- 12 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ชาว "อุตรดิตถ์" เสียดายพระปรางค์เก่าแก่ ศิลปะสุโขทัยผสมขอม พร้อมอาคารเทวสถานใช้ประกอบพิธีกรรมของคนโบราณ ก่อสร้างโดยใช้ศิลาแลงและอิฐมอญ อายุเกือบ 1,000 ปี ถูกปล่อยทิ้งร้างให้ทรุดโทรมพังทลายลง อาศัยรากต้นไม้ใหญ่ยึดรัดรอบองค์ไม่ให้พังทลายเพิ่ม แถมคนใจร้ายขุดเจาะเป็นโพรงรอดเข้าไปขโมยเอาทรัพย์สินของมีค่าใต้ฐานไปจนเกลี้ยง วอนหน่วยงานกรมศิลปากร อำเภอ และ อบต.เข้ามาช่วยกันปรับปรุงพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ให้กับอำเภอและจังหวัด
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ผู้สื่อข่าว จ.อุตรดิตถ์ รายงานว่า พบโบราณสถานอันเก่าแก่ ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "พระปรางค์" ตั้งอยู่ในพื้นที่ หมู่ 2 บ้านหน้าพระธาตุ ต.ในเมือง อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ อยู่ทางด้านทิศเหนือของกำแพงเมืองพิชัย และอยู่ห่างจากถนนสายพิชัย-ตรอน ประมาณ 100 เมตร บริเวณสถานที่ตั้งองค์พระปรางแห่งนี้ อยู่อาณาเขตเดียวกับโบราณสถานเมืองเก่าพิชัยประกอบไปด้วย กำแพงเมือง คูเมือง พระเจดีย์ และ วิหาร เป็นลักษณะเดียวกับ "พระปรางค์" องค์เล็กที่ก่อสร้างก่อน "พระปรางค์" องค์ใหญ่ของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.พิษณุโลก
ก่อสร้างโดยใช้ศิลาแลงและอิฐมอญเป็นส่วนประกอบ เป็นศิลปะการก่อสร้างยุคสุโขทัยตอนต้นผสมศิลปะขอม อายุประมาณเกือบ 1,000 ปี มีขนาดความกว้างและความยาวประมาณ 4 เมตร และมีความสูงประมาณ 10 เมตร ไม่ปรากฏการใช้งานมาเป็นเวลานานหลายปีและถูกปล่อยทิ้งร้างให้ทรุดโทรมแตกหักพังลงไปตามกาลเวลาคงเหลือแต่เศษซากศิลาแลงและอิฐมอญให้เห็น มีต้นไม้ขนาดกลางและขนาดใหญ่ขึ้นปกคลุมเต็มไปหมด โดยมีรากของต้นไม้หลากหลายชนิดเกี่ยวพันและยึดรัดโดยรอบตัวองค์พระปรางค์เอาไว้ เพื่อไม่ให้พังทลายลงไปจนหมดสิ้น คงเหลือแต่เค้าโครงรูปองค์พระปรางค์ให้เห็นอยู่เท่านั้น ไม่มีการบูรณะหรือพัฒนาหรือเชื่อมโยงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอพิชัย
นายวิทยา ศรีม่วง ศิลปินนักเขียนเมืองพิชัย อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า โบราณสถานแห่งนี้ หรือ "พระปรางค์" คนสมัยก่อนก่อสร้างเอาไว้เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา โดยนำสิ่งของมีค่าซึ่งเป็นวัตถุโบราณและของมีค่า อาทิ พระพุทธรูป พระเครื่องที่จัดสร้างขึ้นมา แก้วแหวนเงินทอง ฝังเอาไว้ใต้ฐานพระปรางค์ สภาพปัจจุบันได้ถูกชาวบ้านบุกรุกขุดหาของโบราณวัตถุและของมีค่าที่ฝังเอาไว้ ทําให้เกิดความเสียหายต่อตัวโบราณสถานแห่งนี้ โดยเฉพาะตัวองค์พระปรางค์ถูกขุดจนกลายเป็นโพรงมองทะลุเห็นกันทั้ง 4 ด้าน ด้านทิศใต้ถูกขุดจนถึงฐานใต้องค์พระปรางค์ ซึ่งเป็นจุดที่คนโบราณนำสิ่งของมีค่ามาเก็บเอาไว้ ได้ถูกคนร้ายขโมยของมีค่าเอาไปหมด
นายวิทยา กล่าวว่า ทางด้านทิศเหนือของตัวองค์พระปรางค์ ไปประมาณ 5 เมตร ปรากฏเป็นเนินดินลักษณะตัวชาน พบเศษอิฐและเศษกระเบืองของหลังคา รวมทั้งชนิดส่วนของประติมากรรมตกกระจายอยู่ สันนิษฐานว่าบริเวณแห่งนี้ อาจจะเป็นส่วนของอาคารศาสนสถาน ซึ่งเป็นเทวสถานหรือโบสถ์พราหมณ์สำหรับตั้งเทวรูป สร้างขึ้นในแนวแกนทิศเดียวกันกับองค์พระปรางค์ เพื่อใช้ในพิธีกรรมตามโบราณทางความเชื่อของคนสมัยก่อน ซึ่งเมืองพิชัยเองก็เคยเป็นเมืองหน้าด่านของสุโขทัยและพิษณุโลก และยังเคยเป็นเขตของมณฑลพิษณุโลก
นายวิทยา กล่าวด้วยว่า โบราณสถานแห่งนี้ถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและความหมายทางประวัติศาสตร์ของชาวอำเภอพิชัย น่าเสียดายที่พระปรางค์นี้ทรุดโทรมลงไปโดยไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดูแล จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมศิลปากร องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ในเมือง และหน่วยงานของอำเภอพิชัย จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบและร่วมปรับปรุงพัฒนาบูรณะองค์พระปรางค์หรือโบราณสถานอันทรงคุณค่าแห่งนี้ เชื่อมโยงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของอำเภอพิชัย อาทิ พิพิธภัณฑ์บ้านเกิดพระยาพิชัย หลวงพ่อโต วัดหน้าพระธาตุ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองพิชัยที่มีอายุกว่า 1,000 ปี กำแพงเมือง คูเมือง พระเจดีย์และวิหารของอำเภอพิชัย
ภาพ/ข่าว สมภพ สินพิพัฒนฤดี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ ภาคเหนือ จ.อุตรดิตถ์
