- 19 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีการขุดพบศพ "สามเณรปลื้ม" หรือ “สามเณรทอง” อายุ 17 ปี ถูกฆ่าโบกปูนฝังใต้ฐานพระพุทธรูปภายในวัดวังตะวันตก ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช หลังถูกทาง "พระเด่น" ซึ่งเป็นพระลูกวัดเดียวกัน ร่วมกับพวกลงมือฆ่า โดยอ้างว่าแค้นที่ถูกสามเณรผู้ตายเข้ามาขโมยทรัพย์สินของภรรยาพระเด่นสมัยที่ยังเป็นฆราวาส กระทั่งต่อมา ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหา 3 คน ประกอบด้วย นายเด่นชัย ภูมินิยม หรือพระเด่น อายุ 36 ปี นายสุริยา (ขอสงวนนามสกุล) หรือ "สามเณรสุริยา" อายุ 18 ปี และ น.ส.ปิยฉัตร อรุณสกุล หรือบิว อายุ 40 ปี ภรรยาของนายเด่นชัย ต่อมาชุดสืบสวนจับกุมนายนที หรือ เบ็นซ์ ศรีดอน อายุ 24 ปี เป็นรายที่ 4 เหลืออีกคนชื่อนายคิงส์ เป็นเยาชนอายุ 17 ปี ยังหลบหนี โดยศพของ”สามเณรปลื้ม”ได้ทำพิธีฌาปนกิจโดยเมรุลอยกลางวัดวังไทร ต.กำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา และมีเป้าหมายที่จะก่อสร่างอนุสาวรีย์ “สามเณรทองวัดวังไทร” ไว้ในวัดวังไทร เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานและอุทาหรณ์เตือนสติพระภิกษุ-สามเณรและคนในสังคม ตามที่เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น
วันที่ 19 มิ.ย.2560 ผู้สื่อข่าวรายงานจากปัญหาการปล่อยปละละเลยให้มาเฟียเข้าฮุบผลประโยชน์ภายในวัดวังตะวันตก จนนำมาสู่การทำร้ายร่างกายพระภิกษุและกลุ่มมาเฟียนำโดย น.ส.ปิยฉัตร หรือบิว อรุณสกุล และนายเด่นชัย หรืออดีตพระเด่นชัย ภูมินิยม ได้ก่อคดีสะเทือนขวัญสั่นสะเอนวงการพระพุทธศาสนาโดยการฆ่า “สามเณรปลื้ม”ฝังศพกลางวัดวังตะวันตก และนำมาสู่การเรียกร้องให้วัดทั่วประเทศ พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผบ.มทบ.41 ค่ายวชิราวุธ กองทัพภาคที่ 4 ได้มีหนังสือด่วนถึงเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราชทั้งฝ่ายธรรมยติ และมหานิกาย เพื่อขอนิมนต์/เรียนเชิญคณะสงฆ์ทั้ง 2 นิกาย ตั้งแต่เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล และเจ้าอาวาสวัดทุกวัด ไวยาวัจกรของทุกวัด ในเขต อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ไปร่วมประชุมหามาตรการในการจัดระเบียบวัดในเขต อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ที่สโมสรรื่นฤดี ค่ายวชิราวุธ ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เวลสาตั้งแต่ 13.30 น.เป็นต้นไป โดยคาดว่าจะมีคณะสงฆ์ทั้ง 2 นิกายและไวยาวัจกรเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 200/รูป/คน
ทั้งนี้ในช่วงก่อนหน้านี้วัดวังตะวันตกก่อนที่การฆ่าฝังศพสามเณรปลื้มจะถูกเปิดเผยนั้น น.ส.ปิยฉัตรหรือบิว และนายเด่นชัย หรืออดีตพระเด่นชัย ได้สร้างภาระหนี้ไว้กับวัดจำนวนมาก แม้แต่ค่าน้ำประปาเดือนละพันบาทเศษก็ค้างไว้นานถึง 5 เดือนเป็นเงินกว่า 6,000 บาท จนทางการประปาเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช ต้องตัดน้ำและยกหม้อมิเตอร์ออกไป จนทางนายนิเวศน์ มัชฌเศรษฐ์ เป็นไวยาวัจกรคนใหม่ พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการวัดชุดใหม่ ต้องหาเงินไปจ่ายค่าน้ำประปาที่ค้างจนหมด เจ้าหน้าที่จึงนำมามิเตอร์มาติดตั้งให้ใหม่พร้อมจ่ายน้ำให้กับทางวัดเป็นปกติ นอกจากนี้ยังค้างค่าไฟฟ้าหลายเดือนรวมกว่า 60,000 บาท รวมทั้ง การเรียกเก็บภาษีโรงเรือน จากผู้เช่าอาคาร 84 ราย น.ส.ปิยฉัตร หรือบิว และนายเด่นชัย หรืออดีตพระเด่นลชัย ได้ เรียกเก็บมาเรียบร้อยแล้วก็ยังไม่จ่ายให้กับ ทางราชการที่เกี่ยวข้องรวมกว่า 400,000 บาท นายนิเวศน์ มัชฌเศรษฐ์ กล่าวอีกว่า ในการดำเนินการพัฒนาแก้ปัญหาวัดวังตะวันตกพบว่าประชาชนรอบวัดได้ให้ความร่วมมือดีมาก เจ้าอาวาสรูปใหม่สามาร สร้างความมั่นใจและเรียกแรงศรัทธากลับมาอย่างรวดเร็ว อีกไม่นานวัดเก่าแก่แห่งนี้จะกลับมาเป็นที่พึ่งทางใจ และศูนย์รวมความศรัทธาอีกครั้ง และจะร่วมกันอนุรักษ์ ถาวรวัตถุเก่าแก่ภายในวัด เช่น กุฏิกลิ่นสะตอ พระอุโบสถหลังเดิม ซึ่งแม้จะถูกยกเลิกพิธีบรรพชา-อุปสมบท ในอุโบสถเดิมไปแล้วแต่ยังถือว่าเป็นโบราณวัตถุที่ทรงคุณค่า โดยขณะนี้ได้มีนักธุรกิจเป็นแกนนำรวบรวมความศรัทธาและกำลังทรัพย์ เพื่อเร่งบูรณะขึ้นมาใหม่ นอกจากนี้ยังมีเตียงนอนเก่าแก่ที่เจ้าเมืองปัตตานี ที่นำมาให้เจ้าพระยานครในสมัยโบราณ ทางวัดจะต้องสร้างสถานที่จัดเก็บให้เหมาะสมเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมและศึกษาเรียนรู้ได้อย่างสะดวก “สำหรับความคืบหน้าในการรวบรวมข้อมูลหลักฐาน ตรวจสอบทรัพย์สินและดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่ยักยอกทรัพย์ของวัดวังตะวันตกนั้น ได้มีการแต่งตั้งทนายความพร้อมกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อดำเนินการในเรื่องนี้แล้ว และจะมีการตรวจสอบอย่างละเอียด และสอดรับกับพยานหลักฐานของตำรวจมีการเก็บรวบรวมจาก น.ส.ปิยฉัตร หรือบิว และนายเด่นชัย หรืออดีตพระเด่นชัย ผู้ต้องหาฆ่าฝังศพปิดบังซ่อนเร้นสามเณรปลื้ม ก่อนสรุปและเข้าแจ้งความดำเนินคดีอย่างเป็นทางการต่อไป.
ภาพ/ข่าว นวรัตน์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
