- 27 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่ได้รับการร้องเรียนจากญาติ ๆ ของนายศุภโชค เอกเกียรติกุล อายุ 17 ปี หรือ สามเณรปลื้ม อายุ 17 ปี วัดวังตะวันตก ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ว่าสามเณรปลื้มหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย นานเกือบ 5 เดือนตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. 2560 สงสัยว่าจะถูกอุ้มฆ่าและซ่อนเร้นอำพราง ทำลายศพ จนนำไปสู่การสืบสวนจับกุมคนร้าย 3 คน ประกอบด้วย น.ส.ปิยฉัตร หรือ บิว อรุณสกุล อายุ 40 ปี นายเด่นชัย หรืนยันอ อดีตพระเด่น ภูมินิยม อายุ 36 ปี สามี น.ส.ปิยฉัตร และนายสุริยา กุศลสุข หรือสามเณรสุริยา อายุ 18 ปี ซึ่ง น.ส.ปิยฉัตร หรือ บิว ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และนำมาสู่การจับกุมและนายนที หรือ เบ็นซ์ ศรีดอน อายุ 24 ปี เป็นรายที่ 4 เหลืออีกคนชื่อนายคิงส์ เป็นเยาชนอายุ 17 ปี ยังหลบหนี ส่วนศพพบถูกฆ่าฝังดินกลางวันและทำเป็นสวนหย่อมปิดปังอำพรางเอาไว้ ซึ่งจากการตรวจสอบ และตรวจค้นบ้านนางปิยฉัตร พบสมุดบัญชีธนาคารของวัด เอกสารหลักฐานสำคัญของพระภิกษุทุกรูปในวัดรวมทั้งของวัดอยู่ในบ้านเป็นจำนวนมาก โดยทางการสืบสวนพบว่า น.ส.ปิยฉัตร หรือบิว และนายเด่นชัยหรืออดีตพระเด่นชัย มีการวางแผนเข้าแบล็คเมล์เจ้าอาวาสจนสามารถฮุบอำนาจภายในวัด กอบโกยหาผลประโยชน์จนร่ำรวย มีทรัพย์สิน 30-40 ล้าน ล่าสุดที่ทาง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราชออกมายืนยันว่ากระแสข่าวเรื่องผลตรวจดีเอ็นเอศพที่ขุดพบไม่ตรงกับแม่ของสามเณรปลื้ม ตามที่มีกระแสข่าวลื่อนั้นไม่เป็นความจริง เพราะดีเอ็นเอ สอดคล้องตรงกัน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
วันที่ 27 มิ.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผู้คนจำนวนมากที่ติดตามความคืบหน้าในคดีฆ่าฝังศพ “สามเณรปลื้ม”กลางวัดวังตะวันตก ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ยังคงให้ความสนใจและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางกรณีดีเอ็นเอศพที่พบไม่ตรงกับแม่ของสามเณรปลื้ม แม้ทาง พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช จะออกมายืนยันว่าตรงกันก็ตาม โดยส่วนใหญ่ระบุว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนสงสัยว่าดีเอ็นเอไม่ตรงกันจนเกิดเป็นกระแสเล่าลือกว้างขวาง เพราะตามคำให้การของกลุ่มผู้ต้องหาที่ว่าทุบตีสามเณรปลื้มตายแล้วนำใส่รถกระบะขับไปยังพื้นที่ อ.ลานสกา จนถึงวัดคีรีกัณฑ์ แล้วนำศพกลับมาไว้ที่บ้าน น.ส.ปิยฉัตร หรือบิว 1 วัน ก่อนรอจนมืดค่ำจึงนำศพสามเณรปลื้มไปขุดหลุมฝั่งที่กลางวัดวัวตะวันตก ซึ่งตามปกติหากเป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราชหรือรู้พื้นที่ยากที่จะเชื่อคำให้การของผู้ต้องหา
“ลองคิดดูว่ามีการรุมทำร้ายสามเณรปลื้มจนตายแล้วนำศพขึ้นรถยนต์กระบะขับจากตัวเมืองนครศรีธรรมราชไปถึงวัดคีรีกัณฑ์เลย อ.ลานสกา ไปอีกหลายกิโลเมตร รวมระยะทางประมาณ 35 กม. แล้วบรรทุกศพกลับมาที่บ้าน น.ส.ปิยฉัตร หรือบิวในตัวเมืองอีกครั้งก่อนนำไปฝังกลางวัดวังตะวันตก หากเป็นคนปกติกล้าไหมที่ทำร้ายคนจนตายแล้วบรรทุกศพกลับไปกลับมารวมระยะทางไป-กลับ 60-70 กม. หากเป็นคนที่กระทำผิดถึงขั้นร่วมกันฆ่าคนตายอย่างนั้น ไม่มีทางที่จะบรรทุกศพเร่ไปเร่มาคนที่กระทำผิดจะต้องฝังศพหรือลากศพทิ้งริมถนนตั้งแต่ในพื้นที่ อ.ลานสกา คนเมืองคอนจึงสงสัยว่าศพสามเณรปลื้มอาจจะถูกฝังที่บริเวณวัดคีรีกัรฑ์ หรอจุดใดจุดหนึ่งใน อ.ลานสกา เมื่อถูกจับจึงนำมาจุดศพกลางวัดวังตะวันตก ซึ่งสงสัยว่าจะเป็นศพใครอีกศพหนึ่งที่ถูกฆ่าตายแล้วฝังไว้ในจุดดักล่าว”
ทางด้าน พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ กล่าวว่า ตำรวจส่งไปตรวจทั้งของพ่อ แม่และสามเณรปลื้ม และได้ประสานสอบถามไปทางท่านผู้การ ฯกองพิสูจน์หลักฐาน 10 จ.สุราษฏร์ท่านก็ยืนยันว่าดีเอ็นเอศพกับแม่สามเณรปลื้มตรงกัน มีความสัมพันธ์กัน ส่วนของพ่อสามเณรปลื้มกำลังรอผลอยู่ ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าไม่ตรงกันไม่ทราบว่ามาจากไหน อย่างไรก็ตามจะต้องรอผลที่เป็นเอกสารหลักฐานจากกองพิสูจน์หลักฐาน เพียงแต่ได้มีการแจ้งผลด้วยวาจากันเท่านั้นผลดีเอ็นเอถูกต้องตรงกัน
ภาพ/ข่าว ไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
