- 17 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า ที่โรงเตาอั้งโล่ควนธานี อ.กันตัง จ.ตรัง แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไปความนิยมในการใช้เตาอั้งโล่สำหรับหุงต้มอาหารลดน้อยลง แต่ที่ จ.ตรัง ยังคงมีโรงงานการทำเตาอั้งโล่ หรือเตาถ่านอยู่ประมาณ 4-5 แห่ง และส่งจำหน่ายอยู่อย่างต่อเนื่องและที่น่าสนใจคือ ความต้องการของลูกค้ายังเหนียวแน่นจนมีกำลังผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ
สำหรับเตาอั้งโล่หลายคนคงนึกภาพออกเพราะเป็นอุปกรณ์สำหรับหุงต้มอาหารมาตั้งแต่สมัยโบราณ ถึงแม้ว่าเทคโนโลยี จะก้าวไกลไปขนาดไหน ทุกวันนี้ เตาถ่านก็ยังมีให้เห็นในการใช้สำหรับ หุง ต้ม ปิ้ง ย่างอาหารอยู่ทั่วไป
ทั้งนี้ น.ส.สิรินผา ล้วนดี เจ้าของโรงงานเตาอั้งโล่ ตั้งอยู่ที่ ม.1 ต.ควนธานี อ.กันตัง จ.ตรัง กล่าวว่า ครอบครัวตนเซ้งกิจการทำเตาอั้งโล่แห่งนี้มาได้กว่า 3 ปีแล้ว แรกๆ ก็คิดเหมือนกันว่าจะทำขายใครเพราะสมัยนี้ส่วนใหญ่เขาใช้แก๊สหุงต้มประกอบอาหารกันหมดแล้ว แต่กลับเป็นความเหลือเชื่อว่าตลาดความต้องการเตาอั้งโล่ยังคงมีความต้องการสูงและนิ่งสม่ำเสมอมาก กำลังการผลิตแทบไม่ทันกับออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งเข้ามา โดยกำลังช่างที่ผลิตประจำ 4-5 คน ทำได้แค่เดือนละ 2,000 ใบเท่านั้น ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ แต่ช่างฝีมือก็หายากเพราะเด็กรุ่นใหม่ไม่นิยมประกอบอาชีพนี้
อย่างไรก็ตามยอมรับว่าปัจจุบันนี้ความต้องการใช้เตาอั้งโล่จะลดน้อยลง ตลาดแคบลง แต่ตลาดคงที่ และราคาก็สามารถปรับขึ้นได้ตามราคาวัตถุดิบและค่าแรงงานเช่นกัน โดยโรงงานตนส่งจำหน่ายในพื้นที่จังหวัดทางภาคใต้ทั้งหมด และมีการผลิตเตาอั้งโล่อยู่ 2 ชนิด คือเตาขาวและเตาดำ มีทุกขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งานตามความต้องการของลูกค้า โดยเตาดำ ความคงทน อายุการใช้ใช้จะมีมากกว่าเตาขาว แต่ราคาก็จะสูงกว่าเล็กน้อย
ปัจจุบันนั้นผลิตเตาแทบไม่ทันขาย ลูกค้าต้องจองคิวสั่ง เพราะเตาอั้งโล่ยังเป็นที่นิยม เนื่องจากมีราคาถูก และถ่านซึ่งเป็นเชื้อเพลิงก็หาง่าย การประกอบอาหารกับเตาถ่านนั้นรสชาติของอาหารจะหอมและอร่อยกว่าทำจากเตาแก๊ส
เจ้าของโรงงานเตาอั้งโล่ควนธานี กล่าวว่า การผลิตเตาอั้งโล่มีอุปสรรคอยู่บ้างเช่นกันโดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน แดดไม่ค่อยมี ทำให้เตาแห้งช้า ลูกค้าต้องรอนานและโชคดีลูกค้าเข้าใจ
สำหรับวัตถุดิบหลักๆในการทำเตาอั้งโล่ก็มีดินเหนียวมีทรายป่นเล็กน้อย หรือเป็นทรายขี้เป็ดซึ่งหาซื้อได้ตามท้องตลาดนำมาแช่น้ำไว้ หลังจากนั้นก็จะนำมาปั้นเป็นรูปเตา และไปตากแดดนานถึง 1-3 วัน จึงจะนำมาเข้าเตาเผาแล้วก็นำมาอัดใส่เปลือกสังกะสี ก่อนจะนำมาตกแต่ง ทาสีดำที่เปลือก แล้วจึงนำออกไปขายได้ เมื่อฝนตกก็ไม่มีแดดที่จะตากเตา ทำให้ไม่มีเตาจะไปขาย ลูกค้าก็ต้องรอไปก่อน แต่อาชีพทำเตาอั้งโล่ไม่ว่าราคายางซึ่งเป็นอาชีพหลักจะลดลงหรือเพิ่มขึ้น ก็ไม่มีผลกระทบใดๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก
อย่างไรก็ตาม เตาอั้งโล่นับเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาแต่โบราณ แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไปแต่ความนิยมจะเหมือนเดิม ตนและช่างฝีมือทุกคนรู้สึกภูมิใจที่ได้ทำอาชีพนี้และส่วนหนึ่งเป็นการอนุรักษ์วิถีดั้งเดิมของชุมชนด้วยเช่นกัน
ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม สำนักข่าวภูมิภาค ทีนิวส์ จังหวัดตรัง
