- 27 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 11.00 นวันที่ 27 มิ.ย. 2560 ที่ห้องประชุมวัดพนัญเชิงวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา ดร.สมศักดิ์ โตรักษา ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของวัดพนัญเชิงวรวิหาร และ นายวัชรินทร์ อธิพรชัย ผู้ช่วยที่ปรึกาฝ่ายกฎหมาย ออกมาแถลงข่าวเกี่ยวกับกรณีการรับเงินอุดหนุนการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดพนัญเชิงวรวิหารและการพัฒนาวัดประจำปีพ. ศ. 2555 ถึงพ.ศ 2559 จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในการนี้ให้เป็นไปตามกฎหมายฝ่ายบ้านเมือง เส้นทางวัดพนัญเชิงวรวิหารได้ก่อสร้างก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา เป็นระยะเวลายี่สิบหกปีอาจนับถึงปัจจุบันมีอายุเกือบ 700 ปีโดยมีพระธรรมรัตนมงคล(แวว กตสาโร ) เป็นเจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงวรวิหารเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2547 มาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 13 พรรษา และสืบเนื่องจากทางวัดได้ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์ศาสนสถานที่มีอยู่เดิมและก่อสร้างกุฏิตลอดจนสิ่งปลูกสร้างภายในวัดเรื่อยมา โดยนำเงินที่ประชาชนทำบุญและเงินอุดหนุนจากทางราชการมาดำเนินการดังกล่าวในการดำเนินการมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอาทิเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเจ้าหน้าที่จากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองตลอดจนคณะกรรมการของวัดได้ร่วมกันตรวจสอบรายรับรายจ่ายของวัดตลอดมา และเมื่อประมาณปีพ.ศ 2555 วัดได้ก่อสร้างกุฏิทรงไทยจำนวน 9 หลังและในปี 2556
วัดได้ก่อสร้างทางเดินรอบวิหารหลวงพ่อโตโดยนำรายได้จากการทำบุญและเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธามาดำเนินการต่อมาเมื่อปลายปี 2556 นางสาวประนอม คงพิกุล ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองพุทธศาสนสถานสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในขณะนั้นซึ่งรู้จักกับพระธรรมรัตนมงคล เจ้าอาวาส เนื่องจากมีการติดต่อกันอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับกิจการของศาสนาโดยนางสาวประนอมได้โทรศัพท์หาพระธรรมรัตนมงคล เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ เจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงวรวิหาร โดยแจ้งว่าทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะให้เงินอุดหนุนทางวัดจำนวน 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินอุดหนุนวัดในงบประมาณปี 2557 เพื่อให้วัดดำเนินการบูรณะปฏิสังขรณ์ภายในวัดโดยนางสาวประนอมแจ้งว่าเงินดังกล่าวให้วัดเพื่อการบูรณะปฏิสังขรณ์จำนวน 2 ล้านบาทส่วนอีก 8 ล้านบาทจะนำไปให้วัดอื่นที่ยากจนทำการบูรณะปฏิสังขรณ์ศาสนสถานภายในวัดและพัฒนาวัด
ส่วนเงิน 2 ล้านบาท ทางเจ้าอาวาสได้นำไปใช้ปรับปรุงก่อสร้างทางเดินบริเวณวิหารหลวงพ่อโตจากนั้นเมื่อประมาณปลายปี 2557 นางสาวประนอมได้ติดต่อมายังพระธรรมรัตนมงคล เจ้าอาวาส อีกครั้งโดยบอกว่าจะให้เงินสนับสนุนวัดอีก 10 ล้านบาทแต่ขอให้ทางวัดมอบเงินสดจำนวน 5 ล้านบาทให้แก่นางสาวประนอมนำไปช่วยวัดอื่นๆที่ยากจนต่อไปส่วนเงิน 5 ล้านบาท ทางเจ้าอาวาสได้นำไปปรับปรุงกุฏิทรงไทย 9 หลัง
เกี่ยวกับเงินอุดหนุนวัดในงบประมาณปีพ.ศ 2557 และปี 2558 นั้นที่นางสาวประนอมจัดมาให้พระธรรมรัตนมงคลได้สอบถามนางสาวประนอมว่าถูกกฎหมายหรือไม่นางสาวประนอมตอบว่าถูกกฎหมายพระธรรมรัตนมงคลเชื่อและดำเนินการตามที่นางสาวประนอมแนะนำมา ประกอบกับเห็นว่านางสาวประนอมเป็นผู้ใหญ่ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับงบประมาณอุดหนุนวัดต่างๆในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)
จากนั้นประมาณต้นปีพ. ศ. 2560 พนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เดินทางมาที่วัดเพื่อขอสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเงินอุดหนุนที่วัดได้รับมาจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติตามที่นางสาวประนอมได้เสนอให้แก่วัดดังกล่าวทางวัดก็ได้ให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนเป็นอย่างดี และเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2560 พระธรรมรัตนมงคล เจ้าอาวาสฯ ได้มอบอำนาจให้พระเมธีวราพรผู้ช่วยเจ้าอาวาสให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวนแทนหลังจากนั้นพนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(ปปป) สํานักงานตํารวจแห่งชาติมีหนังสือแจ้งให้พระธรรมรัตนมงคล เจ้าอาวาสฯ และพระ เมธีวราภรณ์ ไปให้ถ้อยคำเพิ่มเติม จากนั้นวันที่ 20 มีนาคม 2560 พระธรรมรัตนมงคลเจ้าอาวาสและพระเมธีวราภรณ์ไปให้ถ้อยคำเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวนที่สำนักงาน ปปป.
และในวันที่ 19 มิถุนายน 2560 พระธรรมรัตนมงคลเจ้าอาวาสและพระเมธีวราภรณ์ ได้ทำบันทึกถ้อยคำเพิ่มเติมและส่งเอกสารการใช้เงินงบประมาณปี 2557 จำนวนเงิน 2 ล้านบาทและเอกสารการใช้จ่ายเงินงบประมาณปี 2558 จำนวนเงิน 5 ล้านบาทและเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2560 พระธรรมรัตนมงคลเจ้าอาวาสก็ทราบข่าวจากสื่อมวลชนว่านางสาวประนอมได้ถูกพนักงานสอบสวน ป.ป.ป แจ้งข้อกล่าวหากรณีเงินอุดหนุนวัดพนัญเชิงวรวิหารจำนวน 13 ล้านบาทพระธรรมรัตนมงคลเจ้าอาวาสจึงเชื่อว่านางสาวประนอมไม่ได้นำเงินจำนวน 13 ล้านบาทไปดำเนินการช่วยวัดต่างๆตามที่พูดไว้กับพระธรรมรัตนมงคลเจ้าอาวาส การกระทำดังกล่าวของนางสาวประนอมจึงทำให้วัดได้รับความเสียหายทางวัดโดยเจ้าอาวาสจึงได้มอบหมายอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจไปดำเนินการดังนี้
1 แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับนางสาวประนอมต่อพนักงานสอบสวนสถานีตํารวจพระนครศรีอยุธยา
2 ร้องเรียนต่อรองนายกรัฐมนตรี
3 ร้องเรียนต่อรัฐมนตรีประจำสำนักงานนายกรัฐมนตรี
4 ร้องเรียนต่อผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.)
เกี่ยวกับกรณีเงินที่ทางวัดได้แจ้งความไว้เงินจำนวน 13 ล้านบาทดังกล่าวหากทางวัดเรียกคืนมาได้ทางวัดประสงค์ส่งคืนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเพื่อดำเนินการนำไปช่วยวัดที่ยากจนต่อไป
อย่างไรก็ตาม ทางวัดโดยเจ้าอาวาสขอยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนและหน่วยงานราชการทุกหน่วยงานในการให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีเงินอุดหนุนดังกล่าวและเจ้าอาวาสในฐานะส่วนตัวก็ขอยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็นและไม่มีผลประโยชน์ได้เสียกับเงินจำนวน 13 ล้านบาทดังกล่าวจึงขอยืนยันในความบริสุทธิ์เพื่อให้สื่อมวลชนรับทราบทั่วกัน เกี่ยวกับเงินอุดหนุนวัดในปีงบประมาณ 2557 ถึง 2558 ทางวัดพนัญเชิงวรวิหารโดยพระธรรมรัตนมงคลในฐานะเจ้าอาวาสได้มอบหมายให้ดร.สมศักดิ์ โตรักษาในฐานะที่ปรึกษากฎหมาย รายละเอียดปรากฏตามหนังสือแต่งตั้งที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายเป็นผู้มีอำนาจชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวต่อสื่อมวลชนเพื่อป้องกันมิให้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของวัดพนัญเชิงฯ อันเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโตซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวไทยและต่างประเทศตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันวันละลาย 100 คนและเป็นวัดที่มีประวัติอันยาวนานถึง 700 ปีในปัจจุบันเป็นศาสนสถานที่สำคัญของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและในประเทศไทย
ภาพข่าว เกียรติยศ ศรีสกุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวที นิวส์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
