- 30 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 30 พ.ค. 2560 นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี ลงพื้นที่จังหวัดพิจิตร เพื่อให้ความรู้กับกลุ่มแกนนำสมาชิกเครือข่ายสมาคมชาวนาตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดพิจิตร ที่ บ้านนิคม ต.บ้านนา อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร ซึ่งอาจารย์เดชาได้นำความรู้จากประสบการณ์ที่ลงมือทำจริงรวมถึงการค้นคว้าวิจัยและทัศนศึกษาดูงานเรื่องการผลิต การแปรรูปข้าว แบบเกษตรอินทรีย์ที่มุ่งเน้นการปฏิบัติบูชาตามคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในเรื่องการทำการเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรผสมผสานตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่โดยนำความรู้บอกกล่าวเล่าเรื่องให้กลุ่มแกนนำของสมาคมชาวนาฯกว่า 30 คน ที่มาเข้าร่วม
การปฐมนิเทศก่อนจะลงมือเข้าสู่ฤดูกาลทำนา ว่า นับต่อจากนี้การเปลี่ยนแปลงของโลกรวมถึงเทคโนโลยีการเกษตรนับวันจะก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด ดังนั้นชาวนาไทยต้องใช้ความฉลาดนำหน้าความขยัน กล่าวคือ ต้องมีความมานะพรากเพียรควบคู่กับการใช้ปัญญา ซึ่งต้องนำหลักคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปฏิบัติใช้จึงจะได้ชื่อว่า พสกนิกรผู้จงรักภักดี เพราะการปฏิบัติตามคำพ่อสอน ถือเป็นการบูชาด้วยการปฏิบัติ ดังนั้นอาวุธที่พ่อให้ไว้กับชาวนาที่เป็นพสกนิกรของท่าน นั่นคือ การติดอาวุธทางปัญญา ด้วยสติ และความพอเพียง รู้เท่าทัน ซึ่งถ้าทำได้ก็จะสามารถก้าวเข้าสู่การเกษตรในยุค 4.0 อาจารย์เดชา ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ตนเองได้ติดตามหาข้าวหอมมะลิ105 ซึ่งในอดีตเคยมีคำเล่าขาน ว่า ข้าวหอมมะลิของจังหวัดพิจิตรเป็นข้าวอร่อยลือเลื่องตำนานเมืองชาละวันที่เคยส่งเข้าประกวดในนามของศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนหมู่ 2 บ้านเขาตะพานนาก ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร และ ได้รับรางวัลพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในงานวันพืชมงคลเมือปี พ.ศ.2545 จากนั้นพันธุ์ข้าวหอมมะลิ105ก็ได้หายสาบสูญไป
ล่าสุด อาจารย์เดชา ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี และ นายจักรภฤติ บรรเจิดกิจ ปราชญ์ชาวบ้านของ จ.พิจิตร ได้ร่วมกันออกสืบเสาะค้นหาจนไปพบกับ นายอนันต์ ตั่นฉ้วน ผู้ช่วยเกษตรจังหวัดพิจิตร ( ตำแหน่งในปัจจุบัน) ซึ่งในอดีตเมื่อปี 2545 นายอนันต์ เป็นเกษตรตำบลเขาเจ็ดลูก ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนการพัฒนาศูนย์ข้าวฯแห่งนี้ จนชนะเลิศ เข้ารับรางวัลพระราชทานได้ถ่ายทอดเรื่องราวข้าวหอมมะลิ105 ว่า ณ ศูนย์ข้าวแห่งนี้ ในอดีตมีสมาชิก 50 กว่าคน ร่วมกันปลูกข้าวหอมมะลิ 105 มีการบริหารจัดการที่ดี เมล็ดพันธุ์ข้าวมีคุณภาพปลูกข้าวบนทุ่งนาที่เป็นผืนดินปนทรายได้เมล็ดพันธุ์ข้าวมีคุณภาพไม่ปลอมปนมีเปอร์เซ็นต์ความงอกสูง เมื่อนำไปแปรรูปเป็นข้าวสารก็ได้ข้าวหอมมะลิ 105 ที่หุงขึ้นหม้อ หอมกรุ่น กินอร่อย แต่หลังจากปี 2547 ชื่อของข้าวหอมมะลิ105 ของพิจิตรกลับสูญหายไป เปลี่ยนแปลงกลายเป็นแค่เพียง “ข้าวหอมจังหวัด” ซึ่งถือเป็นการถูกลดชั้นที่หลายคนก็ยังสงสัยและเฝ้าหาคำตอบมาจนถึงทุกวันนี้
วันนี้ อาจารย์เดชา ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี ได้ลงพื้นที่จนได้เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ105 ที่เป็นข้าวต้นตอจากกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่บ้านเขาตะพานนากจำนวน10 กก. จึงได้นำเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ105 ดังกล่าว มาให้กับกลุ่มสมาคมชาวนาเพื่อทำการปลูกและจะขยายพันธุ์ให้แพร่หลายรวมถึงต้องให้มีคุณภาพมีค่า “อมิโลส” หรือค่าความอ่อนนุ่ม ต้องไม่น้อยกว่า 13 และไม่เกิน 18 ตามค่ามาตรฐานที่กำหนด รวมถึงต้องปรับปรุงพันธุ์ให้เป็นข้าวที่กินปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยจากธรรมชาติเพื่อให้เป็นข้าวหอมมะลิ 105 ที่ปลอดสารเคมี ซึ่งถือเป็นการค้นพบที่สำคัญของวิถีชีวิตชาวนาพิจิตรที่จะได้ปลูกข้าวหอมมะลิ105ที่เคยชนะเลิศการประกวดจนได้รับรางวัลพระราชทานดังกล่าวนี้ต่อไป
สิทธิพจน์ เกบุ้ย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.พิจิตร
