- 16 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 15 มิ.ย. 2560 ปัญหาราคายาพาราในขณะนี้สร้างความหนักใจแก่ชาวเกษตรกรชวนยางพาราในหลายพื้นที่ของจังหวัดสตูล เพราะบางครอบครัวต้องใช้กรีดเอาน้ำยางพาราไปแลกเป็นเงินเลี้ยงครอบครัวหากครอบครัวนั้นมีสวนยางพาราเป็นของตนเอง และขณะบางรายต้องรับจ้างกรีดยางพาราใช้แรงงานขายทั้งกรีดและเก็บน้ำยางพาราแถมไปขายได้เงินก็มาแบ่งกับเจ้าของสวนยาพารา ยิ่งราคาดิ่งตกต่ำแบบนี้ก็ยิ่งไม่เหลือเงินไว้ใช้จ่ายแถมไม่เพียงพอหากมีลูกหลายคนและต้องใช้ต้องเรียนหนังสือในแต่ละวัน แต่ครอบครัวของโดยมีนางณัฐกานต์ ศรียาน อายุ 51 ปี บ้านเลขที่ 108 หมู่ 2 ตำบลแป-ระ อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล มีสวนยางพารา 12 ไร่ เป็นผู้ที่ตั่งใจพัฒนาสวนยางพาราตนเอง 12 ไร่ให้เกิดประโยชน์มากกว่า กรีดน้ำยางพารา ทำยางแผ่นไปขาย เพราะราคายาพาราขึ้นๆลง พร้อมกับตนเองมีพื้นที่หลายพื้นที่ จึงนำตนเองเข้าศึกษาและเรียนรู้ โครงการเกษตรแปลงใหญ่ประชารัฐ ใช้พื้นที่ทำกิน แม้มีสวนยางก็ปรับปลูกผสมผสาน มีนาข้าว มีสวนไร่ผลไม้ ก็จัดปลูกพืชผสมผสานหลายอย่าง และที่สำคัญ เลี้ยงไก่ไข่ในตะกร้าสามารถเลี้ยงตามต้นยางพาราได้เช่นกัน หรือต้นปาล์มเพราะสร้างไข่ สร้างเงิน สร้างปุ๋ย จนปัจจุบันนี้ตนเองมีรายได้จากแปลงใหญ่เข้ามาต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาทต่อเดือนก็พอพยุงครอบครัวได้แม้ราคายางยิ่งดิ่งต่ำตนเองก็ไม้เดือดร้อน ตนเองทำสำเร็จก็อยากให้เพื่อนบ้านชาวสวนยางนำไปทำแบบนี้แรกๆอาจจะเหนื่อยแต่ต้องทนและสู้ไปหากรอราคายางพาราก็ไม่เพียงพอแน่นอน
ซึ่งวันนี้ตนจึงชักชวนเน้นกลุ่มสตรีผู้หญิงที่มีสาวนยางพารา มีพื้นที่ทำกินเข้าตั้งกลุ่มประมาณ 30 คนมาเรียนรู้ดูงาน เรียนรู้การทำแปลงใหญ่ มียางพารา มีปาล์ม มีนาข้าว มีสวนผลไม้ มีสวนผัก เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงปลาที่ครบวงจรการใช้ต้นทุนต่ำและการร่วมกลุ่มที่ยั่งยืนที่ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดสตูล สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล สำนักงานประมงจังหวัดสตูลและ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสตูลจัดลานให้ความรู้กลางสวนยางท่าแพ และในวันนี้ว่าที่ร้อยตรี ไพเจน มากสุวรรณ์ ผู้ตรวจราชการดระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขตตรวจราชการที่ 8 ได้ลงมาพบชาวสวนยางพาราในพื้นที่อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล โดยลงมาให้กำลังใจชาวสวนยางพาราในช่วงราคาดิ่งต่ำลง พร้อมนำความรู้เรื่องตอบโจทย์เกษตรแปลงใหญ่ เพื่อให้ชาวสวนยางพาราสู้และปรับชีวิตเรียนรู้การทำการเกษตรผสมผสานในพื้นที่ของตนเองและในสวนยางเพื่อสร้างมูลค่ามากกว่ารอราคาน้ำยางพารา
ร้อยตรี ไพเจน มากสุวรรณ์ ผู้ตรวจราชการดระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขตตรวจราชการที่ 8 กล่าวว่า นโยบายสำคัญอีกหนึ่งของกระทรวงเกษตรฯ อย่างการส่งเสริมการเกษตรให้เป็นแปลงใหญ่ ที่ช่วงนี้ใครต่อใครก็พูดถึง ซึ่งเน้นการดำเนินงานในลักษณะการรวมกลุ่มของเกษตรกรรายย่อยหลายๆ ราย โดยวางระบบการผลิตและการบริหารจัดการในแนวทางเดียวกัน เพื่อประหยัดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ที่สำคัญคือเกษตรกรยังคงเป็นเจ้าของพื้นที่และทำการผลิตเองอย่างเช่นเคย การกำหนดพื้นที่เป้าหมายของเกษตรแปลงใหญ่ ดำเนินการในพื้นที่ต่างๆ เช่น พื้นที่ในเขตชลประทาน พื้นที่ปฏิรูปที่ดิน พื้นที่ในเขตสหกรณ์นิคม และพื้นที่เกษตรทั่วไป โดยจะมีการกำหนดเป้าหมายการผลิต การถ่ายทอดเทคโนโลยี การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุกขั้นตอนจนถึงการตลาด ที่สำคัญคือมีการประเมินผลโครงการทุกปีการผลิต ซึ่งต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามีการลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วยผลผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีได้จริงสำหรับจังหวัดสตูลมีครัวเรือนที่ปลูกยาพารา จำนวน 29,238 ครัวเรือนประมาณ 422,913 ไร่ รองลงมาคือสวนปาล์ม 105,709 ไร่
ข่าว/เอนก ขันทสิกรรม ภาพ/นนทพัฒน์ จันทรกุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สตูล
