ทำไมเอ็งทำได้ลงคอ!? ตายาย วอนหน่วยงานช่วย หลังฝากเงินออมทรัพย์ตำบล เหรัญญิกหอบเงินหนีเกือบ 5 ล้าน ไร้วี่แวว(มีคลิป)

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2560 ที่ศาลาเอนกประสงค์ประจำหมู่ที่ 13 ตำบลนาท่ามเหนือ อำเภอเมืองตรัง ชาวบ้านกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต บ้านวังโตน หมู่ที่ 13 ต.นาท่ามเหนือ อ.เมือง จ.ตรัง  ประมาณ 50 คน รวมตัวรับฟังคำชี้แจ้งจากนายธานินทร์ สมาธิ อายุ 45 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 13  และนางทองสร้อย เมฆฉาย อายุ 65 ปี ประธานกลุ่มออมทรัพย์ฯ ถึงกรณีที่เงินฝากกลุ่มออมทรัพย์ฯ  ที่ชาวบ้านฝากไว้มานานกว่า 30 ปี ได้หายไปเกือบ 5 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2558 เวลาล่วงเลยมานาน 3 ปี ก็ยังไม่ได้คืน แม้จะต่อสู้มาหลายทางแล้ว ทั้งแจ้งความ นัดไกล่เกลี่ยกับเหรัญญิกกลุ่มฯ ที่เคยยอมรับว่าเป็นคนเอาเงินไป ซึ่งผู้ใหญ่บ้านได้ชี้แจงว่าพยายามจะประสานและเข้าช่วยเหลือเพื่อให้ชาวบ้านได้เงินคืนกลับไป

 

ทำไมเอ็งทำได้ลงคอ!? ตายาย วอนหน่วยงานช่วย หลังฝากเงินออมทรัพย์ตำบล เหรัญญิกหอบเงินหนีเกือบ 5 ล้าน ไร้วี่แวว(มีคลิป)

ทำไมเอ็งทำได้ลงคอ!? ตายาย วอนหน่วยงานช่วย หลังฝากเงินออมทรัพย์ตำบล เหรัญญิกหอบเงินหนีเกือบ 5 ล้าน ไร้วี่แวว(มีคลิป)

ที่ผ่านมาได้ให้ชาวบ้าน 140 ราย เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ความผิดฐานยักยอกทรัพย์แก่เหรัญญิกของกลุ่มออมทรัพย์ฯแล้ว ที่สภ.บ้านคลองเต็ง  ล่าสุดศาลได้นัดไกล่เกลี่ยเพื่อให้เหรัญญิกรายนี้จ่ายเงินคืนให้สมาชิกกลุ่มฯ แต่กลับไม่ยอมคืนให้ ขอสู้คดีในชั้นศาลเท่านั้น และวันที่ 26 ส.ค. 2560  อัยการนัดสอบปากคำกรรมการและสมาชิกกลุ่มฯ 6 ปากเพิ่มเติม   ด้านประธานกลุ่มฯ ออกมาเปิดเผยเงิน 3 ล้านกว่าบาท เหรัญญิกตกแต่งบัญชีแล้วเอาไป ส่วนเงินอีกล้านกว่าบาทสมาชิกกู้ยืมแล้วไม่คืน วอนกระบวนการยุติธรรมนำเงินคืนชาวบ้านที่กำลังเดือดร้อนหนัก

ทำไมเอ็งทำได้ลงคอ!? ตายาย วอนหน่วยงานช่วย หลังฝากเงินออมทรัพย์ตำบล เหรัญญิกหอบเงินหนีเกือบ 5 ล้าน ไร้วี่แวว(มีคลิป) ทำไมเอ็งทำได้ลงคอ!? ตายาย วอนหน่วยงานช่วย หลังฝากเงินออมทรัพย์ตำบล เหรัญญิกหอบเงินหนีเกือบ 5 ล้าน ไร้วี่แวว(มีคลิป)

นายธานินทร์ สมาธิ อายุ 45 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 13   กล่าวว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้นได้ประสานประธานกลุ่ม กรรมการฯ สมาชิกมาประชุมเพื่อแก้ปัญหามาตลอด ซึ่งนายดำ นามสมมุติ เหรัญญิกของกลุ่มฯ ได้ยอมรับต่อหน้าที่ประชุมว่าเป็นคนเอาเงิน 3 ล้านกว่าบาทไป และได้ลงบันทึกไว้ และเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่สภ.บ้านคลองเต็ง นัดคืนเงินให้สมาชิก แต่กลับไม่คืน ขอสู้คดี ตอนนี้เรื่องอยู่ที่กระบวนการศาล อัยการเป็นโจทย์ฟ้อง

 

 

ทำไมเอ็งทำได้ลงคอ!? ตายาย วอนหน่วยงานช่วย หลังฝากเงินออมทรัพย์ตำบล เหรัญญิกหอบเงินหนีเกือบ 5 ล้าน ไร้วี่แวว(มีคลิป)

ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 60 ที่ผ่านมา ศาลได้นัดเหรัญญิกเข้าไกล่เกลี่ยกับชาวบ้าน มีชาวบ้านไปร่วมรับฟัง 40 กว่าคน แต่ก็ไร้ผลอีก จะสู้คดีอย่างเดียว จึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับชาวบ้าน เงินของชาวบ้าน วอนท่านอัยการติดตามเรื่องนี้ กลัวคดีมีปัญหาอีก เพราะก่อนหน้านี้ได้ฟ้องทางแพ่ง แล้วศาลยกฟ้องเพราะกลุ่มออมทรัพย์ฯ ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ไม่สามารถฟ้องแพ่งได้ และกฎระเบียบการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ฯ ที่ทางพัฒนาชุมชนกำหนดมาให้ก็ช่วยอะไรไม่ได้  ซึ่งปัจจุบันเหรัญญิก รายนี้ก็ยังอยู่ในพื้นที่ แต่คาดว่าจะไม่มีเรื่องบานปลายไปมากกว่านี้ เพราะทุกคนในหมู่บ้านเป็นญาติพี่น้องกัน ตนเองได้พยายามเข้ามาประสานงานและไกล่เกลี่ย ไม่ให้เกิดความขัดแย้งที่รุนแรง

 

นางแจ่ม  (หรือยายติ้ง) เพชรฤทธิ์  อายุ 76 ปี  กล่าวว่า ตนเองเป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์ฯมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งประมาณปี 2530 ซึ่งจะเหมือนเพื่อนบ้านอีกหลายคนที่นำเงินมาฝากไว้ทุกเดือน โดยไม่ได้ใช้สิทธิกู้ยืมไปทำอย่างอื่น เมื่อเกิดปัญหาว่าเงินในบัญชีของกลุ่มออมทรัพย์ฯ หายไปทำให้เดือดร้อนมาก จะไปเบิกคืนก็ไม่ทันแล้ว เงินที่นำไปฝากแต่ละเดือนได้มาจากน้ำพักน้ำแรงจากการกรีดยางบ้าง ปลูกผักขายบ้าง ตั้งใจว่าจะไว้เป็นเงินเก็บไว้ใช้จ่ายของจำเป็นช่วงบั้นปลายชีวิต หรือให้ลูกหลาน ซึ่งตนเองและเพื่อนบ้านทุกคนก็ตั้งความหวังว่าจะได้เงินคืน

ทำไมเอ็งทำได้ลงคอ!? ตายาย วอนหน่วยงานช่วย หลังฝากเงินออมทรัพย์ตำบล เหรัญญิกหอบเงินหนีเกือบ 5 ล้าน ไร้วี่แวว(มีคลิป)

ด้านนางทองสร้อย เมฆฉาย 65 ปี ประธานกลุ่มออมทรัพย์ฯ กล่าวว่า กลุ่มออมทรัพย์ฯ ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2530 สมาชิกมีจำนวน 396 คน  ก่อนหน้านี้มีเงินสะสมหมุนเวียนในบัญชีถึง 10 ล้านบาท แต่ได้มีการกู้ยืมเงินไปใช้และการถอนเงินคืนไปจำนวนมาก ปัจจุบันสมาชิกเหลือประมาณ 200 กว่าคน หลังเกิดปัญหาเงินหายไปจากบัญชี มียอดคงเหลือตอนนี้คือ 29,704 บาท ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้น เรื่องอยู่ในกระบวนการยุติธรรม สำนวนคดีถึงอัยการ นัดไกล่เกลี่ยกันเหรัญญิกที่เคยรับว่าเอาเงินไป และจะรับผิดชอบก็กลับคำให้การว่าไม่ได้เอาไป ทั้งๆที่เคยเซนต์เอกสารยอมรับไว้เป็นหลักฐานที่ทำการกลุ่มฯและที่สภ.บ้านคลองเต็ง ซึ่งกรรมการกลุ่มออมทรัพย์ฯคนอื่นไม่ได้ทำ ต้องขอความเป็นธรรมให้กับสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์ฯด้วย ให้เหรัญญิกเอาเงินมาคืนให้  เพราะสงสารมากแต่ละคนทำงานกันมาเหนื่อยยากแล้วเอาเงินมาฝากไว้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุทั้งนั้น และต้องขอกราบขอโทษทุกคนที่เกิดเรื่องนี้ขึ้นมา ทั้งหมดเกิดมาจากความเชื่อใจกันมากไป ก็อยากให้เขามีชดใช้ให้ทั้งหมด ซึ่งเหรัญญิกคนดังกล่าวไม่ได้ยากจน จนไม่สามารรถชดใช้ได้  จึงอยากขอความยุติธรรมต่อศาลให้ช่วยเรื่องนี้  ให้สงสารผู้สูงอายุและสมาชิกฯทุกคนที่เดือดร้อน
                         

ขณะที่ยังมีชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งต้องเดือดร้อนแล้วเดือดร้อนอีก เพราะเป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต บ้านวังโตน หมู่ที่ 13 ต.นาท่ามเหนือ อ.เมือง จ.ตรัง  แล้วยังเป็นสมาชิกกลุ่มประมงเพื่อการผลิต หมู่ที่ 13 ต.นาท่ามเหนือ อ.เมือง จ.ตรัง  อีกด้วย ซึ่งมีท่าทีว่ากำลังจะล่มตามไปด้วย เนื่องจากตอนนี้ไม่มีเหลือในบัญชีเลย  ส่วนหนึ่งพบว่าเหรัญญิกรายเดิมนำเงินไปหมุนเวียนในกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตฯ แล้วยังไม่ส่งคืนอีกกว่า 1 แสนบาท  ส่วนหนึ่งสมาชิกฯที่กู้ยืมไปไม่นำส่งคืน เพราะเข้าใจผิดว่ากลุ่มล้มแล้ว
                          

ทำไมเอ็งทำได้ลงคอ!? ตายาย วอนหน่วยงานช่วย หลังฝากเงินออมทรัพย์ตำบล เหรัญญิกหอบเงินหนีเกือบ 5 ล้าน ไร้วี่แวว(มีคลิป)

นางทองสร้อย เมฆฉาย ซึ่งควบตำแหน่งประธานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตและกลุ่มประมงเพื่อการผิตด้วย ชี้แจงว่า กลุ่มประมงเพื่อการผลิตฯ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2538 มีสมาชิก 48 คน เดิมมีเงินสะสมหมุนเวียนกว่า 1 ล้านบาท ปล่อยกู้ให้กับสมาชิกฯเพื่อไปดำเนินกิจการทางประมง  ต่อมาเหรัญญิกรายเดิม ซึ่งก็ดำรงตำแหน่งเหรัญญิกกลุ่มประมงเพื่อการผลิตฯด้วย ได้ทำเรื่องกู้ยืมเงินจากกลุ่มประมงเพื่อการผลิตมาหมุนเวียนในกลุ่มออมทรัพย์ฯ จำนวน 350,000 บาทแล้วก็ไม่นำเงินกลับเข้าบัญชีกลุ่มประมงฯ ตนจึงทำเรื่องเอาเงินคืนให้ไปบางส่วน คงเหลือแสนกว่าบาท  ส่วนที่เหลือสมาชิกกลุ่มประมงฯเอง ก็ไม่นำเงินที่กู้ยืมไปชำระคืนมา ทำให้ไม่มีเงินทุนมาหมุนเวียนในระบบ แต่ขอยืนยันว่ากลุ่มประมงฯยังไม่ล่ม กรรมการทุกคนยังทำหน้าที่ทุกวัน รอให้สมาชิกกลุ่มฯมาชำระเงินกู้และดอกเบี้ย

ทำไมเอ็งทำได้ลงคอ!? ตายาย วอนหน่วยงานช่วย หลังฝากเงินออมทรัพย์ตำบล เหรัญญิกหอบเงินหนีเกือบ 5 ล้าน ไร้วี่แวว(มีคลิป)

ภาพ/ข่าว สุนิภา หนองตรุด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ตรัง