- 06 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากสถานการณ์ราคายางพาราที่ผันผวนขึ้นลงไม่แน่นอนทำให้เกษตรกรชาวสวนยางได้รับความเดือดร้อนโดยเฉพาะขณะนี้ซึ่งราคายางพาราอยู่ในภาวะดิ่งลงอีกครั้งอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละประมาณ60บาทจากก่อนหน้าที่ขึ้นไปเกือบ70 บาท แต่ไม่เป็นปัญหาสำหรับ คุณสมภพ มาลา หรือ ป้อม อายุ 30 ปี เกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ หมู่ 10 บ้านควนเสม็ด ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา เนื่องจากได้ใช้เวลาว่างหลังจากกรีดยางพาราในแต่ละวันมาเลี้ยงเป็ดไข่พันธุ์กากีแคมเบลล์ จำนวน 300 ตัว ใช้พื้นที่ภายในสวนยางพารา สร้างโรงเรือนแบบง่ายๆเพื่อเป็นคอก
โดยเลี้ยงมาประมาณ 1 ปี ขณะนี้เป็ดทั้งหมดหมุนเวียนกันออกไข่ทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่า 200 ฟอง ส่งจำหน่ายฟองละ4 บาท และส่วนหนึ่งจะนำไปแปรรูปเป็นไข่เค็มเพิ่มมูลค่าส่งขายฟองละ 7 บาท และยังขายเป็ดเป็นตัวราคาตัวละ 100 บาทด้วย ซึ่งมีรายได้เสริมเหยียบพันบาทในแต่ละวันนอกเหนือจากการกรีดยางพารา และผลผลิตยังไม่พอต่อความต้องการของลูกค้าเตรียมขยายพื้นที่เลี้ยงเพิ่มขึ้นอีก
คุณสมภพ บอกว่า เริ่มต้นการเลี้ยงเป็ดไข่โดยการซื้อพ่อพันแม่พันธ์อายุ 3 เดือนตัวละ 30 บาท มาเลี้ยง300 ตัว ช่วงที่ลูกเป็ดยังเล็กก็ให้กินอาหารลูกไก่ พอเริ่มโตขึ้นก็ให้อาหารที่หาได้ง่ายๆ เช่น หยวกกล้วย เศษผัก เศษหัวกุ้ง หัวปลา ให้กินวันละ 2 ครั้งเช้า – เย็น และปล่อยให้เป็ดลงเล่นน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติที่อยู่ภายในสวนยาง พอเป็ดอายุได้ประมาณ 4 เดือนกว่าๆน้ำหนักตัวประมาณ 1กิโลครึ่งก็เริ่มออกไข่และจะออกไข่ต่อเนื่องไปอีกประมาณ 4-5 เดือน ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ในการเลี้ยงหลังจากไข่หดก็จะคัดแยกเพื่อขายเป็นตัวตามวงจรชีวิตของเป็ด คุณสมภพ บอกว่า หลังจากที่หันมาเลี้ยงเป็ดไข่เป็นอาชีพเสริม ก็สามารถอยู่ได้อย่างพอเพียงไม่ต้องกังวลเรื่องราคายางพาราตกต่ำอีกแล้ว
นภาลัย ชูศรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าว ทีนิวส์ จ.สงขลา
