- 24 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 24มิ.ย.2560 ที่ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ วัดราชบุรณะ(พระอารามหลวง) อ.หลังสวน จ.ชุมพร ชุมพร 1.พระราชวิจิตรปฏิภาณ เจ้าคณะจังหวัดชุมพร 2.พระอธิการทวี ธมฺมทินฺโน เจ้าอาวาสวัดเล็บกระรอก 3.พระปลัดประมวล ฐิตธมฺโม เจ้าอาวาสวัดดอนสะท้อน 4.พระปลัดประมวล ฐิตธมฺโม เจ้าอาวาสวัดดอนสะท้อน 4.พ.ต.อ.วรายุทธ สุขวัฒน์ รองผู้บังคับการ ป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(รอง ผบก.ปปป.) 5.พ.ต.อ.อาภากร โกมลสุทธิ ผู้กับการ 5 กองบังคับการ ป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(ผกก.5 บก.ปปป.) 6.พ.ต.อ.คำสิงห์ ศรียาภัย ผกก.สภ.สวี จ.ชุมพร 7.พ.ต.อ.นิรันดร์ กันจู ผกก.สภ.หลังสวน จ.ชุมพร 8.นายมิตร สุวรรณรัตน์ ผอ.สำนักตรวจสอบพิเศษภาค 15 สตง. และ 9.นายพิมลศักดิ์ หมายดี ผอ.สำนักตรวจเงินแผ่นดิน จ.สงขลา สตง. ได้ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับ การโกงเงินวัด (ทอนเงินคืน) ในเขต จ.ชุมพร
พระราชวิจิตรปฎิภาณ เจ้าคณะจังหวัดชุมพร กล่าวว่า วัดราชบุรณะ ได้รับเงินอุดหนุนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 1.สร้างอาคาร ซึ่งพอได้รับเงินอุดหนุนมาก็ได้รับแจ้งว่าให้โอนกลับที่ สำนักพุทธฯ เป็นผู้ดำเนินการ 2.สร้างอาคารหอประชุม มูลค่า 15.7 ล้านบาท โครงการนี้ พอได้รับโอนมา ก็ได้รับแจ้งอีกว่าให้โอนกลับไปที่ บริษัทผู้รับเหมา 3.เงินอุดหนุน ค่าตอบแทนครูผู้สอนสามเณร เดือน 120,000 บาท ส่วนนี้ จ่ายตรงไปที่ ครูผู้สอนโดยตรง
“ ขอเจริญพรขอบใจ ที่ ตำรวจ ปปป. สตง.และสื่อมวลชน ที่มาร่วมตรวจสอบกรณีที่เป็นข่าวอยู่ วัดและพระเองก็จะได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ ญาติโยมที่ติดตามอยู่ก็จะได้สบายใจ โดยคณะสงฆ์พร้อมที่จะให้ข้อมูล ให้ความร่วมมือกับทุกๆฝ่ายที่เข้ามาตรวจสอบเพราะจะได้เป็นการยืนยันความบริสุทธิ์ของพระและวัดด้วยเช่นกัน ซึ่งพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นลักษณะ โอนมาพอมีเจ้าหน้าที่แจ้งให้โอนกลับเราก็โอนกลับ โดยไม่มีเงินผ่านมือ จะมากล่าวหาว่ารับเงินทอนได้อย่างไร แต่ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี ที่ต่อไปจะได้กำชับทุกวัดให้เน้นเรื่องเอกสารการเงินมากขึ้น โดยยึดให้เป็นไปตามระเบียบราชการเป็นหลัก หากวัดใดไม่พร้อมก็ขอความร่วมมือจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาช่วย และเห็นด้วยกับ ผอ.สำนักพุทธฯ (พันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์) ที่จะมีระเบียบการใช้เงินอุดหนุนขึ้นมา ” เจ้าคณะจังหวัดกล่าว
พ.ต.อ.วรายุทธ สุขวัฒน์ รอง ผบก.ปปป. กล่าวว่า ได้รับนโยบายจาก ผู้บัญชาการสอบสวนกลางและผู้บังคับการ ปปป.ให้เน้นติดตามจับกุมผู้ต้องหาตัวจริง พร้อมติดตามยึดทรัพย์สินคืนแผ่นดิน ซึ่งคดีจากข้อมูลพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ทราบว่า ผู้กระทำผิดได้อาศัยเมตตาธรรมของพระภิกษุสงฆ์ เป็นช่องทางในการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง โดยพระและวัด ไม่มีส่วนรู้เห็น ได้ตกเป็นเหยื่อ ในที่สุด
“ ตำรวจ ปปป.ได้ทำการตรวจสอบพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ของกลุ่มข้าราชการ ในสำนักพุทธฯ พบว่า มีข้าราชการระดับสูงและระดับอื่นๆ จำนวนหนึ่ง รวม ถึงอดีต ผอ.สำนักพุทธฯ (นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์)ที่เกษียณอายุราชการไปแล้วและมีผู้บริหารที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่ได้ร่วมกันเบียดบังทรัพย์สินของทางราชการไปเป็นของตนหรือของผู้อื่นโดยทุจริต ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จนเกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติในวงกว้าง รวมทั้ง มีกลุ่มบุคคลใกล้ชิดซึ่งไม่ใช่ข้าราชการร่วมกันสนับสนุนการกระทำผิด โดยอาศัยความเมตตาธรรมของบรรดาพระภิกษุสงฆ์ ทำให้พระและวัดตกเป็นเหยื่อ โดยไม่มีส่วนรู้เห็นแต่อย่างใด ” รอง ผบก.ปปป.
นายมิตร สุวรรณรัตน์ ผอ.สำนักตรวจสอบพิเศษภาค 15 สตง. กล่าวว่า จากตรวจสอบการใช้เงิน ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบทุกหน่วยโดยตลอดอยู่แล้ว กรณีเงินอุดหนุนวัดก็เช่นกัน ซึ่งในกรณีนี้ได้ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว ก็พบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขความเสียได้
สำหรับประชาชนทั่วไป ที่พบเบาะแส สามารถ “ร่วมด้วย ช่วยกัน ทำบุญ” แจ้งเบาะแสการทุจริต “โกงเงินวัด” โทร. 02 142 2637 ตำรวจ ปปป. หรือที่ พ.ต.อ.วรายุทธ หน.พนักงานสอบสวน โทร.09 6879 8228 หรือ พ.ต.อ.พฤทธิพงศ์ พนักงานสอบสวน โทร. 08 1844 3322 ได้ตลอด 24 ชม.
พงศกร นวนละมัย / ทีมข่าวทีนิวส์ชุมพร (มีคลิบข่าว)
