- 07 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่ได้รับการร้องเรียนจากญาติ ๆ ของนายศุภโชค เอกเกียรติกุล อายุ 17 ปี หรือ “สามเณรปลื้มอายุ 17 ปี วัดวังตะวันตก ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ว่าสามเณรปลื้มหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย นานเกือบ 5 เดือนตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. 2560 คาดว่าจะถูกอุ้มฆ่าและซ่อนเร้นอำพราง ทำลายศพ จนนำไปสู่การสืบสวนจับกุมคนร้าย 3 คน ประกอบด้วย น.ส.ปิยฉัตร หรือ บิว อรุณสกุล อายุ 40 ปี นายเด่นชัย หรือ อดีตพระเด่น ภูมินิยม อายุ 36 ปี สามี น.ส.ปิยฉัตร และนายสุริยา กุศลสุข หรือสามเณรสุริยา อายุ 18 ปี ซึ่ง น.ส.ปิยฉัตร หรือ บิว ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ในขณะที่นายเด่นชัย หรืออดีตพระเด่นชัย และนายสุริยา หรืออดีตสามเณรสุริยา ให้การรับสารภาพนำชี้จุดฝังศพกลางวัดวังตะวันตก และเจ้าหน้าที่ทำการขุดค้นหาศพจนพบศพสามเณรปลื้มตามที่ผู้ต้องหารับสรภาพข่าว เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเป็นรายที่ 4 และยังไล่ล่าจับกุมอีก 2 ราย ในขณะตรวจสอบพบแผนการของ น.ส.ปิยฉัตร หรือบิว และนายเด่นชัยหรืออดีตพระเด่นชัย ที่เข้าแบล็กเมล์เจ้าอาวาสจนสามารถฮุบอำนาจภายในวัด กอบโกยหาผลประโยชน์จนร่ำรวย ล่าสุดเจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นบ้านนางปิยฉัตร พบสมุดบัญชีธนาคารของวัด เอกสารหลักฐานสำคัญของพระภิกษุทุกรูปในวัดรวมทั้งของวัดอยู่ในบ้านเป็นจำนวนมาก ซึ่งได้นำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่องไปแล้วนั้น
วันที่ 7 มิ.ย. 2560 ทางด้าน พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผบ.มทบ.41 ได้นำทหาร จำนวนกว่า 10 นายเดินทางเข้าไปในวัดวังตะวันตก เพื่อช่วยจัดระเบียบต่าง ๆ ภายในวัด โดยกำลังทหารได้กระจายกำลังกันหาออกข้อมูลบริเวณแผงพระต่าง ๆ และตึกเช่า ลานจอดรถให้เช่า เป็นต้น รวมทั้งตรวจสอบสมุดบัญชีรายได้ของวัดในแต่ละส่วนว่ามีใครรับผิดชอบดูแลบ้างในช่วงเวลาที่ผ่านมา และเงินที่ได้จากการจัดเก็บผลประโยชน์นำเข้าบัญชีธนาคารของวัดหรือไม่อย่างไร จากนั้น พล.ต.อาคม พร้อมด้วยนายทหารติดตามและ พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ได้เข้าพบกับพระครูพรหมเขตคณารักษ์ รักษาการเจ้าอาวาสวัดวังตะวันตกที่กุฏิเจ้าอาวาส
พล.ต.อาคม กล่าวกับพระครูพรหมเขตคณารักษ์ ว่าทางฝ่ายทหารเองก็ได้ติดตามข้อมูลเรื่องปัญหาต่าง ๆภายในวัดมาโดยตลอด ทหารจึงเข้ามาให้การช่วยเหลือทางวัดเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย หากทางวัดมีอะไรหรือปัญหาขัดข้องอะไรให้ทางทหารช่วยเหลือก็ขอให้บอกมาได้เลย ทหารยินดีและพร้อมช่วยเหลือเต็มที่ โดยทางผู้ใหญ่ในกองทัพบกได้โทรศัพท์สั่งการให้ตนเข้ามาดูแลจัดระเบียบต่าง ๆ ภายในวัดร่วมกับทางตำรวจและประชาชนทุกคน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องผลประโยชน์จากกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปแล้วหรือกลุ่มผลประโยชน์อื่น ๆในวัดที่ยังหลงเหลืออยู่ จึงก็ขอให้ทางวัดสบายใจได้ ประกอบกิจการหรือทำกิจของสงฆ์ได้อย่างสะดวกไม่ต้องห่วงอะไรทั้งสิ้น ทหารพร้อมดูแลเต็มที่และไม่ทอดทิ้งวัดแน่นอน ส่วนเรื่องที่อาจจะมีใครมาข่มขู่ท่านรักษาการเจ้าอาวาสหรือพระในวัดในช่วงนี้ ทางทหารก็พร้อมที่จะช่วยเหลือสนับสนุนเต็มที่ โดยทาง ผวจ.นครศรีธรรมราชก็ฝากความห่วงใยมาเหมือนกัน ในขณะที่ทางตำรวจก็ทำคดีอย่างเต็มที่มาตลอดเช่นกัน
ภาพ/ข่าว กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
