- 07 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับ กองส่งเสริมการวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดโครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน : โครงการเผยแพร่เพื่ออนุรักษ์องค์ความรู้รำโทนกันทรวิชัย ณ วัดเจริญผล ตำบลท่าขอนยาง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม มีตัวแทนจากชุมชนท่าขอนยางหมู่ที 1,2,3,4 และหมู่ที่11 เข้าร่วมโครงการกว่า 50 คน จัดขึ้นเพื่อให้บริการวิชาการด้านดนตรี ต่อยอดผลงานวิจัยรำโทนกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ให้กับชุมชนผู้สูงอายุวัดเจริญผล ตำบลท่าขอนยาง อำเภอกันทรวิชัย และเพื่อสร้างความร่วมมือทางวิชาการ วัฒนธรรมดนตรีกับชุมชน
อาจารย์ยศพรรณ พันธะศรี อาจารย์จากสาขาดุริยางคศิลป์ไทย วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าวว่า รำโทนเป็นการแสดงพื้นบ้านที่พัฒนามาจากรำวงกลางบ้าน แรกเริ่มเป็นการละเล่นทางวัฒนธรรมของประชาชนในภาคกลาง โดยมีการแต่งเพลง รำโทนขึ้นตามท้องถิ่นต่างๆ ทั่วภาคกลาง เนื้อเพลงบรรยายความรักท้องถิ่น ความเข้าใจในท้องถิ่น สอดแทรกวัฒนธรรมประเพณี เข้าไว้อย่างลึกซึ้ง ประชาชนนำเนื้อร้องมาใส่ท่ารำ เน้นความสนุกสนาน และการแสดงออกที่เป็นธรรมชาติของสังคมเป็นหลัก เพลงรำโทนเป็นเพลงพื้นบ้านที่ใหม่ที่สุด การรำ การเล่น สนุกสนานเป็นต้นแบบแห่งการรำวงมาตรฐาน ของกรมศิลปากร
การจัดโครงการเผยแพร่เพื่ออนุรักษ์องค์ความรู้รำโทนกันทรวิชัยครั้งนี้ เป็นการต่อยอดจากโครงการอนุรักษ์รำโทนกันทรวิชัย ซึ่งเป็นงานวิจัยของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คมกริช การินทร์ เริ่มต้นโดยกลุ่มชาวบ้านโคกพระ หมู่ที่ 3 ตำบลโคกพระ อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งชาวบ้านยังคงอนุรักษ์รำโทนไว้เป็นอย่างดี โดยมีการละเล่นทุกปีในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ โดยชาวบ้านที่รำโทนโดยส่วนมากจะเป็นผู้สูงอายุ มีเพลงประจำอาทิ เพลงไหว้ครู เพลงหลวงพ่อพระพุทธมิ่งเมือง เพลงเมืองคันธา เพลงกันทรวิชัย เพลงบ้านเรา เพลงยามเย็น เพลงรูปหล่อ เพลงแสงจันทร์ และเพลงลา การรำโทนเป็นการรำคู่ เกี้ยวพาราสีกันระหว่างชายและหญิง เป็นการรำที่ใช้กระบวนการใช้ร่างกายในการรำที่สมบูรณ์ มีการใช้ทุกอวัยวะทุกส่วนของร่างกายในการรำอย่างครบถ้วน
นอกจากการออกกำลังกายแล้ว ประโยชน์ที่ชาวบ้านทุกคนที่เข้าร่วมจะได้รับจากการร่วมรำโทนคือ รำโทนมีคุณค่าความเป็นไทย เพราะเพลงที่ใช้ในการรำโทนเป็นเพลงที่มีเนื้อร้องภาษาไทย ฟังแล้วติดหู และจำง่าย และก่อนจะรำนักแสดงก็ต้องทำความเคารพกันโดยการไหว้ซึ่งกันและกัน เพื่อแสดงออกถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ท่ารำเป็นแบบพื้นฐานไม่ยากจนเกินไป เพลงก็มีความสนุกสนานจำง่าย และเมื่อรำเสร็จก็ต้องทำความเคารพคู่รำของตัวเอง ก่อนจะออกจากรำวง โดยการไหว้ เป็นการสอนวัฒนธรรมไทยให้ชาวต่างชาติได้รับรู้ไปในตัว ส่วนอีกด้านหนึ่งรำโทนมีคุณค่าความบันเทิงแบบไทยรำวง เป็นการรำแบบคู่ชายและหญิง เดินคู่กันเป็นรำวงขนาดใหญ่ เล็ก แล้วแต่จำนวนของนักแสดง และสถานที่
โครงการเผยแพร่เพื่ออนุรักษ์องค์ความรู้รำโทนกันทรวิชัยจัดขึ้นโดยหลักสูตรดุริยางคศาสตรบัณฑิต นั้นจัดขึ้นในชุมชุน วัดเจริญผล ตำบลท่าขอนยาง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม โดยนิมนต์เจ้าอาวาส พระครูอุดม วัฒนคุณ เจ้าคณะตำบลท่าขอนยาง เป็นประธานสงฆ์ เปิดแหล่งเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมรำโทนให้กับชาวบ้านหมู่ที่ 1 และ 3 และประชาชนที่สนใจ ได้มาใช้สถานที่ภายในวัดสำหรับเพื่อเป็นการต่อยอดงานวิจัยโครงการอนุรักษ์รำโทน อำเภอกันทรวิชัย ซึ่ง ได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมแบบมุ่งเป้า ประจำปี 2559
ด้าน นางเอี่ยมจิตร พาเทพ ผู้ร่วมเข้าฝึกรำโทนบอกว่า " ชุมชนท่าขอนยางของเราไม่มีเอกลักษณ์รำโทน เคยได้ยินแต่ชื่อ ไม่เคยมีใครนำมาใช้แสดงละเล่น โดยโครงการที่ทางคณะอาจารย์นำมาให้ชุมชนเราได้ฝึกรำ ถือเป็นสิ่งที่ดีทำให้ชุมชนเราได้เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมของการรำโทน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของทางภาคกลาง เนื่องจากชุมชนท่าขอนยางเราปัจจุบัน มีผู้คนอพยพมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก รวมถึงเป็นการได้พบปะกับกลุ่มเพื่อนๆผู้สูงวัยด้วยกัน ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน สร้างความสนุกสนานแบ่งปันรอยยิ้มซึ่งกันและกัน คงเป็นกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ร่วมกันของคนแก่ๆอย่างเรา
ทั้งนี้ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้มีการบูรณาการโครงการกับรายวิชากิจกรรมการสอน ซึ่งนิสิตได้ร่วมดำเนินการกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในการพัฒนาทักษะการทำกิจกรรมของนิสิต พัฒนาทักษะทางดนตรี พัฒนาจิตใจ ภาวะทางอารมณ์ด้วยดนตรี โครงการเผยแพร่เพื่ออนุรักษ์องค์ความรู้รำโทนกันทรวิชัยได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 พฤษภาคม 2560 ถึง วันที่ 4 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ณ วัดเจริญผล ตำบลท่าขอนยาง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม
////////
พิเชษฐ ยากรี ผู้สื่อข่าวทีนิวส์ ประจำจังหวัดมหาสารคาม
