วอนสงสาร...!? ชาวมันนิ 30 กว่าคนอยากมีที่อยู่ถาวรหลังป่าเปลี่ยนของหายากขึ้น เขาไม่แตกต่างจากคนทั่วไปเพียงแต่สิทธิต่างๆมีไม่เท่าคนทั่วไป

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

ที่บริเวณท่องเที่ยวโฮมสเตย์ ป๋านึงล่องแก่ง ของนายคะนึง จันทร์แดง อายุ 66 ปี ตั้งอยู่เลขที่ 45 ม.10 ต.น้ำผุด อ.ละงู จ.สตูล มีกลุ่มเงาะป่าที่เรียกตัวเองว่า ชาวมันนิกลุ่มเฒ่าไข่ หรือนายไข่ ศรีมะนังพร้อมเพื่อนในกลุ่มกว่า 30 คนเดินทางลงมาจากทับซึ่งอยู่ในเขตรอยต่อระหว่างต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง และต.น้ำผุดอ.ละงู ลงมาพบกับนักท่องเที่ยวและผู้ใจบุญที่นำสิ่งของมามอบให้บริเวณโฮมสเตย์ป๋านึงล่องแก่ง

 

วอนสงสาร...!? ชาวมันนิ 30 กว่าคนอยากมีที่อยู่ถาวรหลังป่าเปลี่ยนของหายากขึ้น เขาไม่แตกต่างจากคนทั่วไปเพียงแต่สิทธิต่างๆมีไม่เท่าคนทั่วไป

โดยผู้ใจบุญที่นำสิ่งของมามอบให้ครั้งนี้คือนายสมชาย โยธาทิพย์ ซึ่งเป็นข้าราชการที่เกษียณอายุราชการแล้วและเป็นอดีตนายอำเภอมะนัง ที่รู้จักคุ้นเคยกับชาวมันนิกลุ่มนี้เป็นอย่างดีซึ่งนอกจากมอบสิ่งของเช่นข้าวสาร ปลากระป๋อง ไข่ขนม นม พร้อมทั้งเลี้ยงข้าวเที่ยงและไอศครีมแก่ชาวมันนิกลุ่มนี้แล้ว ได้พูดคุยกับเฒ่าไข่ หัวหน้ากลุ่ม ซึ่งเฒ่าไข่ได้เล่าให้ฟังถึงความเป็นอยู่ที่ลำบากในขณะนี้ว่า ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวมันนิค่อนข้างลำบากเนื่องจากสภาพป่าที่ถุกทำลายทำให้ไม่สมบูรณ์เหมือนก่อน การออกหาของป่าก็หายากขึ้นบางครั้งต้องออกไปถึง 3 วัน บางครั้งหลงป่าเนื่องจากไปหาไกลเกินและบางครั้งก็เสียชีวิตจากการหาของป่า จึงได้มาปรึกษากับนายคะนึงหรือที่ มันนิกลุ่มนี้เรียกว่าป๋านึงซึ่งเป็นผู้ที่ดูแลช่วยเหลือกันมาตลอด เฒ่าไข่บอกว่าอยากได้มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่งเพื่อที่จะปลูกผักกินเองได้ ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น เพราะตอนนี้ก็ใช้ชีวิตเหมือนคนเมืองแล้ว กินข้าวแทนเผือกมันที่นับวันจะหายาก ซึ่งก่อนหน้านี้เคยคิดปลูกผักกินในกลุ่มแต่เมื่อลงมือทำกลับถูกคนเมืองมาไล่ บอกว่าเป็นที่ของเขา จึงคิดว่าหากไม่มีที่ก็ไม่อยากลงมือทำกลัวถูกแย่งอีก

วอนสงสาร...!? ชาวมันนิ 30 กว่าคนอยากมีที่อยู่ถาวรหลังป่าเปลี่ยนของหายากขึ้น เขาไม่แตกต่างจากคนทั่วไปเพียงแต่สิทธิต่างๆมีไม่เท่าคนทั่วไป

นอกจากนี้ในฐานะที่มันนิก็อยู่ในแผ่นดินไทยเป็นคนไทยคนหนึ่งจึงอยากจะได้บัตรประชาชนเพื่อมีสิทธิ์ในเรื่องของการรักษาพยาบาล เพราะที่ผ่านมาลำบากเนื่องจากไม่มีบัตร กลุ่มเฒ่าไข่มีประมาณ 50 คนมีบัตรประชาชนเพียง 6 คนเท่านั้น บางคนก็ได้เรียนหนังสืออ่านหนังสือออก แต่ยังไม่มีบัตรประชาชน ทุกวันนี้ก็ส่งสารมันนิเด็กเล็กๆที่ไม่มีของเล่นเมื่อลงจากทับก็จะนำเก้าอี้มาเล่นขี้ม้ากันด้วยความสนุกสนาน เป็นที่น่ารักของนักท่องเที่ยวที่พบเห็นเนื่องจากนุ่งผ้าถุงจุงกระเบน ซึ่งทางด้านนายสมชาย อดีตนายอำเภอก็บอกว่ารู้สึกเป็นห่วงกับคุณภาพชีวิตของเงาะป่ากลุ่มนี้เนื่องจากวิถีชีวิตของพวกเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว เขาไม่แตกต่างจากคนทั่วไปเพียงแต่สิทธิต่างๆไม่มีเท่านั้น การนำสิ่งของมาให้ก็เพื่อช่วยเหลือลดความอดยากของมันนิเด็ก แต่หากเป็นไปได้อยากให้เขาได้ทำเองสร้างคุณภาพชีวิตของเขาด้วยตัวเองดีกว่ารอคอยความช่วยเหลือจากผู้อื่นเช่นนี้ ซึ่งเท่าที่คุยกันมันนิกลุ่มนี้สามารถทำอาหาร ปลูกผักเองได้เพียงแต่ไม่มีโอกาสที่ทำกินเท่านั้น

วอนสงสาร...!? ชาวมันนิ 30 กว่าคนอยากมีที่อยู่ถาวรหลังป่าเปลี่ยนของหายากขึ้น เขาไม่แตกต่างจากคนทั่วไปเพียงแต่สิทธิต่างๆมีไม่เท่าคนทั่วไป

 

 ภาพ/ข่าว  นิตยา  แสงมณี  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สตูล