- 12 มิ.ย. 2560
แชร์ |
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ล่าสุด วันที่ 9 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดการประชุมเรื่องการแก้ไขปัญหาข้อร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือในการขอรับเงินค่าถมดินโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตามที่ มณฑลทหารบกที่ 41 มอบหมายให้ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นแกนกลางในการดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว สืบเนื่องจากการประชุมเมื่อวันที่ 29 พ.ค.2560
ซึ่งการประชุมในวันดังกล่าวมีความเห็นชอบร่วมกันว่า จำเป็นต้องหาข้อยุติจากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายและต้องกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการตรวจสอบและข้อสรุปค่าความเสียหายให้เป็นจำนวนเงินที่ชัดเจนสำหรับเป็นข้อมูลให้แก่มหาวิทยาลัยฯที่จะนำไปใช้ดำเนินการเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาตามหลักเกณฑ์การเยียวยาความเสียหายแก่ผู้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการของรัฐ ทั้งนี้มี ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ (รักษาการ) อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นประธานร่วมกับ พ.อ.มีชัย ไทรงาม ผู้แทนจาก บก.มทบ.41 ผู้แทนจาก กอ.รมน.จังหวัด เจ้าหน้าที่กลุ่มที่จะประเมินปริมาตรของเนื้อดินซึ่งประกอบด้วย
กรณีตัวแทนกลุ่มผู้ถมดินรายย่อยโครงการก่อสร้างศูนย์การแพทย์ ม.วลัยลักษณ์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช กว่า 10 ราย ได้เข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับ พล.ท.ปิยฉัตร นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 เนื่องจากเข้าดำเนินการถมดิน โครงการก่อสร้างศูนย์การแพทย์ ม.วลัยลักษณ์ กว่า 3 ปี ยังไม่ได้รับค่าจ้างแต่อย่างใด นั้น
ผู้แทนจากสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช,ผู้แทนจากส่วนอาคารสถานที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์,ผู้แทนจากกองพันทหารช่างที่ ๕ รวมถึงมีกลุ่มผู้ที่รับความเดือดร้อนจากกรณีดังกล่าวเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน ทั้งนี้จากการประชุมดังกล่าว มีการนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง โดยแบ่งขั้นตอนการพิจารณา คือ 1.การตรวจสอบรายชื่อของผู้ที่รับผลกระทบรวมถึงมีการแบ่งกลุ่มของผู้ที่รับผลกระทบออกเป็น 4 กลุ่ม อย่างชัดเจน คือ กลุ่มงานถมดิน กลุ่มงานกวาดป่า กลุ่มค่าน้ำมัน และกลุ่มงานรังวัด งานเจาะทดสอบดิน งานทำรั้ว ทำป้ายโครงการ สร้างสำนักงานชั่วคราว ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามเสนอดังกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานจากนั้นภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ตรวจสอบคิวดินที่ กลุ่มผู้ถมดินรายย่อยได้ดำเนินการถมดินไปแล้ว พร้อมนำข้อมูลจากการสำรวจ มาพิจารณาประกอบกับข้อมูลจำนวนปริมาตรเนื้อดินจาก มหาวิทยาลัยฯ (มหาวิทยาลัยฯนำข้อมูลมาจากบริษัทผู้ควบคุมการก่อสร้าง เมื่อพ.ศ.2557)
ซึ่งมีปริมาตรเนื้อดิน 350,081 ลบ.ม.ทั้งนี้ในส่วนการพิจารณาเรื่องราคาเนื้อดินที่ประชุมเห็นชอบร่วมกันที่ราคา 32.50 บาทต่อ 1 ลบ.ม. โดยอ้างอิงจากราคาตามสัญญาว่าจ้างระหว่าง มหาวิทยาลัยฯกับ บริษัท พีวีที ฯ เมื่อ พ.ศ.2557 พร้อมสั่งให้กลุ่มเตรียมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องมายื่นต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราชภายใน 1 สัปดาห์ ก่อนที่จะมอบเอกสารหลักฐานทั้งหมดให้ทาง มวล.เพื่อดำเนินการขออนุมัติ ครม.ต่อไป นายปรีชากร โมลิกา ที่ปรึกษากลุ่มผู้ถมดินรายย่อย ศกพ.มวล.กล่าวว่า ทุกอย่างมีความคืบหน้าไปมาก เนื่องจากทางกองทัพภาคที่ 4 รับเป็นแม่งานในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น ซึ่งขั้นตอนต่อไปคงเป็นหน้าที่ของ มวล.เพื่อขออนุมัติ ครม.เพื่อจ่ายเงินเยียวยาให้กับกลุ่มผู้ถมดินรายย่อยในครั้งนี้
ภาพ/ข่าว ธีรศักดิ์ อักษรกูล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
