- 31 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
( 31 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่เมื่อวานนี้ (30 พ.ค.) ในโลกโซเชียล มีการเผยแพร่ภาพในขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ จราจร สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ทำการล็อครถ จยย.ของนักศึกษาที่จอดริมถนนใต้สะพานลอยด้านหน้าวิทยาลัยเทคนิคนครศรีธรรมราช ริมถนนราชดำเนิน ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยภาพถูกนำเผยแพร่ในเฟซบุ๊กชื่อ “Jamaica Bar “ พร้อมโพสต์ข้อความ “ น้องๆเทคนิคนครศรีธรรมราช สบายใจได้ พี่ ๆ ตำรวจมาอารักษ์ขาถึงรั้วโรงเรียนกันเลยทีเดียว รถไม่หายแน่นอน ล็อคล้อไว้ให้ด้วยเพื่อความปลอดภัย เห็นพี่ๆตำรวจทำงานกันขยันขันแข็งแบบนี้ ผมก็แอบปลื้มแทนน้องๆเทคนิคสิคับ 555555 บายยยย จายยยยยยยยยย “
จาการตรวจสอบภาพพบว่าเป็นภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจ จราจร ของ สภ.นครศรีธรรมราช กำลังปฏิบัติหน้าที่กวดขันวินัยจราจรในบริเวณดังกล่าว โดยทำการล็อกล้อรถจักรยานยนต์ พร้อมแนบใบสั่งระบุรายละเอียดการทำความผิดกฎหมายจราจรว่า “รถคันนี้ถูกเครื่องมือบังคับล้อไม่ให้เคลื่อนย้าย เมื่อชำระค่าปรับ ตามใบสั่งที่ติดไว้หน้ารถแล้ว ท่านจะต้องชำระค่าถอดเครื่องบังคับล้ออย่างต่ำ 500 บาท จึงจะนำรถไปได้ แต่หากกระทำใด ๆ ต่อเครื่องบังคับล้อของทางราชการถือจะมีความผิดทางอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ลงชื่อ พนักงานจราจร สถานีตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช โทร. 075-341030 ” ติดไว้ที่ตัวรถจักรยานยนต์ที่ถูกล็อคล้อทุกคัน นอกจากนี้ในภาพมีนักเรียน นักศึกษา ชายและหญิง ที่สวมชุดเสื้อช็อป ยืนดูรถจักรยานยนต์จอดริมถนนที่ถูกล็อคล้อด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอย่างหนัก
หลังจากภาพถูกเผยแพร่ในโลกโซเชียลได้มีชาวโลกโซเชียล เข้ามากดไลท์ กดแชร์และแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก แสดงความคิดเห็นต่าง ๆ นา ๆ ซึ่งการแสดงความคิดเห็นแบ่งเป็น 2 ฝ่าย ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการปฏิบัติหน้าที่องเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ส่วนหนึ่งแสดงความความคิดเห็นว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ โดยมองว่าเจ้าหน้าที่ควรจะมีการว่ากล่าวตักเตือนอะลุ่มอล่วย เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบเดือดร้อนแก่นักเรียน นักศึกษาและผู้ปกครอง เพราะนักเรียนส่วนใหญ่ผู้ปกครองให้เงินมาใช้จ่ายที่วิทยาลัยไม่มากนัก แต่ต้องมาเสียค่าปรับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉพาะค่าถอดเครื่องบงคับลือคันละ 500 บาท และรวมค่าปรับความผิดข้อหาต่าง ๆอีก 100-500 บาท ไม่รู้เด็กจะไปเอาเงินจากไหนมาจ่ายค่าปรับ ในขณะที่ชาวโลกโซเชียลส่วนหนึ่งแสดงความคิดเห็นในลักษณะเข้าใจถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะจุดดังกล่าวเป็นเส้นจราจรขาวแดง และขาวเหลือง ที่กฎหมายระบุชัดเจนว่าห้ามจอดรถทุกชนิด
ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบช่วงเย็นหลังเลิกเรียนของวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีเจ้าหน้าที่ จราจร สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณดังกล่าว เปิดเผยว่า เป็นนโยบายของผู้บังคับบัญชา ที่ให้กวดขันด้านจราจร เพื่อป้องกันรถติดขัด เพราะที่ผ่านมจุดดังกล่าวพบว่ามีรถจักรยานยนต์จอดเป็นจำนวนมาก ทั้งๆ ที่เป็นจุดที่มีการตีเส้นจราจรขาวแดง ขาวเหลือง ห้ามจอดรถทุกชนิดอย่างชัดเจน และที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการอนุโลมให้จอดรถจักรยานยนต์ได้ แต่ก็ทำให้การจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากรถจักรยานยนต์มีการจอดจุดดังกล่าวแล้ว ยังพบว่ามีการจอดซ้อนคันล้ำออกมาบนผิวจราจร ส่งผลให้การจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงโมงเร่งด่วน ช่วงเช้าก่อนเข้าเรียนและช่วงหลังเลิกเรียน ส่วนการเปรียบเทียบปรับข้อหาจอดในที่ห้ามจอดมีโทษปรับตั้งแต่ 100 - 500 บาท ซึ่งขึ้นกับดุลพินิจของพนักงานสอบสวนที่จะเปรียบเทียบปรับ
ทางด้านอาจารย์เผ่าพันธุ์ พุ่มสุวรรณ อาจารย์ฝ่ายปกครองวิทยาลัยเทคนิคนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาวิทยาลัยมีการรณรงค์เกี่ยวกับกฎหมายจราจร ร่วมกับ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ให้นักเรียน นักศึกษามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสวมหมวกกันน็อคทั้งคนขับคนซ้อนท้าย การดัดแปลงสภาพรถจักรยานยนต์ที่ผิดกฎหมาย เช่น ท่อเสียงดัง แต่ยอมรับว่ายังมีนักเรียน นักศึกษาส่วนหนึ่งที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจราจร ทางวิทยาลัยจึงมีมาตรการบังคับใช้ นักเรียน นักศึกษา ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกกันน็อค ทั้งคนขับและซ้อนท้าย รวมทั้งรถจักรยานยนต์ท่อเสียงดัง แต่งกายไม่สุภาพ และนักเรียน นักศึกษาที่มาเรียนสาย ห้ามนำรถ จยย.เข้ามาจอดในวิทยาลัยเด็ดขาด ซึ่งมีนักเรียน นักศึกษาเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่กระทำไม่ถูกต้องตามที่กล่าวมาแล้ว จึงนำรถไปจอดรถริมถนนด้านนอกหนาวิทายาลัยเพราะสถานที่จอดรถในจุดอื่น ๆ ที่สามารถจอดรถได้ไม่มี ทำให้ต้องจอดบริเวณที่มีเส้นจราจรขาวแดง หรือขาวเหลือง เมื่อสถนที่ไม่พอก็มีการจอดซ้อนคันล้ำและกีดขวางผิวการจราจร
“ก่อนหน้านี้ทางวิทยาลัยได้ความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วพร้อมกับประชาสัมพันธ์ให้นักศึกษาทราบถึงจุดห้ามจอดหน้าวิทยาลัย โดยทำการประชาสัมพันธ์ต่อเนื่องประมาณ 2 สัปดาห์ หรือตั้งแต่ช่วงเปิดเทอมที่ผ่านมา เพื่อป้องกันการจราจรติดขัด และคาดว่าหลังจากนี้จะมีการหารือกับผู้บริหาร เพื่อหาทางออกพร้อมกับประชาสัมพันธ์กับนักศึกษาทราบเพิ่มเติม เรื่องห้ามจดรถในจุดที่มีเครื่องหมายหรือเส้นขาวแดงตามที่กฎหมายกำหนด”
ทางด้านนายณัฐวิทย์ ศิธราชู เจ้าของเฟสบุ๊ก “Jamaica Bar “กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ จราจร ทำการล็อคล้อรถจักรยานยนต์ด้านหน้าวิทยาลัยจำนวนหลายสิบคัน ตนจึงถ่ายภาพและโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งไม่คิดว่าจะได้รับความสนใจเป็นจำนวนมากอย่างนี้ ตนไม่มีเจตนาให้ร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะข้อความที่ตนโพสต์ไม่ได้หยาบคาย หรือ ตำหนิ ดุด่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตนเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เพราะจุดดังกล่าวเป็นเส้นจราจรขาวแดง ขาวเหลือง ตามกฎจราจรห้ามจอดชัดเจน แต่ก็อดสงสารนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคนครศรีธรรมราชไม่ได้ เพราะเชื่อว่าจะได้รับความเดือดร้อน รวมไปถึงผู้ปกครองที่มาต้องจ่ายเงินค่าปรับให้ โดยส่วนตัวตนอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กับผู้บริหารของวิทยาลัย ฯมีการปรึกษาหารือพูดคุยตกลงกันเพื่อหาทางออกปัญหาดังกล่าว
ทางด้านผู้ปกครองรายหนึ่งที่มาจ่ายค่าปรับทั้งในส่วนข้อหาจอดรถในที่ห้ามจอด และค่าปลดเครื่องบังคับล้อกล่าวว่า ตนต้องจ่ายค่าปรับรวมเป็นเงิน 800 บาท แยกเป็นค่ากระทำผิดข้อหาจอดรถในที่ห้ามจอด 300 บาท และค่าปลดเครื่องบังคับล้อ 500 บาท ตนมองว่าเป็นค่าปรับที่โหดร้ายสำหรับผู้ขับขี่รถ จยย.หรือรถยนต์ทุกคน เฉพาะค่าปรับพอจะรับได้ แต่ในส่วนของค่าล็อคล้อต้องจ่าย 500 บาทขาดตัวไม่แพงเกินไป ใครเป็นคนกำหนดอัตราค่าล็อคล้อ เงินในส่วนค่าล็อคล้อก็ไม่ได้ส่งเข้าหลวงแต่ได้คนล็อคล้อทั้งหมด ในตัวเมืองนครศรีธรรมราชทุกวันนี้ตำรวจจึงมุ่งล็อคล้อเป็นหลัก วันหนึ่งหากแต่ละนายล็อคล้อได้ 10 รายจะมีรายได้มากถึง 5,000 บาท
“ตนอยากให้เห็นอกเห็นใจผู้ใช้รถใช้ถนนบ้าง ในยุคนี้เศรษฐกิจย่ำแย่ ทำงานหามรุ่งหามค่ำได้วันละๆไม่ถึง 300 บาต้องมาข่ายค่าปรับมากขนาดนี้มันเดือดร้อนมากจริง ๆ ต้องทำงานหาเงินอย่างน้อย 3-4 วันจึงจะเพียงพอกับค่าปรับ ในระยะนี้อยากให้ตำรวจเมตตากับประชาชนบ้าง เข้าใจดีว่าตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย แต่ไม่ควรตั้งราคาค่าปรับสูงเกินไป ในปัจจุบันค่าปรับไม่สวมหมวกกันน็อค 500 บาทขาดตัว พนักงานสอบสวนที่เปรียบเทียบปรับไม่กล้าลดต่ำกว่านี้ เพราะเป็นคำสั่งเด็ดขาดของผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช หากปรับต่ำกว่า 500 บาทจราจรคนจับขู่ว่าจะฟ้องผู้บังคับการ ฯพนักงานสอบสวนจะถูกเล่นงานฐานคำคำสั่ง ขัดนโยบายผู้บังคับบัญชา อยากให้ผู้มีอำนาจคิดถึงสภาพการดำรงชีวิตในปัจจุบันด้วย อย่างน้อยค่าปลดล็อคกำหนดลดลงเหลือครั้งละ 100-200 บาทจะได้ไหม และที่สำคัญการที่วิทยาลัยไม่ยอมให้เด็กที่มาโรงเรียนนำรถเข้าไปจอดในวิทยาลัย ไม่น่าจะเป็นการแก้ปัญหาใด ๆ ได้ แต่เป็นการเพิ่มปัญหามากกว่าเดิมนอกจาก รถ จยย.ของเด็กจอดในที่ขาวแดงถูกตำรวจจับแล้วยังเสี่ยงต่อการถูกคนร้ายขโมยอีก ” ผู้ปกครองคนเดิมกล่าวเสียงละห้อยอย่างน่าสงสาร.
ภาพ/ข่าว นวรัตน์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
