- 19 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 19 มิ.ย. 2560 นายอุดม ชำนิพันธ์ อายุ 54 ปี ชาวบ้านโคกยาง ต.ชำนิ อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ นำหลักฐานที่ดินสาธารณะประโยชน์ "หนองกวางงอย" เนื้อที่กว่า 20,000 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตตำบลชำนิ พร้อมนำหลักฐานมาแสดงว่าตนเองได้เคยถูกจำคุกที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นเวลา 2 ปี เมื่อปี 2556-2558 ที่ผ่านมา ฐานบุกรุกที่ดินสาธารณะ ซึ่งเป็นพื้นที่แปลงเดียวกันกับสิ่งปลูกสร้างแบบธุรกิจ ที่ได้ก่อสร้างดำเนินธุรกิจโดยไม่เกรงกลัวว่าจะมีความผิด นายอุดม เล่าว่า ครั้งนั้นตนได้เข้าไปแผ้วถางเขตพื้นที่สาธารณะผืนนี้ประมาณ 2 งาน (200 ตรว.หรือครึ่งไร่) ได้มีผู้นำหมู่บ้านและนายอำเภอชำนิ ครั้งนั้นเข้าแจ้งความเอาผิดฐานบุกรุกที่สาธารณะ ซึ่งตนได้ต่อสู้คดี โดยอ้างว่าพื้นที่สาธารณะดังกล่าว มีประชาชนเข้ามาอาศัยอยู่เช่นเดียวกัน แต่ก็แพ้คดี ศาลตัดสินจำคุก 2 ปี หลังจากพ้นโทษออกมาเมื่อปี 2558 ปรากฏว่าที่สาธารณะผืนเดิมที่ตนเคยบุกรุกแล้วติดคุก ถูกผู้นำหมู่บ้าน 2 หมู่บ้านในตำบลชำนิ มาจับจองแผ้วถางแสดงความเป็นเจ้าของโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย และล่าสุดเมื่อ 7 เดือนที่ผ่านมา ได้มีนายทุนมาสร้างแพล้นปูน เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ บนที่ดินผืนเดียวกันที่ตนเคยต้องคดี
จากนั้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ตนได้ทำหนังสือทักท้วงไปที่อำเภอชำนิ อีกว่าให้มีการตรวจสอบผู้ที่บุกรุกที่ดินสาธารณะ โดยเฉพาะแพล้นปูน ซึ่งประกอบกิจการโดยไม่ได้ขออนุญาตจากอุสาหกรรมจังหวัด และคาดว่าจะขออนุญาตไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐานโฉนดที่ดินไปอ้างอิง แต่มีการเปิดกิจการอย่างโจงครึ้ม เดือนมีนาคม ตนได้ยื่นหนังสือร้องเรียนอีกแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบจากอำเภอชำนิ แต่กลับมีการนัดหมายให้ตนเองไปร่วมเจรจากับกลุ่มนายทุนคล้ายจะให้ไปประนีประนอม ณ ที่อำเภอชำนิ แต่ตนเองไม่ไป เพราะตนเองเป็นประชาชนธรรมดาไม่มีอำนาจอนุญาตให้ใครทำอะไรได้ จนล่าสุดเมื่อต้นเดือน พ.ค.ได้ยื่นหนังสือให้อำเภอชำนิมีการตรวจสอบอีกครั้งแต่ยังไม่ได้คำตอบ
ส่วนตัวคิดว่าการกระทำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ มีเงื่อนงำ ไม่โปร่งใส เพราะมีปฏิบัติสองมาตรฐาน และไม่ยอมปกป้องพื้นที่ที่เป็นสาธารณประโยชน์ ต่างจากตนเองที่เข้าไปเพื่อหวังจะทำเป็นที่อยู่อาศัยกลับถูกจำคุก “เหมือนคดีสองตายายเก็บเห็ดแล้วติดคุก กับคดีลูกชายเครื่องดื่มชูกำลังที่มีเงิน ขับชนคนตาย 5 ปีถึงออกหมายจับ”แต่ยังเอาผิดไม่ได้ จึงอยากจะเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาตรวจสอบผู้บุกรุกที่สาธารณะ”หนองกวางงอย”ว่าเข้าข่ายมีความผิดเหมือนกับตนเองหรือไม่ และเมื่อผิดจะถูกดำเนินคดีเหมือนกับตนเองหรือไม่ โดยเฉพาะแพล้นปูนที่มาบุกรุกสร้างเป็นธุรกิจ จะเข้าข่ายกระทำผิดสำเร็จแล้วหรือไม่ เพราะไม่อยากจะให้การปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานราชการจะเป็นสองมาตรฐาน และเป็นแบบอย่างที่สังคมจะต้องออกมาวิจารณ์กันอีก ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ล่าสุดเทศบาลตำบลชำนิ และอำเภอชำนิ ได้มีหนังสือถึงผู้ประกอบการแพร้นปูน ให้มาชี้แจงว่าทำถูกต้องหรือไม่แล้ว แต่ยังไม่มีผลของการชี้แจงและดำเนินการใดๆจนถึงขณะนี้
ภาพ/ข่าว ธีรยุทธ ชำนาญกอง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.บุรีรัมย์
