ร่วมมือกัน!! โครงการ "สร้างฝายชีวิต" เป็นการสร้างระบบนิเวศเป็นแหล่งผลิตอาหารให้กับสัตว์ป่าและชุมชนใช้ประโยชน์ร่วมกับแบบยั่งยืน (มีคลิป)

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

วันที่ 23 มิถุนายน 60 พ.อ.ภาส วงศ์สารภี ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 36 ว่าที่ ร.ต.ณรงค์ชัย จินดาพันธ์ นายเภอขุนยวม ได้ส่งกำลังผลเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ร่วมกับองค์การบริหารสวนตำบลแม่เงาได้รับความร่วมมือจากนักเรียน นักศึกษาการศึกษานอกระบบ พระสงฆ์ตลอดจนประชาชนในชุมชนอำเภอขุนยวมจำนวนกว่า 100 คน ได้จัดสร้างฝายมีชีวิต ณ บ้านประตูเมือง ต.แม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งการสร้างฝายมีชีวิตนั้น สนองตามนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนในพื้นที่ ให้การสนับสนุนเช่นถุงกระสอบทราย น้ำอาหารเครื่องดื่มจำนวนมากผู้บังคับกรมทหารพรานที่ 36 เปิดเผยว่า โครงการสร้างฝายชีวิต ซึ่งเป็นโครงการ ตามนโยบายของรัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กองทัพบกและกองทัพภาค.3 ได้สนองนโยบายดังกล่าว ฐานะหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ จึงได้ร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น หน่วยงานป่าไม้ ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมกันกำหนดพื้นที่สำหรับเหมาะแก่การสร้างฝายฯให้เกิดเป็นรูปธรรมมีประโยชน์ต่อชุมชนนั้นโดยตรง

ร่วมมือกัน!! โครงการ "สร้างฝายชีวิต" เป็นการสร้างระบบนิเวศเป็นแหล่งผลิตอาหารให้กับสัตว์ป่าและชุมชนใช้ประโยชน์ร่วมกับแบบยั่งยืน (มีคลิป)

สำหรับ กรมทหารพรานที่ 36 ซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่ 4 อำเภออาทิ อ.สบเมย อ.แม่สะเรียง อ.แม่ลาน้อย และอำเภอขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน จึงได้ส่งกำลังผลเข้าไปสร้างฝายมีชีวิตทุกพื้นที่ตามแผนที่กำหนดไว้ทุกตำบลทุกอำเภอ ที่ผ่านมากรมทหารพรานที่ 36 ได้ร่วมมือกับชุมชนจัดสร้างฝายเพื่อชีวิตไม่ต่ำกว่า 300 ฝายแล้วและกำลังเดินหน้าที่จะสร้างฝายมีชีวิตให้ได้ปริมาณมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ร่วมมือกัน!! โครงการ "สร้างฝายชีวิต" เป็นการสร้างระบบนิเวศเป็นแหล่งผลิตอาหารให้กับสัตว์ป่าและชุมชนใช้ประโยชน์ร่วมกับแบบยั่งยืน (มีคลิป)

สำหรับฝายมีชีวิตเป็นกระบวนการบรรเทาปัญหาน้ำท่วม น้ำหลาก ปัญหาน้ำแล้ง ปัญหาน้ำใต้ดิน ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ปัญหาเศรษฐกิจ ชุมชน มีน้ำ มีปลา มีสัตว์ และพืชผักธรรมชาติ ให้ชุมชนได้ใช้สอย ทำให้เศรษฐกิจ ปัญหาสังคมการเมืองที่ขาดจิตสำนึกสาธารณะ(พลเมือง) โดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านผสมผสานกับแนวคิด การจัดการตนเองของชุมชน  ฝายมีชีวิตเป็นกระบวนการให้ชุมชนลุกขึ้นมาเรียนรู้ข้อมูลน้ำของชุมชน โดยชุมชน จนชุมชน สามารถจัดการน้ำของเขาได้เอง และสามารถกำหนดทิศทางของเขาเองได้ อีกทั้งมีแผนการจัดการอย่างเป็นระบบที่ยั่นยืนกันต่อไป

ภาพ/ข่าว ฟงหวิน ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.เชียงใหม่