- 09 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
นายวรชัย แสงวณิช ผู้เลี้ยงปลากระชังรายใหญ่ในจังหวัดสมุทรสงครามวัย 71 ปี ชาวตำบลบางนกแขวก อำเภอบางคนที บอกว่า ตนเลี้ยงปลากระชังมาตั้งแต่ปี 2539 ปัจจุบันมีกระชังปลาประมาณ 100 กระชัง มีปลาทับทิมนับหมื่นตัว ส่งขายไปยังตลาดแม่กลอง,ตลาดนครปฐมและกรุงเทพ กิโลกรัมละ 80 ถึง 85 บาท ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูฝนทำให้น้ำฝนชะล้างสิ่งสกปรกลงมาในแม่น้ำแม่กลองทำให้อุณหภูมิน้ำเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ปลาที่เลี้ยงในกระชังอ่อนแอและตายไปแล้วส่วนหนึ่ง จึงได้เพิ่มออกซิเจนในน้ำเพื่อให้ปลาได้รับออกซิเจนเพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญช่วงนี้ตนปล่อยปลาในกระชังให้น้อยลงเพื่อลดความแออัดและเก็บกระชังขึ้นบางส่วนประมาณ 30 เปอร์เซนต์ เพื่อให้น้ำไหลเวียนสะดวกขึ้น อย่างไรก็ตนเชื่อว่าหลังจากผ่านพ้นช่วงฤดูฝนไปแล้วสถานการณ์น้ำในแม่น้ำแม่กลองน่าจะดีขึ้น โดยเฉพาะค่าออกซิเจน รวมทั้งราคาปลาทับทิมก็น่าจะปรับขึ้นไปอยู่ที่กิโลกรัมละ 90 ถึง 100 บาท
ส่วนกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช.มีนโยบายจัดระเบียบทางสังคมและแก้ไขปัญหาผู้บุกรุกพื้นที่สาธารณะ โดยให้กรมเจ้าท่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ เพื่อควบคุมการปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดลงไปในแม่น้ำ ลำคลอง ทะเล ชายหาดสาธารณะประโยชน์ นำกลับมาเป็นของส่วนรวมเพื่อประโยชน์ในการรักษาลำน้ำสำหรับการพาณิชยนาวี โดยให้ไปแจ้งลงทะเบียนภายในวันที่ 22 มิถุนายน 2560 และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 มิถุนายนพร้อมกันทั่วประเทศ นายวรชัย กล่าวว่า ผู้เลี้ยงปลากระชังทุกรายต้องการทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เมื่อไปแจ้งแล้วก็มีความผิดตามกฎหมายอยู่ดี ที่สำคัญต้องเสียค่าปรับตารางเมตรละ 500 ถึง 1,000 บาท ตนมองว่าแพงเกินไป เช่น ตนเลี้ยงปลากระชังไว้ประมาณ 100 กระชัง พื้นที่ประมาณ 2,000 ตารางเมตรต้องเสียค่าปรับเป็นเงินนับล้านบาท
จึงฝากไปยังภาครัฐให้ลดหย่อนหรือขยายระยะเวลาการเรียกเก็บเงินออกไปก่อน เพราะขณะนี้ผู้เพาะเลี้ยงปลากระชังนอกจากจะต้องเผชิญปัญหาค่าออกซิเจนในน้ำต่ำ ทำให้เลี้ยงปลากระชังได้น้อยลงแล้วเศรษฐกิจก็ยังไม่ฟื้นตัว หากต้องเสียเงินค่าปรับแพงๆในอนาคต ก็คงต้องเลิกเลี้ยงปลากระชังอย่างแน่นอน
ภาพ/ข่าว นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สมุทรสงคราม
