- 20 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 20 มิ.ย. 2560 จากกรณีที่นายอุดม ชำนิพันธ์ อายุ 54 ปี ชาวบ้านโคกยาง ต.ชำนิ อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ นำหลักฐานที่ดินสาธารณะประโยชน์”หนองกวางงอย”เนื้อที่กว่า 20,000 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตตำบลชำนิ พร้อมนำหลักฐานมาแสดงว่าตนเองได้เคยถูกจำคุกที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นเวลา 2 ปี เมื่อปี 2556-2558 ที่ผ่านมา ฐานบุกรุกที่ดินสาธารณะ ซึ่งเป็นพื้นที่แปลงเดียวกันกับสิ่งปลูกสร้างแบบธุรกิจ ที่ได้ก่อสร้างดำเนินธุรกิจโดยไม่เกรงกลัวว่าจะมีความผิด พร้อมเล่าถึงคดีของตนที่เข้าไปแผ้วถางเขตพื้นที่สาธารณะผืนนี้ประมาณ 2 งาน (200 ตรว.หรือครึ่งไร่) ได้มีผู้นำหมู่บ้านและนายอำเภอชำนิ ครั้งนั้นเข้าแจ้งความเอาผิดฐานบุกรุกที่สาธารณะ ซึ่งตนได้ต่อสู้คดี โดยอ้างว่าพื้นที่สาธารณะดังกล่าว มีประชาชนเข้ามาอาศัยอยู่เช่นเดียวกัน แต่ก็แพ้คดี ศาลตัดสินจำคุก 2 ปี และหลังจากพ้นโทษออกมาเมื่อปี 2558 ปรากฏว่าที่สาธารณะผืนเดิมที่ตนเคยบุกรุกแล้วติดคุก ถูกผู้นำหมู่บ้าน 2 หมู่บ้านในตำบลชำนิ มาจับจองแผ้วถางแสดงความเป็นเจ้าของโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย และล่าสุดเมื่อ 7 เดือนที่ผ่านมา ได้มีนายทุนมาสร้างแพล้นปูน เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ บนที่ดินผืนเดียวกันที่ตนเคยต้องคดี โดยนายอุดมได้ ทำหนังสือร้องเรียนไปยังอำเภอหลายครั้งแล้วนั้น
ล่าสุดนายสิทธิพร ณนคร นายอำเภอชำนิ ได้ชี้แจงผ่านสื่อว่า ตอนนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่นำประกาศไปติดสถานที่ก่อสร้างแพล้นปูน(ปูนผสมเสร็จ) พร้อมแจ้งให้เจ้าของทราบว่า ให้ย้ายออกจากพื้นที่ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันนี้ หากยังไม่รื้อย้าย ทางอำเภอก็จะมีมาตรการตามขั้นตอนต่อไป นายอำเภอชำนิ กล่าวด้วยว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นที่ดินสาธารณะกว่า 2,000 ไร่ เป็นที่ดินอยู่บริเวณคาดเกี่ยว 3 อำเภอ คืออำเภอลำปลายมาศ ,นางรอง และอำเภอชำนิ ซึ่งส่วนหนึ่งจะอยู่ในเขตเทศบาลและติดถนนลาดยาง ทำให้ชาวบ้านลักลอบมาแผ้วถางเป็นที่อยู่อาศัย
เบื้องต้นคาดว่าจะมีประชาชนเข้ามาสร้างสิ่งปลูกสร้างเป็นที่อยู่อาศัยมากกว่า 50 หลังคาเรือนเฉพาะอำเภอชำนิ โดยทางอำเภอจะทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งว่าเข้ามาอยู่ก่อนมีการประกาศเป็นที่สาธารณะหรือไม่ นอกจากนี้ยังจะให้ป่าไม้จังหวัดบุรีรัมย์ เข้าไปวัดแนวเขตให้ชัดเจน หากมีใครเข้าไปบุกรุกแผ้วถางในเขตป่า ก็จะให้ย้ายออกจากพื้นที่ ซึ่งจะต้องทำไปตามขั้นตอนเป็นระดับต่อไป ขณะที่นายอุดม ชำนิพันธ์ ได้ออกมาระบุหลังมีเจ้าหน้าที่มาลงพื้นที่ออกคำสั่งชัดเจนว่า ไม่อยากจะกล่าวโทษหน่วยงานราชการว่า หากไม่มีการนำเสนอผ่านสื่อสารมวลชนก็ไม่ออกมาทำงาน แต่ก็ยังดีที่ออกมาทำงานสร้างความเป็นธรรม ในใจลึกๆยังอยากจะถามว่าตนเองแผ้วถางแล้วติดคุก อยากจะรู้ว่าคนเข้าไปบุกรุกสร้างอาคารจะเป็นเหมือนตนเองหรือไม่..นายอุดม กล่าว
ภาพ/ข่าว ธีรยุทธ ชำนาญกอง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.บุรีรัมย์
