- 17 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ดร.รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) พร้อมด้วย พลตรีผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข รองแม่ทัพภาคที่ 3 , นายชนะ อัษฎาธร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรม จำกัด ,นายสุเมธ ธีรนิติ นายอำเภอวิเชียรบุรี รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมปลูกแฝกอนุรักษ์ดินตามรอยพ่อ พร้อมทั้งร่วมปลูกไม้ยืนต้น อาทิ ต้นประดู่ ต้นพะยูง ต้นยางนา ฯ รวมถึง ปลูกต้นกล้วย โดยรอบบริเวณสระน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 5 ไร่ ในพื้นที่บ้านเขาขาด หมู่ที่ 5 ต.ซับสมบูรณ์ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ เพื่อเป็นการช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ของดิน ป้องกันการพังทลายของหน้าดินและช่วยเก็บกักความชื้นของดิน รวมถึงเป็นการฟื้นฟูและแก้ปัญหาแหล่งต้นน้ำในพื้นที่ ให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อชุมชน ได้อย่างเต็มที่
ตามที่บริษัท ไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรม จำกัด ร่วมกับ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและ การเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สสนก. พร้อมด้วย กองทัพภาคที่ 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัด “กิจกรรมปลูกแฝก อนุรักษ์ดินตามรอยพ่อ” ในพื้นที่ตำบลซับสมบูรณ์ อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำของชุมชน และช่วยลดความเสียหายจากปัญหาน้ำไหลหลาก เนื่องจากตำบลซับสมบูรณ์นั้น มีสภาพพื้นที่ทั่วไปเป็นที่ราบสลับเนินเขา พื้นดินเป็นกรวดทรายและลูกรัง มีแม่น้ำไหลผ่าน 2 สาย คือ คลองลำสนธิ และคลองลำพญากลาง
ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม พื้นที่ทำการเกษตร 33,622 ไร่ ส่วนใหญ่ปลูกอ้อย เป็นพื้นที่อ้อยโรงงาน 22,075 ไร่ ซึ่งในช่วงฤดูฝนของทุกปี จะมีปริมาณน้ำไหลบ่าเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้พืชผลได้รับความเสียหาย ส่วนช่วงฤดูแล้ง น้ำไม่เพียงพอ และแหล่งน้ำไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้
ดังนั้น เพื่อเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในปัจจุบัน บริษัท ไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรม จำกัด และ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) จึงได้ร่วมกันศึกษาและพัฒนาพื้นที่ต้นแบบแก้ปัญหาระบบน้ำสำหรับไร่อ้อย ภายใต้โครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อการเกษตรพืชไร่อ้อย จึงพัฒนาแหล่งน้ำของชุมชน ด้วยการขุดสระแก้มลิง ขนาด 5 ไร่ เพิ่มปริมาณน้ำสำรองในพื้นที่ได้ 36,000 ลูกบาศก์เมตร และได้ดำเนินการขุดลอกฟื้นฟูคลองสาธารณะที่เสื่อมโทรม ตื้นเขิน ระยะทาง 1,600 เมตร ทำให้พื้นที่การเกษตรได้รับประโยชน์ 1,250 ไร่
จากนั้นได้พัฒนาระบบเติมน้ำใต้ดิน ในพื้นที่ 45 ไร่ โดยใช้ แนวทางบริหารจัดการน้ำฝนและน้ำหลาก เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในดิน และลดปริมาณการใช้น้ำการเกษตร เพิ่มอัตราการงอกซ้ำของตออ้อย เพิ่มผลผลิตไร่อ้อยและพืชผลทางการเกษตร ตามแนวทางการสร้างตัวอย่าง ความสำเร็จของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ เกิดเป็นเครือข่ายที่เหมาะสมกับพื้นที่ ภูมิสังคม สามารถถ่ายทอดและขยายผลความสำเร็จสู่ชุมชนอื่นๆ อย่างยั่งยืนต่อไป
ภาพ/ข่าว ราเมธ บงแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.เพชรบูรณ์
