- 27 มิ.ย. 2560
แชร์ |
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
นิคมฝายแก้ว จังหวัดน่าน หนึ่งใน 10 นิคมโรคเรื้อน ที่ได้รับการประกาศยกเลิกการเป็นสถานสงเคราะห์ และในวันนี้ นายแพทย์สุเทพ เพชรมาก รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อสรุปบทเรียนและจัดทำแผนเพื่อพัฒนานิคมโรคเรื้อน หลังจากประกาศยกเลิกการเป็นสถานสงเคราะห์ พร้อมลงพื้นที่นิคมฝายแก้ว จังหวัดน่าน เพื่อเยี่ยมเยือนประชาชนและติดตามประเมินผล เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิกในนิคม โดยมีสถาบันราชสมาประชาสมาลัย กรมควบคุมโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน กรมธนารักษ์ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และตัวแทนผู้ประสบปัญหาจากโรคเรื้อน รวมกว่า 60 คน เข้าร่วมประชุม และร่วมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากนิคมโรคเรื้อนต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งโครงการบูรณาการนิคมโรคเรื้อน กรมควบคุมโรค โดยสถาบันราชประชาสมาลัย สำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขตต่างๆ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมมือกันดำเนินงานส่งเสริมและสนับสนุนให้สมาชิกนิคม ได้มีการพัฒนาให้เป็นชุมชนทั่วไป สมาชิกได้มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเข้าถึงการพัฒนากระแสหลักเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป ภายใต้การมีส่วนร่วมของชุมชนและสมาชิกในนิคม ตามหลักการฟื้นฟูสภาพโดยชุมชน หรือ CBR และผลการดำเนินงานร่วมกันมีนิคมโรคเรื้อนที่ได้รับการประเมิน และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มีประกาศยกเลิกการเป็นสถานสงเคราะห์รวม 10 แห่ง ประกอบด้วย นิคมปราสาท จ.สุรินทร์ นิคมดงทับ จ.จันทบุรี นิคมบ้านกร่าง จ.พิษณุโลก นิคมฝายแก้ว จ.น่าน นิคมหันเจริญ จ.มหาสารคาม นิคมอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ นิคมโนนสมบูรณ์ จ.ขอนแก่น นิคมเสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด นิคมแม่ทะ จ.ลำปาง และนิคมพุดหง จ.นครศรีธรรมราช หลังการประชุมเชิงปฏิบัติการ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมผู้เข้าร่วมประชุม ได้เดินทางไปยังนิคมฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เพื่อเยี่ยมเยือนประชาชนในนิคมและติดตามประเมินผล เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิกในนิคมฝายแก้ว ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและพัฒนาให้เป็นชุมชนทั่วไป ซึ่งกรมควบคุมโรค โดยสถาบันราชประชาสมาลัย ได้เห็นความสำคัญของการสรุปบทเรียนการบูรณาการนิคม และการจัดทำแผนพัฒนานิคมในระยะยาว ทั้งนี้เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และมีแผนปฏิบัติการอันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงาน การติดตามประเมินผล เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของอดีตสมาชิกในนิคมต่าง ๆ อย่างยั่งยืนต่อไป
สำหรับ โรคเรื้อนเป็นโรคที่รักษาให้หายได้ แต่ต้องได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มเป็น ต้องรับประทานยาสม่ำเสมอ รักษาความสะอาดของร่างกาย รวมถึงรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง และโรคเรื้อนไม่ใช่กรรมพันธุ์แต่ติดต่อโดยการสัมผัส และขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของร่างกาย ถ้าภูมิต้านทานร่างกายปกติแม้ได้รับเชื้อโรคเรื้อน แล้วก็จะไม่เป็นโรคนี้ ส่วนการรักษาในปัจจุบัน มีการใช้ยาที่มีประสิทธิภาพ โดยเริ่มจากการวินิจฉัยโรคซึ่งมี หลากหลายวิธีเช่น การตรวจรอยโรคผิวหนังที่มี ลักษณะเฉพาะของโรคเรื้อน การใช้วิธีกรีดผิวหนัง (slit skin smear) ไปทำการย้อมด้วยสีทนกรด (acid fast stain)หรือใช้วิธีตัดชิ้นเนื้อไปดูพยาธิสภาพ (biopsy) การรักษาโรคเรื้อน หากผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยและรักษาโดยเร็วตั้งแต่แรกก็จะสามารถ ป้องกันผู้ป่วยจากความพิการได้ แม้ว่าประเทศไทยจะได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลกว่า เป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการควบคุมโรคเรื้อน แต่ทุกคนจะต้องไม่ประมาท และควรมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเชื้อโรคสามารถพบได้ไม่จำกัดภูมิภาคจึงควรเร่งค้นหาผู้ป่วยที่อาจเหลือในชุมชน กลุ่มแรงงานต่างด้าว กลุ่มชาวไทยภูเขาซึ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลมีความยากลำบากในการเดินทาง เพื่อเข้ารับการรักษาการรักษาโรคตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยลดความพิการและเมื่อรักษาอย่างต่อเนื่องก็สามารถหายขาดได้ ส่งผลให้เกิดความยั่งยืนในการควบคุมและกำจัดโรคเรื้อนให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทยได้
นอกจากนี้ นายแพทย์สุเทพ เพชรมาก รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้กล่าวว่า หลังการประกาศยกเลิกการเป็นสถานสงเคราะห์ ทำให้สมาชิกที่อาศัยอยู่ในนิคมฯ 10 แห่ง จำนวน 1,825 คนและครอบครัว ได้รับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป และประการสำคัญคือ ไม่ถูกเลือกปฏิบัติและถูกตีตราจากโรคเรื้อน ทุกคนจะได้รับการดูแลอย่างดีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อบต. เทศบาล กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มาให้ความ สิ่งสำคัญที่ทุกคนได้รับในวันนี้คือ ทุกคนมีศักดิ์ศรีของการเป็นมนุษย์เท่ากับประชาชนทั่วไป มีสิทธิเสรีภาพ และมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ทัดเทียมกับบุคคลทั่วไปในสังคม และสามารถดำรงชีพอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไปด้วย
**********************
ณชญาดา บุญยะกาญจน์///
นักข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดน่าน //// รายงาน
27 มิถุนายน 2560
