- 14 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 14 มิ.ย. 2560 คนเมืองพัทยา ภาคธุรกิจ วอนถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการสร้างอุโมงค์ ที่มีความยามแค่ ไม่เกิน 2 กม. แต่ทำให้พ่อค้า ร้านค้าริมถนนทั้งสองฝั่ง ต้องทนทุกข์ ทั้งขาดทุน กิจการเจ๊งลงอย่างภาพที่เห็น มาเป็นเวลาเกือบสองปีที่ผ่านมา ทั้งๆที่หมดสัญญาการว่าจ้าง ไปหลายเดือนแล้ว อ้างโน้น อ้างนี่ เลื่อนมาโดยตลอด จะเปิดวันนั้นแน่ วันนี้แน่นอน ใครจะตอบได้ว่าเมื่อไหร่จะเปิดดำเนินการสักที? เพราะที่ผ่านมา โดนเลื่อน สารพัดอ้างทุกเหตุผล คนมีอำนาจก็ไม่กล้าเซ็น คนทำงานก็ไม่ขยับ คนที่เดือนร้อนคือประชาชนคนเมืองพัทยาโดยตรง โครงการดังกล่าว ตามที่กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ได้อนุมัติงบประมาณ จำนวน 800 กว่าล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างทางลดระดับ บริเวณแยกถนนสุขุมวิท ถนนพัทยากลาง จังหวัดชลบุรี ในระยะทางยาวรวม 1.9 กิโลเมตร โดยมี หจก.นภาก่อสร้าง เป็นผู้รับจ้าง ซึ่งมีสัญญาเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2557 จนถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 ซึ่งปัจจุบันพบว่าการก่อสร้างมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 90% โดยในส่วนของงานโครงสร้าง และงานขนาดใหญ่นั้นได้ดำเนินการจนแล้วเสร็จหมดแล้ว ปัจจุบันจึงเหลือเพียงเก็บรายละเอียดของโครงการ และการจัดทำผิวจราจรภายใน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมด และจะสามารถส่งมอบงานได้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ที่ผ่านมา
ล่าสุดวันที่ 14 มิ.ย 60 แหล่งข่าวจากผู้รับเหมา กล่าวว่า ปัจจุบันในส่วนของอุโมงค์ภายในมีก่อสร้างจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว รวมไปถึงระบบไฟฟ้าส่องสว่าง อุปกรณ์ฉุกเฉิน ระบบระบายอากาศ และอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันกำลังทำการทดสอบในขั้นตอนสุดท้ายเพื่อตรวจดูความพร้อมอีกครั้ง ส่วนที่เหลือมีเพียงการติดตั้งป้ายจราจรเพิ่ม การทาสีแบริเออร์ แนวถนน การปรับปรุงผิวจราจรบนถนนสุขุมวิทบางส่วน ทุกวันนี้เปิดให้เพียงทางกลับรถช่วงพัทยากลางเท่านั้น ทำให้ประชาชนสับสน เดี่ยวเปิด เดี่ยวปิด วันต่อวัน จะเดินทางแค่ข้ามฝากไปอีกฝั่งหนึ่ง ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นสองเท่า ชาวเมืองพัทยาจึงขอวิงวอนผู้ที่รับผิดชอบโดยตรงโครงการดังกล่าว ช่วยเร่ง หรือหาคำตอบที่แน่ชัด ว่าจะเปิดให้ใช้จริง ได้เมื่อไหร่กันแน่? แหล่งข่าวเปิดเผยเพิ่มเติมว่า หากการก่อสร้างอุโมงค์แล้วเสร็จทั้งระบบ จะส่งมอบงาน และเปิดใช้อย่างเป็นทางการเลยหรือไม่ กรณีดังกล่าวคงไม่สามารถให้คำยืนยันได้ เพราะคงเป็นเรื่องของผู้บริหารระหว่างกรมทางหลวงชนบท และเมืองพัทยา ที่ต้องมาหารือกันหาข้อสรุปกันอีกครั้ง เนื่องจากกรณีของโครงการก่อสร้างสะพานลอยเพื่อคนพิการ บริเวณปากทางเข้าอุโมงค์นั้น ถือเป็นอีกโครงการหนึ่งตามสัญญาการก่อสร้างเดียวกันที่ปัจจุบันยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ ซึ่งหากจะแยกทั้ง 2 โครงการออกจากกัน และมาเปิดใช้เฉพาะในส่วนของอุโมงค์ทางลอดก่อนอาจมีปัญหาเรื่องของการค้ำประกันงานได้ กรณีนี้อาจกลายเป็นลูกโซ่สำคัญที่ทำให้โครงการอุโมงค์ยังไม่สามารถเปิดใช้ได้จนกว่าจะมีการก่อสร้างสะพานลอยเพื่อคนพิการแล้วเสร็จ
สำหรับกรณีของโครงการก่อสร้างสะพานลอยเพื่อคนพิการนั้น จากข้อเท็จจริงแล้วที่ผ่านมาหากไม่มีการร้องคัดค้านจากภาคเอกชนบางรายต่อศาลปกครอง เกี่ยวกับผลกระทบด้านธุรกิจ ความปลอดภัย และการบดบังภูมิทัศน์จนศาลมีคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างไปชั่วคราวไปนั้น ก็คงมีความคืบหน้าไปมาก และคงจะมีการก่อสร้างจนเสร็จสมบูรณ์ตามที่กำหนด ปัจจุบันแม้ศาลจะยกเลิกคำสั่งไปแล้วแต่การเริ่มดำเนินการก็ยังมีปัญหาที่ไม่สามารถเริ่มได้โดยทันที โดยเฉพาะกรณีของการกำหนดจุดพื้นที่ก่อสร้าง และปัญหาเรื่องของโยกย้ายระบบสาธารณูปโภคหลัก ซึ่งมีหลายหน่วยงานที่เข้ามาเกี่ยวข้องทั้ง การประปา การไฟฟ้า รวมไปถึงเมืองพัทยา และในส่วนของระบบสื่อสารต่างๆ ที่ต้องตั้งโครงการเพื่อจัดหางบประมาณเข้ามาดำเนินการ แหล่งข่าวเปิดเผยเล่าว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้หลายส่วนงานหลักได้รับงบประมาณสนับสนุนมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงการกำหนดระยะเวลาดำเนินการเท่านั้น ซึ่งคาดว่าน่าจะเริ่มได้ภายใน 1-2 เดือนนี้ ขณะที่การก่อสร้างสะพานลอยเพื่อคนพิการ ก็จะแล้วเสร็จ พร้อมทั้งสวนหย่อม ที่อยู่ในโครงการ ก็ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จต่อไปถึงจะเปิดให้ชาวเมืองพัทยาได้ใช้อุโมงค์ คงต้องตามเรื่องถึงความคืบหน้าและรอลุ้น ถามท่านนายกเมืองพัทยา ม.44 ว่าชาตินี้ชาวเมืองพัทยาจะได้ใชัอุโมงค์ กันเมื่อไหร่แน่นอน
ภาพ/ข่าว สมพร อุทัยเนตร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชลบุรี
