- 12 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 11 มิ.ย. 2560 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมอาคารประชาสัมพันธ์เขื่อนอุบลรัตน์ กฟผ. ต.เขื่อนอุบลรัตน์ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น พ.ท.พิสิษฐ์ ชาญเจริญ ประธานเครือข่ายบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ภาคอีสาน เป็นประธานการประชุมสามัญ ประจำปี 2560 ของเครือข่ายบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ภาคอีสาน ครั้งที่ 1/2560 โดยมี นายกนก ตั้งพูลผลวนิชย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าพลังน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้านบริหาร กล่าวต้อนรับ และมีนายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ มาบรรยายพิเศษเรื่องกรอบอำนาจ หน้าที่ คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนภายในองค์กร
สำหรับการประชุมในครั้งนี้ที่ประชุมได้มีการแจ้งรายงานสถานะทางการเงิน รายงานสถานภาพสมาชิกในปัจจุบัน การแต่งตั้งกรรมการบริหาร ที่ปรึกษา และประธานจังหวัด การแต่งตั้งคณะกรรมการจริยธรรม การจัดทำปรับปรุง ทำเนียบสมาชิกให้เป็นปัจจุบัน การจัดทำเว็บไซต์และเพจของเครือข่าย รวมทั้งผลการดำเนินงานร่วมกับสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดขอนแก่น และการจัดพิมพ์หนังสือครบรอบเครือข่ายฯ ปี 2560 โดยมีบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ในภาคอีสาน ผู้สังเกตการณ์ สื่อมวลชน เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ด้าน พ.ท.พิสิษฐ์ ชาญเจริญ ประธานเครือข่ายบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ภาคอีสาน กล่าวว่าการประชุมในครั้งนี้ เป็นการประชุมสามัญ ประจำปี 2560 ของเครือข่ายบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ภาคอีสาน ครั้งที่ 1/2560 เพื่อให้เครือข่ายบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ภาคอีสานได้พบปะพูดคุย วางแนวทางการดำเนินงานร่วมกันให้เกิดประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดกระบวนการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ สะท้อนบทบาทหน้าที่การทำงานของสื่ออย่างเป็นระบบภายใต้กรอบการทำงานที่มีการควบคุม กำกับดูแลกันเอง และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระหว่างบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ อย่างมุ่งหวังให้เกิดผลประโยชน์อย่างแท้จริงในการประกอบวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชนต่อไป
นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ได้กล่าวบรรยายในหัวข้อเรื่องกรอบอำนาจ หน้าที่ คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนภายในองค์กร ว่าการกำกับดูแลกันเอง ทางจริยธรรมในวิชาชีพสื่อมวลชนในกรณีสื่อหลักได้แก่ วิทยุ โทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ พบปัญหาการกำกับดูแลกันเองภายใต้ความสมัครใจ มีการละเมิดมาตรฐานจริยธรรมวิชาชีพและปัญหาการบังคับใช้มาตรฐานจริยธรรมวิชาชีพ เนื่องจากองค์กรวิชาชีพมิได้มีสถานะใดๆในกฎหมาย จึงไม่มีอำนาจในการลงโทษ (Sanction) ผู้ประกอบวิชาชีพที่กระทำการขัดต่อมาตรฐานจริยธรรมวิชาชีพ ที่ได้ร่วมกันกำหนดขึ้น เนื่องจากองค์กรเหล่านี้ ไม่ใช่สภาวิชาชีพหรือคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพที่ได้รับอำนาจตามกฎหมาย นอกจากองค์กรวิชาชีพไม่มีอำนาจให้คุณให้โทษแก่สมาชิก สมาชิกที่ถูกตัดสินว่าทำผิดมาตรฐานจริยธรรม ก็สามารถที่จะไม่ต้องปฏิบัติตามคำตัดสินดังกล่าว และลาออกจากองค์กรวิชาชีพได้ และคณะกรรมการองค์กรวิชาชีพหลีกเลี่ยงการตัดสินชี้ผิดถูก เพราะเป็นผู้ประกอบการสื่อด้วยกันทำให้เกิดปัญหาตามมาในการดูแลสื่อด้วยกันเอง
อีกทั้งองค์กรวิชาชีพในกิจการวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ยังมีบทบาทน้อยในด้านการคุ้มครองแก่สมาชิก ในเรื่องของสวัสดิภาพและสวัสดิการ และการเปิดช่องทางในการรับเรื่องราวร้องทุกข์หรือร้องเรียนในกรณีผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมีการปฏิบัติงานไม่ถูกต้องเหมาะสม ส่วนกิจกรรมที่องค์กรและวิชาชีพสื่อในกลุ่มสื่อวิทยุชุมชน วิทยุธุรกิจท้องถิ่น เคเบิลทีวี โทรทัศน์ดาวเทียม และสื่อออนไลน์ ยังไม่ค่อยทำนักคือ กิจกรรมในเรื่องการรับเรื่องราวร้องทุกข์หรือร้องเรียนจากผู้บริโภค ในกรณีผู้ประกอบวิชาชีพมีการปฏิบัติงานที่ไม่เหมาะสม หรือละเมิดหลักจริยธรรมและกิจกรรมการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพของผลงานสื่อมวลชน
ดังนั้น การสร้างกลไกพัฒนามาตรฐานจริยธรรมในการกำกับดูแลตนเองทางด้านจริยธรรมขององค์กรสื่อและองค์กรวิชาชีพสื่อ ให้เป็นไปตามมาตรฐานของสภาวิชาชีพสื่อมวลชน โดยคำนึงถึงความแตกต่างทั้งมิติ ประเภท หรือรูปแบบของเนื้อหา มิติประเภทของสื่อ และมิติระดับการครอบคลุมของการประกอบการ อีกทั้งมีกลไกส่งเสริมการกำกับดูแลตนเองด้านจริยธรรมขององค์กรสื่อและองค์กรวิชาชีพ ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นจะเป็นสิ่งที่ดีในการทำงานของสื่อมวลชนในยุคปัจจุบัน.
ภัทรวินทร์ ลีปาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดหนองคาย
