- 06 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 6 มิ.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวไร่อ้อยในพื้นที่จังหวัดสระแก้วและปราจีนบุรี นำโดย นายเนย สุขประเสริฐ ,นายวิรัตน์ เย็นจิตร, นายบุญเลิศ จันสวาท ,นายอำนวย เงินโสม คณะกรรมการบริหารสมาคมเกษตรกรชายแดนบูรพา สาขาปราจีนบุรี กว่า 5 ราย ส่งตัวแทนเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครด้วยรถยนต์ไปที่กระทรวงแรงงาน เขตดินแดง เพื่อขอเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียน ให้มีการแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานต่างด้าวในจังหวัดสระแก้วและปราจีนบุรี หลังจากถูกเจ้าหน้าที่เรียกเก็บส่วยแรงงานต่างด้าวหัวละ 30,000-35,000 บาท และยังเรียกเก็บรายหัวเป็นรายเดือน หัวละ 500 บาท
ด้าน นายมนตรี คำพล นายกสมาคมเกษตรกรชายแดนบูรพา เปิดเผยว่า ทุกฤดูหีบอ้อยทุกปีเกษตรกรและสมาชิกของสมาคมฯ ต้องใช้แรงงานต่างด้าวถึง 20,000 คน โดยนำเข้าแรงงานชาวกัมพูชาเข้าสู่ระบบตามกฎหมาย ตามมาตรา 14 พรบ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ซึ่งแรงงานสามารถใช้หนังสือผ่านแดนชั่วคราว หรือ Border pass ประทับตราที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ ซึ่งมีเพียงแห่งเดียว ทำให้เกิดปัญหาแออัดล่าช้า เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวผ่านเข้า-ออกอีกเป็นจำนวนมาก
"ทางสมาคมฯและสมาชิกชาวไร่อ้อย จึงมาเรียกร้องกับท่านรัฐมนตรีแรงงาน ในฐานะเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการอนุญาตและดูแลการอนุญาตขอใช้แรงงานต่างด้าว ให้มีการเร่งรัดการเปิดช่องทางการประทับตรา Border pass ในจุดผ่อนปรนบ้านเขาดิน อ.คลองหาด โดยยกระดับเป็นด่านผ่านแดนถาวรอีกช่องทางหนึ่ง พร้อมทั้งขอให้เพิ่ม อ.กบินทรบุรี จ.ปราจีนบุรี ให้แรงงานต่างด้าวสามารถใช้ Border pass สำหรับการทำงานในภาคเกษตรได้ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่อาศัยช่องว่างตรงนี้เรียกรับส่วยในปัจจุบัน " นายสมาคมเกษตรกรชายแดนบูรพา กล่าว
อย่างไรก็ตาม ตัวแทนเกษตรกรชาวไร่อ้อย ได้นำรายละเอียดพื้นที่เพาะปลูกอ้อยในจังหวัดปราจีนบุรี ปี 2558/59 กว่า 82,000 ไร่ พร้อมรายชื่อเกษตรกรที่เดือดร้อน จำนวน 439 ราย ยื่นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยมีที่ปรีกษาและเจ้าหน้าที่รับเรื่องลงรับ เพื่อนำเสนอตามขั้นตอนต่อไป
ภาพและข่าวโดย / ธนภัท กิจจาโกศล
ผู้สื่อข่าว นายยุทธนา พึ่งน้อย ผู้สื่อข่าวจังหวัดสระแก้ว
