- 24 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 24 มิ.ย. 2560 นางอรกัลยา พุ่มพึ่ง หัวหน้าสำนักงานและผู้ประสานงานเครือข่ายผู้หญิงเพื่อสุขภาพประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี ซึ่งตั้งอยู่ที่ซอยสุขี2/5 ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี พร้อมด้วยตัวแทนเครื่อข่ายผู้หญิงเพื่อสุขภาพประเทศไทย จังหวัดลพบุรี และจังหวัดพระนครศรอยุธยา ได้ร่วมกันขอแสดงจุดยืนว่าเครือข่ายผู้หญิงไม่เคยได้รับการว่าจ้างจากใครและการทำงานในชุมชนก็เกี่ยวกับงานด้านสุขภาพทุกประเด็น ซึ่งเครือข่ายผู้หญิงก็คืออีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นสมาชิก คนรักหลักประกันสุขภาพและในส่วนที่เป็นเครือข่ายของ สปสช.ก็คือเป็นหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียน อื่นๆที่เป็นอิสระจากผู้ถูกร้องเรียนตามมาตรา 50 (5) ซึ่งถูกต้องตามกฎหมาย เป็นงานที่จะต้องให้ความรู้เรื่องสิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพ (บัตรทอง)เรื่องความเข้าใจในมาตรา 41 และมีพื้นที่เป็นอีกช่องทางหนึ่งให้ชุมชนได้มีที่ปรึกษา ร้องเรียน สำหรับชุมชนที่ได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาล โดยไม่ชี้ถูกผิด ประสานไกล่เกลี่ย สร้างความเข้าใจให้กับชุมชนเพื่อป้องกันการฟ้องหมอหรือโรงพยาบาล
นางอ่อนกัลยา พุ่มพึ่ง กล่าวว่า เครือข่ายผู้หญิงเพื่อสุขภาพประเทศไทย ขึ้นทะเบียนเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ไม่แสวงกำไร ขึ้นกับกระทรวงพัฒนาสังคมเพื่อความมั่นคงของมนุษย์ ดังนั้นจึงเป็นNGO ตามองค์กรสาธารณประโยชน์ พวกเราจึงไม่ใช่ NGO ผู้สูญเสีย การที่พวกเราออกมาเคลื่อนไหวการแก้ไข พ.ร.บ.(บัตรทอง) ก็เพื่อตอนนี้นอกจากเราจะมาแถลงจุดยืน ในเครือข่ายของเรา เป็นเครือข่ายคนพิการ ซึ่งเป็น 2 ในเครือข่าย 9 ด้าน เราก็ต้องออกมาเคลื่อนไหว เพื่อให้ประชาชนลงชื่อช่วยกัน สนับสนุน บางทีชาวบ้านก็ไม่เข้าใจ เราอยู่กันแค่นี้จะพูดให้ชาวบ้านเข้าใจ ครบทั้ง ทั้ง 50 ล้านคน ก็คงเป็นเรื่องยากลำบาก ทุกวันนี้เพื่อนแต่ละภาคก็พยายามเคลื่อนไหว ให้ประชาชนเข้าใจ การแก้พ.ร.บ. ฉบับนี้ เนื่องจากมีบางข้อที่แก้แล้วแย่กว่าเดิมเราก็ต้องคัดค้านหลายๆคน อาจจะพูดว่า พ.ร.บ. ถ้าใช้ 10 ขึ้นไปมันก็ต้องเอามาปรับดู ถ้าอันไหนแย่เราเห็นด้วย รัฐก็แก้ไปเลย
แต่ถ้าเราไม่เห็นด้วยก็ต้องฟังเสียงภาคประชาชนบ้าง บัตรทองตอนนี้ในประเทศไทยมีคนใช้อยู่ประมาณ 50 ล้านคน แต่สิ่งที่ รัฐบาลถามยังไม่ถึง 2,000 คน ทำให้พวกเราคิดว่ามันไม่ถูกต้อง ซึ่งเครือข่ายผู้หญิงมีทั้งปทุมธานีลพบุรีพระนครศรีอยุธยาสระบุรี สิงห์บุรีเชียงใหม่ มหาสารคามกำลังจะเปิดเร็วๆนี้ เราเป็นเครือข่ายผู้หญิงเพื่อสุขภาพประเทศไทย ไม่ใช่แค่ตั้งขึ้นมา เราเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ ซึ่งปัญหาตอนนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขอยากจะแยกเงินเดือน ออกจากค่าเหมาจ่ายรายหัว ของบัตรทองซึ่งบัตรทอง คนที่ถูกเหมาจ่ายรายหัว 3,100บาท ซึ่ง มันจะมีเงินเดือนของหมอและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลอยู่ในนั้น เขาพยายามจะแยกออกเพื่อจะนำไปบริหารจัดการเอง สิ่งที่มันเกิดขึ้นพอเน้นเรื่องการจัดซื้อยาเอง คือปัจจุบันนี้ สปสช.จะเป็นผู้จัดซื้อยาเองทาง สธ.ก็ยากจะเอาไปซื้อเอง ปัญหาที่เกิดขึ้นก็เรื่องเงิน ก็ควรให้ สปสช.กับ สธ.จับมือกัน ไปคุยกับรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งเครือข่ายผู้หญิงเพื่อสุขภาพประเทศไทยก็จะเดินหน้าล่ารายชื่อคัดค้านการแก้ไขพ.ร.บ.(บัตรทอง)บางข้อที่ภาคประชาชนเสียเปรียบต่อไป.
ภาพ/ข่าว : ธัชนนท์ พิริยะกุลชัย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ปทุมธานี
