- 13 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดตัวโครงการศักยภาพผู้ประกอบการเชิงนวัตกรรมและการออกแบบหรือ “IDEA HOUSE” โครงการนำร่องสนับสนุนการออกแบบ 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบนได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน ผ่าน 4 กิจกรรมหลักได้แก่ 1.กิจกรรมพัฒนานักออกแบบเพื่อผู้ประกอบการ 2.กิจกรรมปลุกพลังสร้างสรรค์กระตุ้นคลังความคิด 3.กิจกรรมสนามประลองความคิดเพื่อสร้างนักคิดรุ่นใหม่ 4.กิจกรรมให้คำปรึกษาแนะนำเบื้อต้นด้านการออกแบบ สำหรับกิจกรรมดังกล่าวจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากความคิดสร้างสรรค์และสร้างมูลค่าทางอุตสาหกรรมให้กับผู้บริโภค โดยหลังจบโครงการคาดว่าจะช่วยเพิ่มมูลค่าจากการออกแบบผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ให้สินค้าได้ประมาณ 3-5 เท่า และสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจของภาคเหนือตอนบน 1 ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5-10 ทั้งนี้ในปัจจุบันทั้ง 4 จังหวัดข้างต้นมีผู้ประกอบการกว่า 160,000 ราย มีกลุ่มอุตสาหกรรมหลักได้แก่ อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป อุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมก่อสร้างและเซรามิก มีมูลค่าอุตสาหกรรม 1.24แสนล้านบ้าน และมียอดการเจริญเติบโตในพื้นที่กว่า 0.2-0.5 % ต่อปี
สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์อุตสาหกรรมภาคที่ 1 จ.เชียงใหม่ โทรศัพท์ 053-245361-2 หรือเข้าไปที่ www.dip.go.th
นายกอบชัย สังสิทธิ์สวัสดิ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า เพื่อเป็นการขานรับนโยบายรัฐบาลและยกระดับความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ให้กระจายสู่ระดับภูมิภาค กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจึงมุ่งเน้นยุทธศาสตร์ข้อสำคัญด้วยการส่งเสริมการออกแบบให้เกิดขึ้นกับธุรกิจอุตสาหกรรมในทุกมิติ โดยล่าสุดได้จัดตั้งโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเชิงนวัตรกรรมและการออกแบบ หรือโครงการ “IDEA HOUSE” นำร่องขึ้นในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ซึ่งได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน และแม่ฮ่องสอน โดยจัดขันเพื่อพัฒนาทั้งผู้ประกอบการ SMEs ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน สถาบันการศึกษา ตลอดจนบุคคลทั่วไปให้ตื่นตัวและตระหนักถึงความสำคัญของความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ การออกแบบแฟชั่น การออกแบบกราฟฟิก การออกแบบดิสเพลย์ การจัดวางสินค้าให้น่าสนใจ การเรียนรู้กระบวนการทำงานร่วมกับนักออกแบในสาขาที่มีความจำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ ซึ่งโครงการดังกล่าวยังมุ่งสร้างพื้นที่ให้กับนักศึกษาได้แสดงพลังทางความคิดนอกห้องเรียน และได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากผู้ประกอบการบนพื้นฐานของกระบวนการคิดเชิงสร้างสรรค์และสามารถนำภูมิปัญญาและเอกลักษณ์ท้องถิ่นมาปรับใช้กับความรู้ที่ได้รับเพื่อนำไปสู่การสร้างนวัตรกรรมและมูลค่าของสินค้าที่สูงขึ้น ต่อเนื่องถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาคการผลิตสู่ภาคบริการและการท่องเที่ยว ทั้งยังจะเป็นการผลักดันให้กลุ่มจังหวัดดังกล่าวเป็นศูนย์กลางการพัฒนาฐานความรู้และปัจจัยพื้นฐานตลอดจนเป็นกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในอนาคตต่อไป
นายกอบชัย กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการผู้ประกอบการเชิงนวัตรกรรมและการออกแบบ หรือไอเดียเฮาส์ประกอบไปด้วย 4 กิจกรรมที่สำคัญได้แก่
1. กิจกรรมพัฒนานักออกแบบเพื่อผู้ประกอบการ (Design Savvy) เป้ฯกิจกรรมจับคู่ระหว่างนักออกแบและ SMEs หรือ วิสาหกิจชุมชนจำนวน 100 คู่ เพื่อสร้างโอกาสในการทำงานและผลักดันผลงานใน 4 ด้านคือ การออกแบบผลิตภัณฑ์ ออกแบบแฟชั่น ออกแบบกราฟฟิก และการออกแบบดิสเพลย์
2. กิจกรรมปลุกพลังสร้างสรรค์กระตุ้นคลังความคิด (Creative Think Tank) กิจกรรมในเวิร์คช็อประยะสั้นสำหรับประกอบการ SMEs หรือ วิสาหกิจชุมชนที่มุ่งเน้นให้ได้เรียนรู้และเข้าใจ กระบวนการคิดเชิงสร้างสรรค์ ออกแบบ และ นวัตกรรม ที่สามารถนำไปสามารถนำไปต่อยอดและประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมสำหรับองค์กร
3.กิจกรรมสนามประลองความคิดเพื่อสร้างนักคิดรุ่นใหม่ (Creative Amateur Playground : CAP) กิจกรรมเพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาและฟื้นฟูย่านหัตถกรรมที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยคัดเลือกนักศึกษาที่อยู่ในพื้นที่ 4 จังหวัดจับคู่กับ SMEs หรือ วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่เป้าหมายสร้างแนวคิดผลิตภัณฑ์ใหม่และการพัฒนาย่านหัตถกรรมร่วมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของฝากของที่ระลึก และสร้างโมเดลการพัฒนาพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวในอนาคต
4.กิจกรรมให้คำปรึกษาแนะนำเบื้องต้นด้านการออกแบบ (Design Counseling) ดำเนินการให้คำปรึกษาแนะนำเบื้องต้นด้านการออกแบบให้แก่ SMEs หรือ วิสาหกิจชุมชนจำนวนไม่น้อยกว่า 250 คน ณ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรม ภาคที่ 1 และดำเนินการในลักษณะสัมมนากลุ่มย่อย ใน 4 ด้าน ได้แก่ การออกแบบผลิตภัณฑ์ การออกแบบแฟชั่น การออกแบบกราฟฟิก และการออกแบบดิสเพลย์โดยนักออกแบบมืออาชีพ พร้อมคัดเลือกวิสาหกิจ 25 กิจการพัฒนาต่อยอดสู่ต้นแบบผลิตภัณฑ์ ตนแบบบรรจุภัณฑ์ ต้นแบบบรรจุภัณฑ์ หรือต้นแบบชิ้นงานผ่านกระบวนการคิดเชิงสร้างสรรค์ต่อไป
นายกอบชัย กล่าวเสริมว่า การดำเนินกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการออกแบบด้วย 4 โครงการข้างต้น กสอ.คาดว่าจะมีผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจชุมชน รวมทั้งนักออกแบบและนักศึกษาที่สนใจค้นหาประสบการณ์เข้าร่วมโครงการไม่ต่ำกว่า 1,000 ราย อีกทั้งยังจะช่วยส่งผลให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มจากความคิดสร้างสรรค์บนพื้นฐานของทรัพยากร วัฒนธรรมและภูมิปัญญาของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน พร้อมเป็นเครื่องมือที่ช่วยดึงดูดผู้บริโภควัยทำงาน นักท่องเที่ยว และนักลงทุนในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อันจะเป็นหนทางในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับภูมิภาค ซึ่งเมื่อโครงการฯแล้วเสร็จยังคาดการไว้อีกว่าจะสามารถเพิ่มมูลค่าจากการออกแบบผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ให้สินค้าได้ประมาณ 3-5 เท่าของสินค้าปกติ และคาดว่าจะสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจของภาคเหนือตอนบน 1 ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5-10
นอกจากนี้โครงการดังกล่าวยังมีจุดมุ่งหมายเพื่อผลักดันสินค้าและบริการไทยให้เป็นที่ยอมรับและสร้างมูลค่าใน ช่องทางตลาดให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น พร้อมส่งเสริมภาพลักษณ์การเป็นประเทศที่ผลิตสินค้าที่มีการออกแบบและหน้าเชื่อถือที่สามารถแข่งขันได้ในระดับเวทีโลก อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาการดำเนินการส่งเสริมตามยุทธศาสตร์ข้างต้น กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมพบว่ายังมีหลายกลุ่มอุตสาหกรรมและหลายพื้นที่ที่กำลังประสบกับปัญหาการออกแบบอยู่เป็นจำนวนมากโดยปัญหาหลักที่พบมีทั้งการขาดทักษะแนวความคิดสร้างสรรค์และไม่สามารถเข้าถึงการให้บริการด้านการออกแบบ จำนวนบุคคลากรด้านการออกแบบที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอ ขาดการเชื่อมโยงและโอกาสในการพบปะระหว่างกัน นักออกแบบที่มียังขาดความรู้ความเข้าใจในการสื่อสารหรือดึงความต้องการที่แท้จริงของผู้ประกอบการส่งผลให้ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ รวมถึงกลุ่มที่เป็นนักคิดรุ่นใหม่ยังขาดโอกาสในการประยุกต์ใช้องค์ความรู้สู่การปฏิบัติในสถานการณ์จริง
สำหรับในปัจจุบันทั้ง 4 จังหวัดในกลุ่มภาคเหนือตอนบน 1 มีผู้ประกอบการกว่า 160,000 ราย (ที่มา สสว.) มีกลุ่มอุตสาหกรรมหลักได้แก่ อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป อุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมก่อสร้างและเซรามิก มีมูลค่าอุตสาหกรรมกว่า 1.24 แสนล้านบาท และมียอดการเติบโตในพื้นที่กว่า 0.2-0.5 % ต่อปี นายกอบชัย กล่าวปิดท้าย
สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 จ.เชียงใหม่
โทรศัพท์ 053-24536-2 หรือเข้าไปที่ www.dip.go.th
ภาพ/ข่าว กานต์พิชชา สลับ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.เชียงใหม่
