- 15 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากมีกรณีนักศึกษาจากวิทยาลัยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงราย จำนวน 8 คนเป็นชายจำนวน 5 คนและหญิง 3 คนอายุตั้งแต่ 16-22 ปี ไปฝึกงานที่ประเทสเกาหลีใต้ และ ได้ขอความช่วยเหลือจากสถานเอกอัคราชฑูตประเทศไทยประจำเกาหลีใต้ให้ส่งตัวกลับประเทศและเข้าร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรม จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่าถูกทางเจ้าของฟาร์มในประเทศเกาหลีใช้แรงงานหนักและถูกลวนลามนั้น ล่าสุดทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.เชียงราย ได้เข้ามาดูแลกลุ่มนักศึกษาดังกล่าวแล้ว โดยมีการเรียกตัว 8 คน ไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่ศาลากลาง จ.เชียงราย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของการใช้แรงงานและการทำอนาจารดังกล่าว ขณะที่ทางวิทยาลัยเองมีกำลังเตรียมตั้งคณะกรรมกาตรวจสอบข้อเท็จจริงและส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแลเด็กที่กลับมาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะจะต้องมีการลงทะเบียนเรียนภาคเรียนใหม่ในวันจันทร์ที่ 19 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ด้วย ด้าน น.ส.อณิรา ธินนท์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.เชียงราย เปิดเผยว่าปัจจุบันถือว่าอยู่ในขั้นตอนของการสอบถามข้อมูลข้อเท็จจริงจากเด็กโดยยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการคุ้มครองหรือการดำเนินการเกี่ยวกับคดีความทางกฏหมายแต่อย่างใด กระนั้นในวันที่ 16 มิ.ย.นี้ก็จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าหารือกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อสรุปว่าจะดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อไป
นายวัชรพล สิงหากัน หัวหน้าสาขาวิชาพืชศาสตร์ วิทยาลัยฯ กล่าวว่าเด็กรุ่นที่ 1 และ 2 ไม่พบปัญหามากนักเพราะทางนิติบุคคลดังกล่าวได้ส่งคนไปฝึกภาษาให้เด็กก่อนล่วงหน้าประมาณ 1 เดือน รวมทั้งเป็นผู้ชายทำให้ปัญหาไม่ค่อยมีมากนักปัจจุบันนักศึกษาที่ไปฝึกงานรุ่นที่ 2 จำนวน 1 คนก็ทำงานอยู่ในแปลงเพาะสตอเบอรี่ของนิติบุคคลดังกล่าวภายในวิทยาลัยนั่นเอง ส่วนรุ่นที่ 3 ไม่มีการอบรมเรื่องภาษาจึงอาจทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้ดังกล่าวซึ่งตนอยากจะพบนักศึกษากลุ่มนี้มากเพราะสนิทกันดีจะได้สอบถามข้อมูลแต่ก็ยังไม่พบเด็กเลยโดยติดต่อครั้งล่าสุดผ่านไลน์เมื่อครั้นอยู่ในเกาหลีใต้เท่านั้น และเชื่อว่าจะได้พบเด็กเพราะจะถึงเวลาลงทะเบียนเรียนในภาคเรียนใหม่ในวันจันทร์ที่ 19 มิ.ย.นี้ซึ่งทุกคนจะต้องไปลงทะเบียน
น.ส.อัมพร เต๊นคำ นักศึกษาชั้นประกาศนียวัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ปีที่ 2 สาขาวิชาพืชศาสตร์ กล่าวว่ายืนยันว่ามีการลวนลามร่างกายเพราะเมื่อครั้นอยู่ที่เกาหลีใต้กลุ่มนักศึกษาหญิงส่วนใหญ่จะอยู่ฟาร์มเดียวกัน และได้มีคนในนิติบุคคลดังกล่าวมักจะเข้าไปโอบกอดนักศึกษาที่เป็นหญิงซึ่งแรกๆ ก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะเขาบอกว่าเป็นธรรมเนียมของชาวเกาหลี แต่เมื่อสังเกตุเห็นคนอื่นๆ ที่เป็นชาวเกาหลีก็ไม่เห็นทำกัน นอกจากนี้เมื่อนั่งรถไปด้วยกันก็มักจะเอามือมาวางตรงขาอ่อนและลูบคลำลักษณะไม่ใช่เอ็นดู รวมทั้งพยายามมาหาตอนเช้าและกลางคืนแล้วจูบกอดทำให้พวกตนทนไม่ไหวจึงแจ้งอาจารย์แต่เมื่อไม่ได้รับการแก้ไขจึงแจ้งตำรวจเกาหลีและพากันไปยังสถานเอกอัคราชฑูตไทยให้ช่วยเหลือกลับดังกล่าว โดยวันจะเดินทางกลับตนไม่มีเงินเหลือเลยต้องเดินเท้าจากมูลนิธิแห่งหนึ่งที่เจ้าหน้าที่พาไปพักเพื่อไปยังสถานเอกอัคราชฑูตระยะทางกว่า 8 กิโลเมตร เพื่อจะได้ถูกส่งตัวกลับประเทศไทยด้วย
ด้านนายสุทิน อนุชิตวรการ นักศึกษา ปสว.ปีที่ 3 สาขาวิชาช่างเกษตร กล่าวว่าพวกตนทำงานตั้งแต่เวลา 07.00.19.30 น.หรือทำงานตั้งแต่เช้ามืดถึงค่ำซึ่งถูกใช้งานหนักมาก ทั้งขนของหนักที่เป็นไม้ โลหะ ฯลฯ ไม่ตรงกับสายงานเลยลักษณะจึงเหมือนเป็นแรงงานไม่ใช่ไปฝึกหาประสบการณ์เลยจึงพากันออกมาของความช่วยเหลือเพื่อกลับประเทศไทยดังกล่าว
ล่าสุดมีรายงานข่าวแจ้งว่าสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้เผยแพร่เวปไซต์ http://ipa.vec.go.th/Portals/39/864-2560.pdf ระบุว่านายสุเทพ ขิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้มีหนังสือแต่งตั้งผู้รักษาการในตำแหน่งที่ ศธ 0601/4431 ลงวันที่ 15 มิ.ย.นี้ ให้มีการปฏิบัติหน้าที่ ณ สถานศึกษาแห่งใหม่ภายในวันที่ 3 ก.ค.นี้ โดยระบุข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นผู้รักษาในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาจำนวน 4 ราย และรายที่ 4 ปรากฎว่าคือนายเจริญ เชื้อเมือพาน ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงราย ซึ่งให้ไปรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตากแทน และให้นายนิมิตร อาศัย ผู้อำนวยการจาก จ.ตาก ไปรักษาการที่ จ.เชียงราย แทน ทั้งที่นายเจริญพึ่งย้ายไปจากวิทยาลัยการอาชีพเชียงรายให้ไปเป็นผู้อำนวยการที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงรายเมื่อเดือน พ.ย.2559 ที่ผ่านมานี้เอง
ข่าว/ภาพ เหรียญชัย จันทร์สุภาเสน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.เชียงราย
