- 05 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
แพทย์แผนไทยชื่อดัง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ หลังแจ้งความดำเนินคดี ที่สภ.เหนือคลอง ถูกวางยาด้วยสารหนูทำให้ไตวายเฉียบพลันอาการสาหัส ผ่านไปเกือบ 2คดียังไม่คืบหน้า คนร้ายที่ก่อเหตุยังลอยนวล เผยมีการเปลี่ยนพนักงานสอบสวนไปแล้ว 3คน ด้านเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมเผยเจ้าหน้าที่ขอเวลา2 สัปดาห์ เพื่อเร่งทำคดี
วันที่ 5 มิ.ย.60 นายพรม หรือหมอพรม จันทรา อายุ82 ปี อาชีพแพทย์แผนไทย เจ้าของร้านยาแผนโบราณพรมประสิทธิ์เภสัช เลขที่ 944 ม.2 ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ พร้อมด้วย นางเรณู รัตน์แก้ว อายุ 49 ปี บุตรสาว ได้เดินทางไปที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรม หลังเข้าแจ้งความกรณีถูกวางยาด้วยสารหนูจนทำให้เกิดอาการไตวายเฉียบพลัน ต้องรักษาตัวอยู่เป็นเวลานานหลายเดือน ซึ่งหลังทราบสาเหตุได้ส่งข้อมูลหลักฐาน ให้พนักงานสอบไปแล้ว แต่ผ่านไปกว่า 1 ปี คดียังไม่มีความคืบหน้า และมีการเปลี่ยนพนักงานสอบสวนไปแล้วถึง3 นาย และก็ยังมีความคืบหน้าใดๆคนร้ายที่เชื่อว่าเป็นผู้ก่อเหตุก็ยังลอยนวล
นายพรม กล่าวว่า เมื่อวันที่11สิงหาคม2558 ตนมีอาการคลื่นไส้ อ่อนแรง และอาเจียนตลอดเวลา ท้องผูก ไม่ปัสสาวะ ต่อมาลูกชายคนโตได้พาไปหาหมอที่โรงพยาบาลเหนือคลองรักษาอยู่เป็นเวลา4วัน แต่อาการไม่ดีขึ้น ต่อมาวันที่ 16 สิงหาคม 58 จึงได้ออกจากโรงพยาบาลเหนือคลอง เพื่อไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลกระบี่ แต่อาการยังไม่ดีขึ้น ซ้ำร้ายยังทรุดหนัก ลูกสาวจึงพาไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาลกระบี่นครินทร์ฯในตัวเมืองกระบี่ และไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลกระบี่ รักษาอาการอยู่หลายเดือน หมอบอกเพียงว่าอาการไตวายแต่ไม่ทราบสาเหตุ ทั้งที่ไม่เคยมีโรคประจำตัวอะไร จึงเกิดความสงสัยว่าได้รับสารอะไรเข้าไป จึงได้ทำการตรวจเลือดที่โรงพยาบาลกระบี่นครินทร์ฯ 2 ครั้ง ครั้งแรกพบว่ามีอะเครตินินในเลือดสูงกว่าปกติ11เท่า ต่อมาทางโรงพยาบาลกระบี่นครินทร์ฯส่งผลเลือดไปตรวจอีกครั้ง ผลปรากฏว่าพบสารหนูในเลือดเกินกว่าปกติ 2เท่า จึงมั่นใจว่าโดนวางยาในอาหารแน่นอนเป็นสาเหตุทำให้ไตวาย และเชื่อว่าภรรยาคนที่สองที่เพิ่งแยกทางกันเป็นคนก่อเหตุเพราะเคยมีสารหนูอยู่ในบ้านก่อนหน้านี้
ด้านนางเรณู กล่าวว่า ตนเข้าแจ้งความครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม58 ตอนนั้นเจ้าหน้าที่ลงบันทึกประจำวันไว้ ต่อมาก็ได้ไปแจ้งความอีกดครั้งในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน (วางยา) และบิดาของตนได้เข้าไปให้ปากคำ พร้อมทั้งนำหลักฐานต่างๆ ส่งให้พนักงานสอบสวน ตามที่ร้องขอ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาเกือบ2ปี คดีก็ยังไม่มีความคืบหน้า คนร้ายที่ก่อเหตุยังลอยนวล ขณะเดียวกันมีการเปลี่ยนพนักงานสอบสวนไปแล้วถึง3คนแต่คดีไม่คืบหน้า จึงได้มาร้องที่ศูนย์ดำรงธรรมเพื่อเร่งรัดคดี หากยังไม่คืบหน้าก้จะไปร้องเรียนที่ตำรวจภูธรภาค8ต่อไป
ด้านเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวได้มีการเข้ามายื่นเรื่องไว้แล้วเมื่อปี59 ซึ่งหลังจากนี้จะได้ประสานกับพนักงานสอบสวน เจ้าของคดี เพื่อเร่งดำเนินการ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ2สัปดาห์ เพือ่เร่งทำคดีและจะได้ประสานกับผู้ร้องต่อไป
ข่าว/ภาพ บัญฑิต รอดเกิด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ กระบี่
