- 06 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
โรงงานดังผลิตยางมะตอยพื้นที่อำเภอทองแสนขัน เร่งแก้ปัญหาฝุ่นละออง เสียงและกลิ่นเหม็นแล้ว หลังถูกชาวบ้านร้องเรียน จนหลายหน่วยงานรุมทึ้งเข้าตรวจสอบละเอียดยิบ ทั้งสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค1 ศูนย์วิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมโรงงานภาคเหนือ อุตสาหกรรมจังหวัด อำเภอ ตัวแทนชุมชน ตรวจสอบมลพิษที่เกิดขึ้น เพื่อให้ชุมชนและโรงงานอยู่ร่วมกันได้ ขณะที่ผู้จัดการเปลี่ยนผ้าแสลนใหม่หมดรอบโรงงานทั้ง 4 ทิศ พร้อมนำต้นกล้ายูคามาปลูกเสริมกันฝุ่นละอองออกนอกเขต รถบรรทุกฉีดน้ำเพิ่มความชื้นอากาศบรรเทามลภาวะกลิ่นและฝุ่นละออง เปลี่ยนหัวฉีดพ่นและน้ำมันเตาใหม่ใช้เกรดเอ เพื่อช่วยลดความฉุนของกลิ่นยางมะตอยลง
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวทีนิวส์ รายงานความคืบหน้ากรณีชาวบ้านในพื้นที่อำเภอทองแสนขันร้องเรียนเรื่องฝุ่นละออง กลิ่นและเสียง ที่เกิดจากโรงงานผสมยางมะตอยหรือผลิตแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ของบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ และตั้งใกล้ชุมชนติดกับสถานีตำรวจ ที่ว่าการอำเภอโรงเรียนและหน่วยงานราชการต่างๆ จากการประกอบกิจการของโรงงานทำให้เกิดฝุ่นละอองเป็นจำนวนมาก มีกลิ่นเหม็นน้ำมันที่รุนแรง ขณะดำเนินการจะมีเสียงเครื่องจักรดังรบกวนชาวบ้าน ส่งผลทำให้สุขภาพของคนในพื้นที่เริ่มเจ็บป่วยมากขึ้น ทั้งในเรื่องของระบบทางเดินหายใจ และโรงงานดังกล่าวตั้งอยู่บนที่ดินของ สปก.ตามที่สำนักข่าวทีนิวส์ได้เสนอไปแล้วนั้น
นายเทวัญ บุภักดี หัวหน้าฝ่ายโรงงานอุตสาหกรรม รักษาราชการแทนอุตสาหกรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า โรงงานดังกล่าวเป็นของ บริษัท เจริญสิทธิ์ก่อสร้าง จำกัด ตั้งอยู่หมู่ 9 ต.บ่อทอง หลังรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านจึงรีบลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานดังกล่าวทันที และเข้าตรวจสอบพร้อมกับ นายเจนณรงณ์ ประกอบทรัพย์ ปลัดอำเภอทองแสนขัน ฝ่ายศูนย์ดำรงธรรมจ.ส.อ.พันธ์พินิจ ประทุมศิริ เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.บ่อทอง โดยมีนายสุรสิทธิ์ สัตย์มั่น ผู้จัดการบริษัท เจริญสิทธิ์ก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้นำเข้าตรวจภายในโรงงาน พบปัญหาตามที่สำนักข่าว "ทีนิวส์" ได้มีการนำเสนอข่าวออกไป จึงมีหนังสือสั่งการให้ผู้จัดการโรงงานหรือบริษัทดำเนินการปรับปรุงแก้ไข ประการแรก ปรับปรุงแก้ไขปัญหาเรื่องกลิ่นที่เกิดจากการประกอบกิจการโรงงานให้มีประสิทธิภาพเพียงพอ อาทิ วิธีการลดกลิ่นและมาตรการป้องกันกลิ่น จากกระบวนการผลิตไม่ก่อให้เกิดอันตราย ความเสียหายหรือความเดือดร้อนแก่คนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง ประการที่สอง ให้ทางโรงงานปรับปรุงซ่อมแซมแสลนกันฝุ่นละอองโดยรอบบริเวณโรงงานให้มีความมั่นคงแข็งแรง ให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทวี อำพาพันธ์ ตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมโรงงานภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ กระทรวงอุต สาหกรรม พร้อมเจ้าหน้าที่ จากศูนย์วิจัย จำนวน 5 นาย นำอุปกรณ์ตรวจวัดค่ามลพิษทางอากาศหรือฝุ่นละอองเข้าตรวจสอบภายในโรงงานและภายในชุมชนใกล้เคียง เพื่อตรวจหาค่าฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นภายในโรงงานผลิตยางมะตอยเกินค่ามาตรฐานหรือไม่อย่างไร โดยเฉพาะบริเวณปล่องท่อซึ่งเป็นจุดปล่อยควัน ระหว่างเกิดกระบวนการผลิตยางมะตอย จากการนำกรวดหินเข้าผสมกับน้ำยา ก่อนที่จะออกมาเป็นยางมะตอย เพื่อนำไปเทราดพื้นถนนตามที่ต้องการ ด้วยการนำอุปกรณ์ตรวจวัดค่ามลพิษทางอากาศติดตั้งภายในโรงงานและที่อยู่อาศัยของชุมชน เพื่อให้โรงงานและชุมชนสามารถอยู่ร่วมกันได้
ด้าน นายสุรสิทธิ์ ผู้จัดการ บริษัท เจริญสิทธิ์ก่อสร้าง จำกัด กล่าวว่า ทางอุตสาหกรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตัวแทนจากชุมชน ได้ร่วมกันตรวจสอบปัญหาภายในโรงงานและมีมติให้ทางโรงงานแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นทางมลพิษทั้งกลิ่น เสียงและฝุ่นละออง เพื่อการอยู่ร่วมกันได้ระหว่างโรงงานและชุมชน ทางบริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นต่อชุมชนและภายในโรงงานเอง จึงได้เร่งดำเนินการปรับปรุงระบบขบวนการผลิตภายในโรงงานเพื่อลดปัญหาดังกล่าวทันทีด้วยการติดตั้งผ้าแสลนรอบโรงงานของบริษัททั้ง 4 ด้าน พร้อมนำต้นกล้ายูคาปลูกด้านหลังแสลน เพื่อประโยชน์ในการป้องกันฝุ่นละอองตามคำชี้แนะของสำนักงานสิ่งแวดล้อม ภาคที่ 1 และตามคำสั่งของอุตสาหกรรมจังหวัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นายสุรสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ทางบริษัทฯ ได้ดำเนินการเปลี่ยนหัวฉีดพ่นยางมะตอย เปลี่ยนน้ำมันเตาใหม่ใช้เกรดที่ดีหรือสูงขึ้นชนิดเกรดเอ พร้อมเพิ่มน้ำยาดับกลิ่นเพื่อลดกลิ่นที่ฉุนหรือกลิ่นยางมะตอยให้ลดน้อยลง ทั้งก่อนและระหว่างขั้นตอนการผลิต ทั้งนี้ ได้จัดรถบรรทุกน้ำนำน้ำมาทำการฉีดโดยรอบบริเวณโรงงาน เพื่อเพิ่มความชื้นภายในอากาศเป็นการบรรเทามลภาวะด้านกลิ่นและฝุ่นละอองที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการผลิต จากการดำเนินการทั้งหมดแล้วจะช่วยให้มลภาวะด้านกลิ่นและฝุ่นละอองที่อาจเกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต มิให้เกิดความรำคาญหรือเกิดความเสียหายแก่บุคคลที่อยู่อาศัยใกล้เคียงได้ พร้อมรับข้อเสนอแนะข้อคิดเห็นจากทุกฝ่ายเพื่อการอยู่ร่วมกันได้ระหว่างโรงงานและชุมชน
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับทีตั้งของโรงงานนั้น ตั้งอยู่บนที่ดิน สปก. ด้วยการอาศัยเช่าที่ดินเป็นระยะเวลา 6 ปี ซึ่งจะหมดสัญญาในปี พ.ศ. 2561 ตาม พรบ.สปก. พ.ศ.2518มาตรา 30 วรรค 5 และเพิ่มเติมฉบับที่ 3 พ.ศ.2532
ภาพ/ข่าว สมภพ สินพิพัฒนฤดี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.อุตรดิตถ์
