- 24 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่บ้านเลขที่ 431 หมู่ 9 บ้านทุ่งหลวง ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย พ.ต.อ.กิตติพงษ์ สุขวัฒนพันธ์ ผกก.สภ.เมืองเชียงราย พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบกว่า 100 นาย นำตัวนายกฤษณะชัย จันทราศรี อายุ 51 ปี บ้านเลขที่ 1/27 ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย อดีตเภสัชกรโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.เชียงราย และ น.ส.ยุพิน ปานลอยวงค์ อายุ 28 ปี ชาว ต.ทุ่งกระบำ อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี 2 ผู้ต้องหาร่วมกันก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทง นายจำลอง บุญทาทอง และ นางบัว บุญทาทอง ซึ่งเป็นพ่อและแม่ของนางสาวรัชฎาพร อดีตภรรยานายกฤษณะขัย จนเสียชีวิตเหตุเกิดเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 26 ม.ค. 2548
โดยเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวได้และนำตัว เดินทางมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางญาติของผู้เสียชีวิตและชาวบ้านที่พากันมารอดูโฉมหน้าฆาตรกรกันอย่างเนื่องแน่นประมาณ 200 คน โดยกลุ่มชาวบ้านได้นำกระดาษมาเขียนเป็นป้ายข้อความต่างๆอาทิเช่น รับโทษประหาร คัดค้านการประกันตัว ให้ตายตกไปตามกัน 13 ปีที่รอคอยอย่างทรมาณ 13 ปีที่อยู่อย่างหวาดกลัว 2ชีวิตแลก1ชีวิต ฯลฯมาติดตามแนวรั้วบ้านที่เกิดเหตุและบางส่วนนำมาชูระหว่างที่ตำรวจนำผู้ต้องหาเดินผ่านพร้อมกับพากันตะโกนด้วยความโกรธแค้นพร้อมกับด่าทอว่าฆ่าคนดีทำไม คนตายเป็นคนดีทำไมต้องฆ่าเขา ขอให้ตายตกไปตามกันฯลฯ ทางเจ้าหน้าที่ต้องใช้กำลังกั้นแนวเพื่อป้องกันการรุมประชาฑัณฑ์
หลังจากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปทำแผนที่บ้านหลังที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกใต้ถุนสูง โดยจุดแรกเป็นจุดที่นายกฤษณะชัย นำจักรยานยนต์มาซุ่มจอดข้างรั้วบ้านหลังที่อยู่ติดกับหลังที่ผู้ตายพักอาศัยอยู่หลังจากนั้นจึงเดินเข้าประตูรั้วบ้านเข้ามาและนำชะแลงมางัดประตูหลังบ้านลักลอบขึ้นไปบนบ้านตรงไปที่ห้องนอนของผู้ตาย ส่วน น.ส.ยุพิน ให้การว่าตนเองนั่งรออยู่ด้านล่างของบ้านไม่ได้ตามขึ้นไปบนบ้าน
ก่อนจะนำตัวไปทำแผนบนบ้านซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุโดยนายกฤษณะชัย ผู้ต้องหาอ้างว่าเข้ามาเพื่อตามหาภรรยาของตนเองที่คิดว่าพ่อตาและแม่ยายแอบเอามาซ่อนตัวไว้ แต่ไม่พบขณะเดียวกันห้องนอนของคนตายได้เปิดออกมาโดยมีคนตายทั้งสองยืนอยู่ตรงประตูผู้ต้องหาจึงถามว่ามาพรากเมียผมไปทำไม ก่อนจะถูกผลักอกผู้ต้องหาจนเซถอยหลังออกมา ผู้ต้องหาจึงชักมีดออกมาแทงสวนไปและหลังจากนั้นก็อ้างต่อว่าในขณะเกิดเหตุไม่รู้สึกตัวหน้ามืดไปหมดจนรู้สึกตัวอีกทีก็เห็นทั้งสองคนนอนจมกองเลือดตายเสียแล้ว จึงรีบหนีออกมาโดยกลับออกทางเดิมและพา น.ส.ยุพิน ซ้อนท้ายจักรยานยนต์หนีออกมาจากจุดเกิดเหตุ และหลบหนีต่อไปโดยเดินทางเข้า กทม. จนเวลาผ่านมา13 ปีจนมาถูกจับกุมดังกล่าว
โดยก่อนการเดินทางกลับทางเจ้าหน้าที่ได้จัดให้ผู้ต้องหาทั้ง2คน มาไหว้ขอขมานางมอย บุญทาทอง อายุ 83 ปี แม่และพี่สาวทั้ง2คนของนายนายจำลองผู้ตายที่มานั่งรอดูหน้าฆาตรกร โดยผู้ต้องหาได้กราบแม่ของผู้ตายแล้วได้พูดขออโหสิกรรมและขอชดใช้กรรมตามความผิดทางกฎหมาย ซึ่งแม่ของคนตายได้ย้อนถามว่าฆ่าลูกของตนเองทำไม ทางผู้ต้องหาได้ตอบว่าไม่ได้ตั้งใจ และ น.ส.ยุพิน ได้ไหว้ขอขมาแม่ผู้ตายอีกคนหนึ่ง หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองหลังจากคนฝ่ากลุ่มชาวบ้านที่ร้องตะโกนด่าและพยายามเข้ามารุมประชาฑัณฑ์สองผู้ต้องหาด้วยความโกรธแค้น แต่กำลังเจ้าหน้าที่ที่มีการวางแผนมาอย่างดีได้รีบกันตัวขึ้นรถยนต์ตู้ตราโล่เดินทางออกจากจุดเกิดเหตุกลับไปที่ สภ.เมืองเชียงรายทันที
ซึ่งนางมอย กล่าวว่าตนมีลูก 10 คนโดยนายจำลองเป็นคนที่ 3 โดยเขาถือว่าเป็นคนดีคนหนึ่งและประกอบอาชีพขับเรือหางยาวรับนักท่องเที่ยวในแม่น้ำกกเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวจึงเป็นที่รักชอบพอของชาวบ้านย่านนั้น กระทั่งเขามาเสียชีวิตตนก็เสียใจมากและนับตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่เอารูปของนายจำลองไปติดเอาไว้ที่บ้านของตนเลยเพราะเห็นทีไรจะทำให้คิดถึงเขา และเมื่อออกไปตามสถานที่ต่างๆ แล้วเห็นคนขับเรือหรือได้ยินเสียงเรือก็มักจะร้องไห้ออกมาเป็นประจำ ดังนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่จับกุมตัวคนก่อเหตุได้ก็ดีใจและจะได้นอนหลับได้เสียทีรวมถึงญาติพี่น้องคนอื่นๆ ก็จะได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขสืบไป
ด้านนางเหลี่ยม บุญทาทอง อายุ 58 ปีพี่สาวของนายจำลอง กล่าวว่านายจำลองและครอบครัวของเขาเป็นคนดีจึงทำให้ชาวบ้านพากันออกมากันมากดังกล่าว และเมื่อจับคนก่อเหตุได้พวกตนก็ดีใจจึงอยากให้เขาได้รับกรรมตามที่ตนเองได้ก่อเอาไว้โดยหวังว่าเจ้าหน้าที่จะไม่ให้มีการประกันตัว อย่างไรก็ตามในการทำแผนครั้งนี้ตนยังคงติดใจเพราะกรณีของ น.ส.ยุพิน นั้นกลับปฏิเสธว่าไม่ได้ขึ้นไปบนบ้านเพื่อก่อเหตุร่วมกับนายกฤษณะชัย ทั้งๆ ที่วันเกิดเหตุมีคนเห็นว่าขึ้นไปและยังจับแขนของนางบัวเอาไว้ด้วยจึงอยากให้มีการสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้ให้กระจ่าง กระนั้นก็ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถคลี่คลายจนจับกุมผู้ต้องมาดำเนินคดีได้ในที่สุดด้วย
ข่าว/ภาพ เหรียญชัย จันทร์สุภาเสน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.เชียงราย
