- 07 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 60 ที่ห้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดมุกดาหารนายสังคม อุปคุณ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังในแม่น้ำโขงชาวมุกดาหาร ได้เข้ายืนหนังสือในการขอขยาย ระยะเวลาการบังคับใช้พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทยฉบับที่ 17 พ.ศ. 2560 ถึงนายกรัฐมนตรีโดยผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดมุกดาหารได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยมีนายวิญญู รัตนาพันธ์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดมุกดาหาร เป็นผู้มารับหนังสือ ซึ่งทางเกษตรและสหกรณ์จังหวัดมุกดาหาร ได้กล่าวคณะที่มายืนยันหนังสือว่า หลังจากที่ได้รับหนังสือนี้แล้ว จะได้รีบดำเนินการเสนอหนังสือตามขั้นตอนต่อไปโดยเร่งด่วน
ด้าน นายสังคม อุปคุณ ประธานสภาจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า การมาเยือนหนังสือในวันนี้ ได้รับข้อมูลและการร้องเรียนจากเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ว่าได้รับความเดือดร้อนจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทยฉบับที่ 17 พ.ศ. 2560 ซึ่งมีเกษตรกรที่ประกอบอาชีพประมงที่ต้องอาศัยแหล่งน้ำเป็นที่ทำมาหากิน บางส่วนกำลังอยู่ในภาวะวิกฤติกังวลเป็นอย่างมากจากการบังคับใช้กฎหมายฉบับดังกล่าวโดยไม่ทราบมาก่อน เพิ่งจะมาทราบเมื่อมีการบังคับใช้กฎหมายแล้ว
ซึ่งมีบทบัญญัติให้ผู้ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนสิ่งล่วงล้ำแหล่งน้ำกับกรมเจ้าท่าให้ไปขึ้นทะเบียนกับกรมเจ้าท่าภายในวันที่ 22 มิถุนายน 2560 นี้ หรือได้รับการขึ้นทะเบียนกับกรมเจ้าท่าแล้ว แต่ก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำแหล่งน้ำผิดไปจากที่ได้รับอนุญาต ต้องมีโทษจำคุกหรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ ในอัตราที่ค่อนข้างสูง รวมทั้งต้องเสียค่าทำเนียมเป็นรายปีต่อไปอีก เป็นภาระค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างมากสำหรับเกษตรกรที่ประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด
สภาเกษตรจังหวัดมุกดาหารจึงขอความอนุเคราะห์ให้รัฐบาลได้โปรดพิจารณาขยายระยะเวลาการบังคับใช้พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทยฉบับที่ 17 พ.ศ. 2560 ที่บังคับให้ผู้ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมเจ้าท่าขยายระยะเวลาจากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 22 มิถุนายน 2560 ออกไปอีกอย่างน้อย 1 ปี เพื่อให้เกษตรกรซึ่งไม่เคยทราบมาก่อนเกี่ยวกับกฎหมายแบบนี้ได้มีเวลาปรับตัวและสร้างความเข้าใจ เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ก่อน และหาบังคับใช้แล้วสร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกรจริง ขอได้โปรดมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปรับปรุงกฎหมายให้มีความเหมาะสมไม่ส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนต่อเกษตรกร ทั้งในเรื่องการประกอบอาชีพและที่อยู่อาศัย
จากการสำรวจเบื้องต้นมีเกษตรกรในจังหวัดมุกดาหารที่จะได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้จำนวน 78 ครอบครัวรวมทั้งสิ้น 310 คนพื้นที่กระชังจำนวน 28125 ตารางเมตร
ภาพ/ข่าว อนุศักดิ์ เสาวภา แสนวิเศษ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.มุกดาหาร
