชาวบ้านและชาวสวนยางพาราจะรวมตัวลงชื่อจำนวนผู้เดือดร้อน 17 ราย ไม่รวมสมาชิกในครอบครัวทั้งคนแก่และเด็กๆ ทำหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมไปยังศูนย์ดำรงธรรม อบต.เทพรักษา และศูนย์ดำรงธรรมอำเภอสังขะ ทำให้นายอำเภอสังขะต้องสั่งการให้ปลัดอำเภอเป็นตัวแทนลงพื้นที่มาแก้ไขข้อพิพาทย์ดังกล่าว ท่ามกลางชาวบ้าน ชาวสวนยางพาราทีเดือดร้อนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดม ที่คอยดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย
ซึ่ง ทางอำเภอสังขะ ได้มอบหมายให้นายเทวรินทร์ ปุ่มแม่น ผญบ.ไพรพยัคฆ์ และนายจีระศักดิ์ ภูผา ผญบ.ศาลา ทำการนัดหมายชาวบ้านและชาวสวนยางที่เดือดร้อนและได้รับผลกระทบจากการปิดเส้นทาง รวมทั้งตัวนายสุรี จรจอม ผู้ที่ทำการปิดเส้นทางดังกล่าว มาเพื่อแก้ปัญหาและหาทางออกร่วมกันในวันนี้ แต่กลับไม่พบตัวนายสุรี จรจอม เดินทางมาตามที่นัดหมายแต่อย่างใด ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่า มีการขุดร่องน้ำลึกประมาณ 40 ซ.ม. กว้าง 50 ซ.ม. ยาวกว่า 100 เมตร จนติดรั้วเขตบ้านและสวนยางพาราของชาวบ้าน ก่อนจะขุดอ้อมตัดปากทางเข้าของถนนดินเส้นทางดังกล่าว ขณะที่ตรงกลางซึ่งเป็นเส้นทางเดิม กลับพบว่ามีการนำต้นกล้วยมาปลูกเป็นแถวยาวนับสิบต้นอีกด้วย ส่วนร้านบุญชัยเสาปูน 2 ที่ตั้งอยู่ติดกับถนนเส้นดังกล่าว เป็นร้านที่เช่าพื้นที่จากนายสุรี จรจอม เพื่อประกอบกิจการ ในเบื้องต้นนายสุชาติ สุภาพันธ์ ปลัดอำเภอสังขะ ได้สอบถามข้อมูลชาวบ้านพร้อมตรวจสอบโฉนตที่ดินของชาว้บานในละแวกนั้นเบื้องต้น ว่าทางสำนักงานที่ดินอำเภอสังขะ ได้มีการระบุไว้ในโฉนตที่ดินหรือไม่ว่ามีเส้นทางสาธารณะบริเวณดังกล่าว แต่ก็ยังไม่ชัดเจน ซึ่งนายสุชาติ สุภาพันธ์ ปลัดอำเภอสังขะ จะได้มีการประสานกับ สนง.ที่ดินอำเภอสังขะ เพื่อขอตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศ และการรังวัดที่ดินของชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อหาความชัดเจนต่อไป จากนั้นจะได้ให้ทางทางผู้นำชุมชผู้นำท้องถิ่น เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาหารือเพื่อหาทางออกแก้ปัญหาร่วมกันตามลำดับต่อไป แต่อย่างไรก็ตามปลัดอำเภอได้เปิดเผยสั้นๆว่า หากเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางที่ชาวบ้านใช้มาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ปี ในทางกฏหมายจะเป็นทางภารจำยอมโดยอายุความ
นางถนอมศรี ยิ้มชื่นอายุ 54 ปี อยู่บ้านบ้านเลขที่ 181 / 1 ม.11 บ.ไพรพยัคฆ์ ต.เทพรักษาฯ กล่าวว่า ตนเดือดร้อน เนื่องจากไม่มีทางเข้าบ้าน ทั้งที่ใช้ทางเส้นนี้มา 30 กว่าปีแล้ว ตนก็มาทราบว่าเขาปิดทำไม ต้องเข้าออกตามป่าสวนยางพาราแทน รถยนต์และมอเตอไซค์ และจักรยานก็เข้าออกไม่ได้ ลูกหลนเด็กนักเรียนก็เข้าออกไม่ได้ อยากให้เขามาเปิดให้ใช้ถนนเหมือนเดิม เราต้องพึ่งพาอาศัยกัน เดือดร้อนมากๆ ถูกปิดถนนมาเกือบครึ่งเดือนแล้ว ในซอยมีบ้านเรือนประชาชนอยู่ 3 หลังคาเรือน และชาวสวนยางพาราที่ต้องใช้เส้นทางนี้เข้าออก ขนยางพาราออกไปขาย ก็เอาออกไม่ได้ ต้องออกทางอื่นอย่างยากลำบาก นายหนูแดง น้องดี อายุ60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 227 บ.ตาพราม ต.เทพรักษา อ.สังขะ จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ตนมีสนวยางพาราอยู่ข้างใน ที่ต้องเข้าออกทุกวัน 15 ไร่ พอถนนถูกปิดก้ไม่สามารถเข้าออกได้ ลำบากมาก ถนนเส้นนี้ใช้มา 50 ปีแล้ว ไม่ทราบว่าเขาปิดทำไม ตนเข้าไปกรีดยางไม่ได้เลย อยากให้เขาเปิดให้ด้วย สงสารชาวบ้าน ชาวสวนยางพารา โดยเฉพาะเด็กๆนักเรียน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า พบข้อมูลจากเว๊ปไซต์ ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฏหมาย http://www.decha.com/article/section/Counsel/5756 ระบุข้อมูลไว้ว่า ทางที่คนทั่วไปใช้เข้าออกมาเป็นเวลามาเป็นเวลา 10 ปี แม้เป็นที่ที่โฉนดมีเจ้าของ กรณีจึงย่อมถือว่า บุคคลทั่วไปที่ได้ใช้ทางดังกล่าวนั้น มีเจตนาใช้ทางโดยความสงบและโดยเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเมื่อทางนั้น เป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ใช้ทางติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี บุคคลทั่วไปที่ใช้ทางนั้น ย่อมได้ทางดังกล่าวเป็นทางภารจำยอมโดยอายุความ ยังเป็นเหตุให้เจ้าของที่ดินที่มีทางดังกล่าวอยู่ ต้องยอมรับกรรมบางอย่าง ซึ่งกระทบต่อทรัพย์สินของตน หรือต้องงดเว้นการใช้สิทธิบางอย่างอันมีอยู่ในกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินนั้น เพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์อื่น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382, มาตรา 1387, มาตรา 1401 เพราะฉะนั้น ทางดังกล่าวจึงเป็นทางภารจำยอมซึ่งได้มาโดยอายุความ ประกอบกับเจ้าของที่ดิน ไม่ได้ว่ากล่าวทักท้วงในการที่บุคคลทั่วไปใช้ทางดังกล่าวออกสู่ถนนใหญ่ กรณีตามกฎหมายย่อมถือได้ว่า เจ้าของที่ดินมีเจตนาอุทิศทางดังกล่าวให้เป็นทางสาธารณะแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนยกทางนั้นให้แก่รัฐ ดังนั้น บุคคลทั่วไปย่อมมีสิทธิใช้ทางดังกล่าวออกสู่ถนนใหญ่ได้ตามปกติ แต่ไม่อาจเป็นการละเมิดต่อเจ้าของที่ดิน อันเกิดจากการที่เราใช้สิทธิที่มีอยู่บนทางภารจำยอมเกินส่วนที่เรามีสิทธิ์นั้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 421
ภาพ/ข่าว ธนินนท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
