- 08 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 8 มิ.ย. 2560 ที่ศาลจังหวัดระนอง พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว รองผู้บัญชาการกองกฎหมายและคดีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยอดีตทีมสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 8 และพวก รวม 13 คน เดินทางมาศาลจังหวัดระนอง เพื่อมาฟังคำพิพากษาในคดีที่นายวิโรจน์ สุวรรณี อดีตสมาชิกสภาอบต.ปากน้ำ จ.ระนอง นายวินัย ขุนแพ่ว และ นายกรีฑา ยกย่อง อดีตสมาชิก อบต.บางริ้น เป็นโจทย์ยื่นฟ้องในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อตำแหน่งในความยุติธรรม ความผิดต่อร่างกาย และความผิดต่อเสรีภาพ จากกรณีการเข้าจับกุมนายวิโรจน์ และนายวินัย โดยมีการบังคับและทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาทั้งสองให้รับสารภาพและให้ซักทอดว่านายกรีฑา เป็นคนบงการสังหารนายเกษม คงตุก อดีตสมาชิก อบต.บางริ้น เมื่อปี พ.ศ.2545
ก่อนการฟังคำพิพากษา พล.ต.ต.รณพงษ์ ระบุว่าที่เดินทางมาในวันนี้เป็นการเดินทางมาตามที่ศาลนัด ส่วนศาลจะมีคำพิพากษาอย่างไร ไม่ทราบได้เพราะเป็นอำนาจของศาล และปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ในทุกประเด็นกับสื่อมวลชนขณะที่โจทย์ในคดีได้เดินทางมาด้วย ประกอบด้วย นายวินัยและนายกรีฑาพร้อมครอบครัวของนายวิโรจน์ ส่วนนายวิโรจน์ยังถูกจำคุกอยู่ภายในเรือนจำบางขวาง เมื่อถึงเวลาศาลได้ถามหา พ.ต.อ.อนุชน ชามาตย์ อดีตรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นจำเลยที่ 2 หลังไม่มารายงานตัวต่อศาลพร้อมสอบถาม พล.ต.ต.รณพงษ์ ว่าได้ติดต่อกับ พ.ต.อ.อนุชน หรือไม่ โดย พล.ต.ต.รณพงษ์ แถลงต่อศาลว่าไม่ได้ติดต่อกับจำเลยมาประมาณ 1 เดือน และทราบว่าจำเลยลาออกจากราชการแล้ว ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า พ.ต.อ.อนุชน จำเลยที่ 2 ทราบกำหนดนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาแล้วแต่ไม่เดินทางมาศาลและไม่แจ้งเหตุขัดข้องหรือร้องขอเลื่อนคดีไว้ก่อน จึงเชื่อว่าจำเลยจงใจหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา จึงมีคำสั่งออกหมายจับและปรับนายประกันเต็มสัญญา พร้อมเลื่อนเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาต่อไปเป็นวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ เวลา 09.00 น.
ด้านนายบุญเรือง อุทัยรัตน์ ทนายความของโจทก์ กล่าวว่า ก่อนหน้านั้นเมื่อสองสามวันที่แล้วยังมีการส่งข้อความพูดคุยกับ พ.ต.อ.อนุชน ตามปกติ แต่ไม่มีการติดต่อกลับมาพร้อมอยากฝากไปถึง พ.ต.อ.อนุชน ว่าขอให้มารับฟังคำพิพากษาเพราะเรื่องราวทั้งหมดจะได้แล้วเสร็จ ขณะที่ นส.อังศุมาลิน สุวรรณี ลูกสาวของนายวิโรจน์ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจ ที่ พ.ต.อ.อนุชน ไม่มาฟังคำพิพากษา ซึ่งตัวเองและครอบครัวรอคอยวันนี้มากว่า 5 ปี แต่สุดท้ายศาลเลื่อนเพราะจำเลยมาไม่ครบจึงอยากไปถึง พ.ต.อ.อนุชน ให้มาต่อสู้ในกระบวนการชั้นศาลดีกว่า สำหรับคดีนี้ศาลชั้นต้นยกฟ้องจำเลยทั้ง 14 คน ต่อมาโจทก์ได้ยื่นฟ้องอุทรณ์ศาลพิพากษาแก้ให้จำคุก พล.ต.ต.รณพงษ์ และ พ.อ.อ.อนุชน คนละ 15 ปี ส่วนผู้ต้องหาจำเลยรายอื่นได้ยกฟ้องตามศาลชั้นต้น ภายหลังที่ศาลได้มีคำสั่งออกหมายจับ พ.ต.อ.อนุชน จำเลยคนอื่นๆ จึงได้เดินทางกลับทันทีและปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน
ภาพ/ข่าว ภาณุพงศ์ มณีศรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ระนอง
