- 15 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
14 มิ.ย.60 (วานนี้) นายอนุรักษ์ จินดาพรหม อยู่บ้านเลขที่ 1/4 ต.สะพลี อประทิว จ.ชุมพร อายุ 39 ปี อาชีพทำสวน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนทำสวนปาล์มประมาณ 5 ไร่ ต้องใช้เส้นทางนี้ขนผลผลิตปาล์มน้ำมันเดินทางเข้าออกเป็นประจำ ตั้งแต่มีโครงการก่อสร้างฝายน้ำล้น ในพื้นที่ หมู่ที่ 5 ต.สะพลี มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแหล่งน้ำในชุมชน ด้ายงบประมาณ 500000 บาท จากโครงการประชารัฐ มีถนนบนสันเขื่อนให้ประชาชนสรรจรผ่านไปมาได้โดยเจ้าของที่ดินที่อยู่ด้านหน้าเขื่อนอุทิศให้เป็นถนนสาธารณะ
นายอนุรักษ์ จินดาพรหม ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่า ถนนเส้นนี้ชาวบ้านสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ เปิดใช้มาตั้งแต่ก่อสร้างเขื่อน 6-7 เดือนที่ผ่นมา และเมื่อ 2 วันก่อนเจ้าของที่ดินแปลงที่อยู่ด้านหน้าเขื่อนดังกล่าวได้ปิดถนนเส้นบนหลังเขื่อนขึ้น ทำให้ตนและชาวบ้านไม่มีทางเดินและไม่มีทางขนส่งปาล์มออกจากพื้นที่ได้ ก่อนจะสร้างถนนเส้นบนหลังเขื่อนนี้ ที่ของตนเป็นที่ตาบอดไม่มีทางเข้าออก ต้องไปขอใช้ทางออกจากเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน ลำบากมากๆ เมื่อมีเส้นทางบนหลังเขื่อนก็ทำให้ตนสะดวกขึ้นกับการขนผลปาล์มออกขาย นายอนุรักษ์ จินดาพรหม เกษตรกรสวยปาล์มกล่าว
นายพิศิษฐ์ ลี้วิริยะไพฑูลย์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 กล่าวว่า บริเวณการก่อสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำนี้เป็นพื้นที่ห้วยหรือหนองน้ำเก่าแก่มาตั้งแต่ครั้งปู่ย่าตายายใช้สอยประโยชน์กันมานานมากแล้ว ประกอบกับช่วงหน้าแล้งพื้นที่บริเวณรอบๆนี้จะมีสวนเกษตรของชาวบ้านปลูกปาล์ม และผลไม้ตามฤดูการณ์อยู่เป็นจำนวนมาก และช่วงหน้าแล้งก็ขาดแคลนน้ำใช้ จึงได้ใช้งบพัฒนาหมู่บ้านโครงการประชารัฐ จำนวน 500.000 บาท มาทำการก่อสร้าง และได้พูดคุยกันกับเจ้าของที่ดินบริเวณด้านหน้าของโครงการสร้างเขื่อนดังกล่าว เพื่อขอตัดถนนให้เป็นทางสาธารณะประชาชนทุกคนจะได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 กล่าว
ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 กล่าวด้วยว่า ต่อมาได้รับแจ้งจากลูกบ้านคนหนึ่งว่าถนนเส้นบนหลังเขื่อนดังกล่าวถูกเจ้าของที่ดินทำรั้วปิดกั้นไม่ให้รถหรือคนเดินผ่านเข้าออกได้ จึงลงตรวจสอบจากการลงพื้นที่เข้าพบและพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจกับเจ้าของที่ดินให้เปิดรั้วกั้นออก และได้รับข้อมูลจากเจ้าของที่ดินว่าที่ต้องปิดถนนบนหลังเขื่อนก็เพราะว่า ตนได้นำปลามาปล่อยไว้ในเขื่อนมีจำนวนมาก และปลาก็โตแล้ว เกรงว่าผู้ใช้แรงงานต่างด้าวชาวพม่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง จะมาขโมยจับปลาในเขื่อนจึงได้ทำร้วปิดกันเอาไว้ไม่ให้ใครผ่าน แต่ถ้าเป็นชาวบ้านทั่วไปในหมู่ที่ 5 และตำบลใกล้เคียงก็สามารถใช้ถนนเส้นนี้ผ่านเข้าออกได้ตามปกติ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 กล่าว
ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 คนเดิมยังกล่าวต่อด้วยว่า ได้ปรึกษาพูดคุยกับเจ้าของที่ดินถึงเรื่องการอุทิศที่ดินให้เป็นถนนสาธารณะประโยชน์ โดยมีหนังสือยกที่ดินให้กับเทศบาลตำบลสะพลี เพื่อทำการก่อสร้างถนนให้ถาวรและประชาชนจะได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ต่อไป นายพิศิษฐ์ ลี้วิริยะไพฑูลย์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 กล่าวในที่สุด
ภาพ/ข่าว นาย สมชาย สังข์สนธ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักช่าวทีนิวส์ จ.สุราษฎร์ธานี
