- 09 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 9 มิ.ย. 2560 ที่ สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช พ.ต.ท.ชัยภัทร ศรีเรือง รอง ผกก.สส.สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช พร้อมข้าราชการตำรวจ ครอบครัวตำรวจ และ ประชาชน จำนวนหลายร้อยคนเดินทางมารวมตัวกันที่หน้า สภ.ทุ่งใหญ่ เพื่ออวยพรและร่วมเดินทางไปส่ง พ.ต.อ.สมโชค จันทรมณี ผกก. ที่ได้รับคำสั่งให้พ้นตำแหน่ง ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ และไปรับตำแหน่ง ผกก.สภ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช ท่ามกลางความเสียดายของผู้ใช้บังคับบัญชาประชาชน เนื่องจากการย้ายไปในครั้งนี้แม้จะอยู่ในตำแหน่งเดิม แต่ สภ.พระพรหม เป็นโรงพักขนาดเล็ก มีพื้นที่แค่ 4 ตำบล 40 หมู่บ้านเท่านั้น ในขณะที่ สภ.ทุ่งใหญ่ เป็นโรงพักขนาดใหญ่มีพื้นที่ปกครอง 7 ตำบล 63 หมู่บ้าน ซึ่ง พ.ต.อ.สมโชค จันทรมณี ได้ดำรงตำแหน่ง ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ มาเกือบ 5 ปี และในการปฎิบัติหน้าที่ของ พ.ต.อ.สมโชค ที่ผ่านมาเป็นการทำงานทำหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริง ที่เข้าใจ เข้าถึงชาวบ้าน และเข้าใจการทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชา สร้างความสันติสุขให้ประชาชนในพื้นที่ทั้งด้านป้องกัน และปราบปราม ทำให้ปัญหาอาชญากรรม ปัญหายาเสพติด ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ผลการกวาดล้างอาชญากรรม จับกุมสิ่งผิดกฎหมาย และคดีค้างเก่า จับผู้ต้องหาคดีสำคัญได้เพิ่มขึ้นหลายคดี ในส่วนคดีเล็ก ๆ ก็ได้ไกล่เกลี่ยให้จบลงได้ก่อนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จำนวนมาก จึงทำให้ระยะเวลา 4 ปี 5 เดือน ที่ พ.ต.อ.สมโชค จันทรมณี ได้ปฎิบัติงานในพื้นที่ สภ.ทุ่งใหญ่ สร้างความประทับใจให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นที่เคารพรักของผู้ใต้บังคับบัญชาและประชาชน
พ.ต.อ.สมโชค จันทรมณี นับเป็น ผกก.ที่มีความอาวุโสคนหนึ่งใน จ.นครศรีธรรมราช รวมทั้งมีผลการปฏิบัติ ผลงานอยู่อันดับต้น ๆ ของ ภ.จว.นครศรีธรรมราชและเป็นที่คาดหมายกันว่าจะได้รับการพิจารณาขึ้นไปเป็นระดับรองผู้บังคับการ หรือย่างร้อยที่สุดก็ควรจะได้รับการโยกย้ายไปเป็น ผกก.ในโรงพักขนาดใหญ่กว่าเดิม อาทิ สภ.เมือง สภ.ทุ่งสง ปากพนัง ท่าศาลา เป็นต้น สำหรับการพิจารณาโยกย้ายนายตำรวจระดับ สว.-รอง ผบก. ในครั้งนี้สอดคล้องกันการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนของนายวิทยา แก้วภราดัย อดีต สปท.และอดีตแกนนำ กปปส. เมื่อ 3 วันก่อนหน้านี้ที่ระบุขอให้ประชาชนคอยติดตามคำสั่งแต่งตั้งตำรวจในระดับสารวัตร รองผู้กำกับการ ผู้กำกับการ และรองผู้บังคับการ ที่กำลังจะมีขึ้นในอีก 2-3 วันนี้ ระดับสารวัตรยังพูดกันว่ามีการซื้อกันถึง 2 ล้าน ที่จะต้องดูตัวอย่างคือในภูธรภาค 8 มีตำแหน่ง ผกก.ว่าง 26 ตำแหน่ง ระดับรอง ผกก.ในภาค 8 ขึ้นเป็น ผกก.ได้สักกี่คน และรอง ผกก.ว่าง 12 ตำแหน่ง ตำรวจในภาค 8 จะได้กี่คน หรือจะมีใครบินข้ามมาจากไหนมากินตำแหน่ง ต้องรอดูว่าตำรวจภาค 8 จะได้ตำแหน่งสักกี่คน เพราะหากมีการปฏิรูปแล้วตำรวจอยู่ในแต่ละจังหวัดตำรวจแต่ละจังหวัดสามารถขึ้นครองตำแหน่งได้ตามความรู้ความสามารถจองตัวเอง ไม่ต้องวิ่งตำแหน่งที่ส่วนกลางแล้ววกกลับมาที่จังหวัด และตนเองเห็นด้วยกับแนวคิดของนายกรัฐมนตรีที่ให้ตำรวจขึ้นกับจังหวัด จึงขอให้นายกรัฐมนตรีติดตามดูคำสั่งโยกย้าย สตช.เที่ยวนี้ พร้อมระบุว่าราคาการซื้อขายตำแหน่งอาจจะสูงกว่านี้
ถ้าสภาพตำรวจยังต้องทำงานหาเงินไปวิ่งเต้นเอาตำแหน่ง แน่นอนว่าประชาชนฝากความหวังไม่ได้ และนากยกรัฐมนตรีควรเร่งผลักดันตามแนวความคิดคือการผลักดันโยกให้ตำรวจมาขึ้นกับจังหวัด เติบโตในจังหวัดของตัวเองประชาชนเป็นคนตรวจสอบ ถ้าปล่อยให้ตำรวจประเภทมือวิ่งเทวดา นักวิ่งเต้นจ่ายเงิน กระโดดข้ามหัวเพื่อนในแต่ละจังหวัดเป็นแบบนี้ได้ตำแหน่งแล้ววิ่งเต้นย้ายกลับไป เช่น กระโดดมาจากกรุงเทพมากินตำแหน่งในภาค 8 แล้ววิ่งเต้นกลับไป คนทำงานในพื้นที่จะไม่มีกำลังดังนั้นทางดีที่สุดคือการเร่งปฎิรูปตำรวจโดยด่วน นายวิทยา กล่าว
เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับ ผกก.ในภาค 8 ซึ่งดำรงตำแหน่ง ผกก.โรงพักต่าง ๆ มาแล้วเกือบ 10 ปี กล่าวว่าต้องขอขอบคุณนายวิทยา แก้วภราดัย เป็นอย่างมากที่ออกมาเปิดโปงในเรื่องนี้ ทุกอย่างเป็นจริงตามที่นายวิทยาระบุ ตำรวจยุคนี้ไม่ต้อมีฝีมือ ไม่ต้องทำงาน วิ่งซื้อตำแหน่งอย่างเดียวเท่านั้น เป็นยุคที่ตกต่ำที่สุดตั้งแต่มีกรมตำรวจและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในช่วงที่ล้านเมืองมีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งอาจจะใช้เงินวิ่งเต้นกันบ้างก็ไม่สูงขนาดนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นการซื้อของขวัญของฝาก หรือให้ในรูปแบบอื่น ๆ เพื่อเป็นการขอบคุณกันเท่านั้น แต่ในยุคนี้คุณจะเป็นตำรวจมีฝีมือ อาวุโสหรือไม่ ไม่ต้องพูดถึง มีเงินซื้อตำแหน่งอย่างเดียวเป็นใช้ได้ ความเลวร้ายเรื่องการซื้อขายตำแหน่งเริ่มจากการโยกย้ายครั้งที่แล้ว เฉพาะในภาค 8 มีการวิ่งซื้อตำแหน่งสารวัตร รอง ผกก. ผกก. และน่าจะซื้อในตำแหน่งที่สูงกว่านี้
โดยเฉพาะนครศรีธรรมราช ผกก.และรอง ผกก.รับเงิน 3 ล้านบาทแล้วลาออกในการโยกย้ายครั้งที่แล้วได้เลย ในวงการตำรวจทราบกันเป็นอย่างดี ไปถามคนทีคนที่รับเงินก็ลาออก คนที่ซื้อมานั่งตำแหน่งแทน แต่ก็เกิดความผิดพลาดจนผู้ที่จ่ายเงินซื้อตำแหน่งไปแล้วคนไม่มีชื่อได้รับตำแหน่งต้องวิ่งเคลียร์แก้ไขเปลี่ยนแปลงกันวุ่นวายหลายเดือนกว่าจะเข้าที่เข้าทาง มาในครั้งนี้ราคาซื้อขายตำแหน่งเพิ่มขึ้นจากครั้งที่แล้วกว่าเท่าตัว ระดับสารวัตรเดิม 8 แสน – 1 ล้าน เที่ยวนี้ขึ้นเป็น 2 ล้านส่วนตำแหน่งที่สูงขึ้นราคาก็สูงขึ้นด้วย ผู้ที่มีอำนาจในบ้านนี้เมืองนี้ไม่อับอายกันบ้างเลย ตำรวจยุคนี้เขาไม่ได้วัดกันด้วยฝีมือหรืออาวุโส จึงไม่ต้องคำนึงถึงประชาชน ปัญหาต่าง ๆ จึงเกิดขึ้นในบ้านเมืองมากมายคนทั่วไปรับรู้ได้อย่างชัดเจน โยกย้าย เที่ยวนี้ระดับ สารวัตร รอง ผกก.และ ผกก.ไม่ต้องวิ่งขึ้นตำแหน่งแค่วิ่งอยู่ที่เดิมก็จ่ายกันหลักล้านขึ้นไป หากไม่จ่ายคนอื่นก็วิ่งมาแทนที่ตัวเองก็โดนย้าย จะเห็นว่าโผที่ออกมา พ.ต.ท.สุเมฆ เส็นหล๊ะ สว.สส.สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราชช่วยราชการ หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.นครศรีธรรมราช เชื่อว่าเป็นนายตำรวจที่มีผลงานระดับท็อปเทนของประเทศถูกย้ายข้ามภาค สว.ผฐ.จ.เพชรบุรี ลูกเมียและครอบครัวเขาจะได้รับผลกระทบอย่างไร อีกคน พ.ต.ท.พนม บุญช้าง สวป.สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ฝีมือ มวลชนยอดเยี่ยมเป็น สว.มาเกือบ 10 ปี คาดหวังว่าจะได้ขึ้นตำแหน่ง รอง ผกก. แต่ถูกย้ายไปดำรงตำแหน่ง สวป.สภ.พิปูน ไม่ยุติธรรมกับตำรวจที่ทึ่มเททำงานด้วยความเสียสละ เหนื่อยยากลำบากเพื่อประชาชน
นายตำรวจระดับ ผกก.ท่านเดิมกล่าวว่า ส่วนในระดับ รอง ผบก.บางท่านเป็นมานานเกือบ 10 ปี รุ่นเดียวกันเป็นถึงระดับรอง ผบช.หรือ ผบช.ไปแล้ว เชื่อว่า รอง ผบก.ท่านนี้คงจะเกษียณอายุราชการในตำแหน่งนี้แน่นอน ทั้ง ๆ ทีมีฝีมือพิชิตคดีดัง ๆ มาหลายสิบคดีตั้งแต่เป็นระดับ สว. เมื่อเงินเป็นตัวแปรในการได้ตำแหน่งต่อไปการบังคับบัญชาเสียหายหมด คนที่เคยเป็นลูกน้องขึ้นเป็นผู้บังคับบัญชา คนเคยเป็นผู้บังคับบัญชากลายเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา หลักการปกครองเสียหายหมด ตำรวจทุกคนเขารู้ฝีมือกันดี รู้ว่าใครรุ่นพี่รุ่นน้อง ใครอาวุโสกว่ากัน เมื่อเอาเงินมาเป็นตัวตั้งตำรวจไม่ต้องคำนึงถึงอะไรวิ่งเต้นหาเงินได้ จ่ายตามที่กำหนด เอาตำแหน่งไป หากผู้มีอำนาจไม่ทำอะไรสักอย่างบ้านเมืองพังพินาศแน่นอน ผกก.อาวุโสสูงในภาค 8 กล่าว
ในขณะที่นายตำรวจระดับ รอง ผกก.ในภาค 8 อีกท่านหนึ่ง กล่าวว่า ตนอยากกราบนายวิทยา แก้วภราดัย งาม ๆ สัก 3 ครั้ง ที่ออกมาแฉเรื่องนี้ นับว่าท่านได้สร้างคุณูปการให้กับวงการตำรวจไทยอย่างแท้จริง ต่อไปอยู่ที่ว่านายกรัฐมนตรีและผู้มีอำนาจจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้แค่ไหน ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาในการประชุมตำรวจประจำเดือนทุกเดือนก็นำเอาเรื่องโกหกมาโชว์กัน ไม่มีใครพูดความจริงกันแล้ว หัวหน้าโรงพักแต่ละคนจะต้องโกหกตอแหลเก่ง ๆ และสร้างตัวเลข ตัวชี้วัดตามหลักเกณฑ์จอมปลอมที่กำหนด ผกก.ท่านนั้นก็จะได้รับการยกย่องว่าปฏิบัติหน้าที่มีประสิทธิภาพ ตนมองว่ามันถึงเวลาแล้วที่วงการตำรวจไทยจะต้องรวมตัวกันเคลื่อนไหว เรียกร้องกู้เกียรติยศและศักดิ์ศรีของผู้พิทักษ์สันติราษฏร์กลับคืน ควรจะรวบรวมเคลื่อนไหวให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ซึ่งไม่ยากเลย คลำตรงไหนก็พบตรงนั้น หรืออยากให้บอกว่าวิธีการซื้อต้องทำอย่างไร ผ่านใคร จ่ายเงินกันอย่างไร ปล่อยให้ร้อนกว่านี้คงมีใครสักคนออกมาแฉเพิ่มเติมแน่นอน เพราะหากปล่อยให้มีการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งกันอย่างเปิดเผยเช่นนี้ต่อไปประชาชนจะอยู่กันอย่างไร รอง ผกก.กล่าว.
ภาพ/ข่าว ไพทูรย์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
(ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ค พ.ต.ท.สุเมฆ เส็นหล๊ะ)
