- 16 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 16 มิถุนายน 2560 นายสุรชัย ทับยา ขนส่งจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วย พ.อ.ธนะพันธ์ ขำทวี เสธ.กกล.รส.จว.พิจิตร มทบ.36 และตำรวจทางหลวงรวมถึงตำรวจภูธรเมืองพิจิตรได้ร่วมกันจัดระเบียบของรถรับส่งนักเรียนรวมถึงบังคับใช้กฎหมายตาม พรบ.ขนส่ง ที่ต้องการมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งที่ผ่านมาได้ผ่อนปรนมาหลายครั้งแล้วในการที่รถรับส่งนักเรียนจะต้องมีเบาะที่นั่งที่ต้องมีเข็มขัดนิรภัย ถังดับเพลิง และอื่นๆให้ตรงตามมาตรฐาน รวมถึงต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ว่าถ้าผู้โดยสารรถตู้เป็นผู้ใหญ่หรือเด็กโตก็จะนั่งโดยสารได้11-13คน ขึ้นอยู่ที่ขนาดของรถที่จดทะเบียนแต่ถ้าเป็นเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 12 ปี หรือไม่เกิน 15 ปี ก็อนุโลมให้นั่งโดยสารได้ไม่เกิน 20-25 คน
ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยในการบรรทุกผู้โดยสารและการขับขี่ ดังนั้นวันนี้จึงได้ทำการออกตรวจรถยนต์รับ-ส่ง นักเรียน ทุกประเภทบริเวณทางหลวงหมายเลข 115 ถนนบายพาส พิจิตร-สามง่าม บริเวณจุดจอดรถรับส่งนักเรียนหน้าโรงเรียนสระหลวงพิทยาคม และบริเวณทางหลวงหมายเลข 111 สากเหล็ก-พิจิตร บริเวณเชิงสะพานขาว อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร
โดยผลจากการตรวจสอบดังกล่าวพบรถรับส่งนักเรียน จำนวนมากที่ยังไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด โดยพบรถดังกล่าวมีการถอดเบาะรถตู้ออกและนำม้านั่งยาวมาใส่แทน เพื่อให้บรรทุกนักเรียนให้ได้จำนวนมากขึ้น และไม่มีการจดทะเบียนขออนุญาตอย่างถูกต้อง รวมถึงไม่มีอุปกรณ์ฉุกเฉินติดตั้งในรถ ซึ่งขนส่งจังหวัดพิจิตรจับกุมผู้กระทำผิด พรบ.ขนส่งทางบก จำนวน 32 คัน ได้ทำการเปรียบเทียบปรับทันที รายละ 500-1,000บาท และสั่งการให้ไปแก้ไขให้ถูกต้องหากพบกระทำผิดซ้ำอีกจะเพิกถอนใบอนุญาตทันที ทั้งนี้เพื่อให้รถรับส่งนักเรียนให้มีมาตรฐานความปลอดภัย สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครอง
ในส่วนของ นายมนัส มาพันธ์สุ อายุ 57 ปี เป็นชาว อ.สามง่าม จ.พิจิตร ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการรถรับส่งนักเรียนจาก อ.สามง่าม มายัง โรงเรียนสระหลวงพิทยาคม และโรงเรียนอนุบาลพิจิตรที่ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายเปิดเผยว่า โดยส่วนตัวเคารพและยินดีปฏิบัติตาม ซึ่งก่อนหน้านี้มีเด็กนั่งในรถโดยสารทั้งเด็กโตและเด็กเล็กรวมกันกว่า 20 คน เก็บค่าโดยสารคนละ 600 บาทต่อเดือน ยอมรับว่าต้องนั่งกันอัดแน่น แต่เพื่อความอยู่รอดจึงต้องทำเช่นนั้น แต่เมื่อมีกฎหมายบังคับก็บอกเลิกรับจ้างโดยสารกับเด็กนักเรียนที่ผู้ปกครองมีความพร้อมจะมารับส่งบุตรหลานไป-กลับ โรงเรียน ด้วยตนเองจึงทำให้การดำเนินการถูกกฎหมาย ทุกวันนี้มีเด็กนักเรียนที่เป็นเด็กโตและเด็กเล็กนั่งโดยสารรวมแค่ 15 คน ทางออกก็คือจากที่เคยเก็บเงินค่าโดยสารคนละ 600 บาท ต่อเดือน ก็ต้องขอปรับขึ้นเป็น 800 บาทต่อเดือนซึ่งทำให้มีเสียงบ่นจากผู้ปกครองว่าเดือดร้อนกันทั่วหน้า แต่เพื่อความปลอดภัยของบุตรหลานและให้อยู่ภายใต้กฎหมายทุกคนจึงต้องปฏิบัติ
สิทธิพจน์ เกบุ้ย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.พิจิตร
