- 17 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ 17 มิ.ย.60 ผู้สื่อข่าวประจำ จ.ปราจีนบุรี จะพานักชิม ผลไม้เทียวชมสวนผลไม้ ... “ผลไม้ลือเลื่อง” ทุเรียนพันธุ์หมอนทองของชาวสวนแท้ ๆ ซึ่งเป็นการทำสวนแบบพื้นบ้าน จากรุ่นพ่อ สู่รุ่นลูกโดยอาศัยการทำเกษตรแบบโบราณ ทำเองขายเองการปรับเปลี่ยนวิธีคิดและทดลองทำตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9ซึ่งดูจากทีวีแล้วนำมาทดลองทำด้วยตัวเองจนประสบผลสำเร็จ โดยเฉพาะ “ทุเรียนหมอนทอง” ที่เลื่องชื่อ
"สาวใหญ่ชื่อ ป้าบุญลือ จอมพันธ์" อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17/1 ม.8 ต.นนทรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี หรือใครๆเรียกว่าป้าลือ ที่ การทำสวนแบบสมัยโบราณของป้าลือ คนในหมู่บ้านเดียวกันยังรู้สึกเฉยๆ ไม่ทันสมัยเท่าที่ควรไม่ว่าจะเป็นถากถางโดยใช้แรงกายใส่ปุ๋ยคอกขี้ควาย หรือเอาฝูงควายไปล่ามเลี้ยงไว้ในสวนเห็นผลช้า สู้ทำแบบสมัยใหม่ไม่ได้เร็วไวทันตาเห็นใช้ยาฆ่าหญ้าปุ๋ยสูตรสำเร็จ ง่ายกว่ากันเยอะไม่จำเป็นต้องทำให้เหนื่อย
ป้าลือกล่าวว่า “สมัยก่อนอยู่กับพ่อก็มีฐานะปานกลาง มีอาชีพทำนาเป็นส่วนใหญ่ และทำสวนแต่เพียงเล็กน้อย พ่อพาปลูกผลไม้จำพวกทุเรียน เงาะ ส้มโอ และต่อมาก็ซื้อมังคุดมาปลูกเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา การทำนาและทำสวนจะทำควบคู่กันไปซึ่งลูกๆ ก็ออกเรือนไปหมดแล้วสองคน”
“ แม้ทางลูก ๆ จะไม่ให้แม่ทำสวนแต่ป้าลือก็ทำมาเรื่อยๆ และหลังจากพ่อป้าลือเสียชีวิตแล้ว ป้าลือก็มีอาการป่วยมีโรคประจำตัวที่ร้ายแรง(มะเร็ง) ป้าลือรู้ตัวดีว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเองไม่ช้าก็เร็ว แต่ด้วยความที่มีจิตใจเข้มแข็งไม่กลัวตาย กัดฟันสู้กับมันเรื่อยมาขจัดความกลัวออกไปด้วยการทำงานในนา ทำสวน ทำทุกๆวัน แม้ร่างกายที่ผอมบางแต่ว่าไม่เป็นอุปสรรคกับป้าลือเลยสักนิดจนลืมไปเลยว่าตัวเองมีโรคประจำตัว พร้อมที่จะตายได้ทุกเมื่อแต่ก็ทำงานหนักมาจนทุกวันนี้ จนในสวนผลไม้ ที่ปลูกเป็นสวนผสมผสานให้ผลผลิตขายได้ และขายดีคือ “ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง” ขายส่งทุเรียนในสวน กก.ละ100 บาท”ป้าลือกล่าว
โดยทุเรียนหมอนทอง ที่ปลูกไม่มากนักเป็นสวนขนาดเล็ก ทำให้สามารถดูแลสวนได้อย่างทั่วถึง ตลอดจนการเก็บเกี่ยว ก็มีกัดตั้งแต่อยู่บนต้น จะเก็บเฉพาะลูกที่แก่จัดเท่านั้น โดยมีเนื้อสีเหลืองอ่อนแห้งแข็ง ค่อนข้างหนา รสหวานจัด มีกลิ่นน้อย เมล็ดลีบเล็ก ไม่มีการซื้อเหมาสวน จึงไม่มีการตัดทุเรียนอ่อน จนได้รับการเชื่อถือจากลูกค้า แวะเวียนมาซื้อทุเรียนคุณภาพราคามิตรภาพของป้าอย่างต่อเนื่องทุกปี”ป้าลือกล่าว
และกล่าวต่อไปว่า “ทุเรียนหมอนทอง เงาะ ส้มโอ เก็บขายให้พ่อค้าที่เป็นขาประจำกันมาตั้งแต่สมัยพ่อ โดยมารับซื้อถึงสวน ที่เหลือก็ใส่รถไสเข็นไปส่งให้ร้านค้าแถวบ้าน สวนของป้าลือแม้จะมีแค่ 13 ไร่ อาศัยธรรมชาติเป็นตัวหลัก ที่เกื้อกูลกันไม่ใช้สารเคมี ป้าลือทำเองขายเอง แม้จะมีอายุมากแล้วแต่ก็มีความสุขกับการทำสวนเก็บผลไม้ขาย มีการขึ้นตัดทุเรียนบนต้นให้ลูกค้าทุกๆปี ทำมาแล้ว 25 ปี ไม่มีหยุด”
“จนทุกคนลืมป้าลือไปแล้วว่า แกทำสวนทุเรียนมีลูกค้ามารับถึงสวน ร่างกายแข็งแรงและคล่องแคล่วยังกับสาวๆ ปีนต้นทุเรียนเองเสร็จสรรพ มีบ้างรู้สึกเหนื่อยแต่ก็มีความสุขกับการเก็บผลไม้ขาย โรคร้าย(มะเร็ง) อยู่ในตัวป้าลือมิได้บั่นทอนให้ท้อแท้และหวาดกลัว นับว่าเป็นเกษตรกรชาวนาชาวสวนที่แกร่งคนหนึ่ง ลูกค้าทุเรียนมีทั้งข้าราชการทั่วไปและนายอำเภอกบินทร์บุรี ถึงกับมาซื้อทุเรียนด้วยตัวเองถึงสวน และให้กำลังใจป้าลืออีกด้วย”
... การที่มุ่งมั่น ทำมาหากิน เป็นสิ่งสร้างชีวิตที่ดีมีคุณภาพให้ตัวเอง และลูกหลานได้เห็น มีพลังในการดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี ขายผลไม้ได้ ก็มีความสุขแล้ว แถมเป็นคนอารมณ์ดีพูดเก่งพูดเพราะนิสัยดีเป็นกันเอง ตอนนี้ ลูกค้าสั่งทุเรียนหมอนทองวันละ 100-200 กิโลกรัม ต่อวัน ซึ่ง ป้าลือจัดให้ได้ ตื่นแต่นอนดึก ลุกแต่เช้าทุกวันๆ สุขภาพแข็งแรง มีความสุขกับการขายของในสวนทุกๆวัน...
ซึ่งสวนเกษตรผสมผสาน ของป้าลือนี้ ในการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ไปสู่เพื่อนบ้าน หรือสู่ประชาชนอื่น ๆ ยังได้คำแนะนำจากผู้ใหญ่บ้าน ให้คนทั้งอำเภอกบินทร์บุรีได้ทราบ ถึงการทำเกษตรแบบพื้นบ้านเกษตรอินทรีย์ โดยผู้ใหญ่ยุทธ อร่ามเรืองจะเป็นผู้ประสานให้คนมาดูงานที่สวนดูตัวอย่าง ของป้าลือ พบว่ามีหลายหน่วยงานที่ให้ความสนใจการทำสวนเกษตรพื้นบ้านนี้ พร้อมมาชม และเลือกซื้อ บอกต่อปากต่อปาก และหากเกษตรกรอื่นสนใจ สามารถสอบถามข้อมูลหรือจะมาดูมาหาซื้อหาผลไม้ปลอดสารพิษ ติดต่อผ่านผู้ใหญ่ยุทธ อร่ามเรือง ผู้ใหญ่บ้าน ม.8 ต.นนทรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี หมายเลขโทรศัทพ์ 089 812 4930ได้”ป้าลือกล่าวในที่สุด
ภาพ/ข่าว มานิตย์ สนับบุญ / ทองสุข สองห์พิมพ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวข่าวทีนิวส์ จ.ปราจีนบุรี
