ชาวสวนยางน้ำตาตก!? ราคายางร่วง ซ้ำร้ายเจอวิกฤตฝนตกกรีดได้ไม่ถึง 10 วันในรอบเดือน รายได้ไม่พอรายจ่าย (มีคลิป)

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า ได้ลงพื้นที่สำรวจตามจุดรับซื้อน้ำยางสด ถึงบรรยากาศการซื้อขายน้ำยางหลังจากราคาตกลงมาอย่างต่อเนื่องร่วม 10บาท ในรอบสัปดาห์ จาก 60 บาท ร่วงลงมาถึง 45 บาท ทำเอาชาวสวนยางน้ำตาตกไปตามกัน นายชัยรัตน์ อ่อนสนิท อายุ 52 ปี ชาว ต.โคกหล่อ อ.เมืองตรัง ขณะขับรถพ่วงข้างบรรทุกแกลลอนบรรจุน้ำยางสดมาขายในพื้นที่ ม.11 บ้านสะพานไทร ต.โคกหล่อ อ.เมืองตรัง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวด้วยความรู้สึกรันทดใจว่า ตนเองมีลูก 3 คน อยู่ในวัยเรียนทั้งหมด ตนยึดอาชีพรับจ้างกรีดยางพาราหลังขายน้ำยางแบ่งกับเจ้าของสวนแล้ว ได้วันละ 300 บาท ภาระที่ต้องรับผิดชอบมากมายในช่วงวิฤตยางพารานี้ ตัวคนเดียว สามารถอยู่ได้ แต่ลูกและครอบครัวไม่สามารถอยู่ได้ ตนมีลูก 3 คนเลี้ยงไม่ไหว แต่ถ้าน้ำยางอยู่ในราคา กิโลกรัมละ 60 บาทก็พออยู่ไหว รวมทั้งในปี 2560 นี้ อาทิตย์หนึ่งฝนตก 4 วัน ได้กรีดแค่ 3 วัน เลยต้องหาอาชีพเสริมไม่อย่างนั้น ครอบครัวอยู่ไม่ได้ และในช่วงราคายางพาราตกต่ำนี้ ซึ่งไม่อยากฝากอะไรไปยังผู้ที่มีอำนาจ รวมถึงรัฐบาล ที่ผ่านมาช่วยแบบไฟไหม้ฟางได้สักพักหนึ่ง แต่ระยะยาวไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย

ชาวสวนยางน้ำตาตก!? ราคายางร่วง ซ้ำร้ายเจอวิกฤตฝนตกกรีดได้ไม่ถึง 10 วันในรอบเดือน รายได้ไม่พอรายจ่าย (มีคลิป)

ขณะที่ นางกรรณิกา บุญชู อายุ 37 ปี เจ้าของสวนยางพารา เล่าว่า ครอบครัวตนเองมีอยู่ 4 คน ลูกสาว 1 คน ตนเองมียางพาราอยู่ 700 ต้น ช่วงนี้ต้องยอมรับว่า รายรับไม่พอกับรายจ่าย แต่ดีที่เป็นสวนของตัวเองไม่ต้องแบ่งกับใคร วิงวอนขอให้ราคาขึ้นกว่านี้หน่อย โดยในปีนี้ดินฟ้าอากาศไม่ปกติ ฝนจะตกแดดจะออกเรากำหนดไม่ได้ หากฝนตกติดต่อกันทุกวัน รายได้ไม่มีเข้ามาเลย ยิ่งข้าวของช่วงนี้มีราคาแพง เนื้อหมูกิโลกรัมละ 103 บาท อยู่ยาก แต่ถ้าหากยึดอาชีพกรีดยางพาราอย่างเดียว ต้องยึดหลักตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง รัชกาลที่ 9 ก็สามารถอยู่รอดได้ ส่วน นางเจริญ กวางทะวาย อายุ 49 ปี แม่ค้าขายเนื้อหมู เผยว่า ช่วงนี้หมูขายยากมาก ผลพวงจากราคายางตกต่ำ ช่วงนี้แค่ซีกตัวยังขายไม่หมด และส่วนหนึ่งค้างค่าหมูไว้ก่อน จนกว่าจะกรีดยางได้ ซึ่งแผงขายหมูของตนอยู่ใกล้กับจุดรับซื้อน้ำยาง

ชาวสวนยางน้ำตาตก!? ราคายางร่วง ซ้ำร้ายเจอวิกฤตฝนตกกรีดได้ไม่ถึง 10 วันในรอบเดือน รายได้ไม่พอรายจ่าย (มีคลิป)

ขณะที่ศูนย์ประสานงานพรรคประชาธิปัตย์ เขต 1 น.พ.สุกิจ  อัถโถปกรณ์  อดีต  ส.ส.ตรัง  กล่าวว่า  ปัญหาราคายางในปัจจุบัน  คือ  ความไม่มีเสถียรภาพ  จะเห็นว่าราคายาง ขึ้น- ลง  รวดเร็วมาก  โดยเฉพาะเวลาลงซึ่งบางวันลงไปตั้ง  5  บาทต่อ  ก.ก.  ช่วงที่ผ่านมาแค่ 1 สัปดาห์  ลงไปตั้ง  10  กว่าบาท  ทำให้เห็นได้ชัดว่า  ราคายางขึ้น-ลงตามใจของพ่อค้ามากกวาจะสะท้อนอุปสงค์-อุปทานที่แท้จริง  ที่พ่อค้าทำเช่นนี้ได้เพราะไม่มีกลไกราคาอะไรที่จะไปถ่วงดุล  จึงหากำไรได้ตามอำเภอใจ ทำความเดือดร้อนให้เกษตรกรมาโดยตลอด

ชาวสวนยางน้ำตาตก!? ราคายางร่วง ซ้ำร้ายเจอวิกฤตฝนตกกรีดได้ไม่ถึง 10 วันในรอบเดือน รายได้ไม่พอรายจ่าย (มีคลิป)

อดีต ส.ส.สุกิจ  ยังกล่าวว่า  การยางแห่งประเทศไทยหรือ  ก.ย.ท.   มีหน้าที่ตามกฎหมายในการรักษาราคายางให้มีเสถียรภาพ  แต่ที่ผ่านมาไม่เคยทำได้  และดูเหมือนจะยิ่งแย่กว่าในอดีตตอนที่ไม่มี  ก.ย.ท. เสียด้วยซ้ำ  ทำให้ชาวบ้านรู้สึกว่า  ไม่รู้จะมี  ก.ย.ท.  ไว้ทำไม ตนจึงขอเสนอให้  ก.ย.ท.  ตั้งบริษัทค้ายางพาราเพื่อทำธุรกิจค้าขายยาง  ตาม  พ.ร.บ.  การยางมาตรา  10  ที่บอกว่า  ก.ย.ท.    สามารถจัดตั้งบริษัทจำกัด  หรือบริษัทมหาชน  เพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางพาราได้ ทั้งนี้เมื่อมีการจัดตั้งบริษัทค้ายางของ  ก.ย.ท.  จะทำให้  ก.ย.ท.  ได้เข้าไปแข่งขันราคากับบริษัทเอกชน  เป็นการถ่วงดุลย์ราคา  ไม่ให้บริษัทเอกชนตั้งราคาได้ตามใจตัวเองอีกต่อไป  และเพื่อความมั่นคงตนขอเสนอให้รัฐบาลเข้าไปถือหุ้นด้วย  เพื่อรัฐบาลจะได้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้สะดวกขึ้นอีกทางหนึ่ง ส่วน 4  มาตรการที่รัฐบาลเสนอมาก็ถือว่ามีประโยชน์ต่อเกษตรกรและพ่อค้า  แต่ทั้ง 4 มาตรการไม่สามารถทำให้ราคายางพาราดีขึ้นได้แต่อย่างใด

ภาพ/ข่าว ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม สำนักข่าวภูมิภาค ทีนิวส์ จ.ตรัง