- 27 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 27 มิ.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวได้พบข้อความบนสังคมโลกออนไลน์ ที่มีผู้ใช้ชื่อว่า Suphee SudSanguan โดยได้โพสต์ข้อความว่า “ การเยี่ยมบ้านของนักเรียนในวันนี้เป็นอันเสร็จสมบูรณ์ นร. 15 คน ทำให้เห็นถึงความแตกต่างของ นร. แต่ละคน สำหรับ เด็กชายคนนี้ ( ขอสงวนชื่อ) ชีวิตของเขาน่าส่งสารมากๆ เพราะตอนเขาอายุได้ขวบกว่าๆ แม่ของเขาต้องมาประสบอุบัติเหตุโดยถูกฟ้าผ่าทำให้เสียชีวิต ส่วนพ่อก็หายสาบสูญ ไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร เขาต้องอยู่แต่กับตายาย ซึ่งอายุมากแล้ว ฐานะทางบ้านก็ต้องหารับจ้าง หรือยายหาของป่ามาขาย เพื่อซื้อข้าวกิน และเป็นค่าขนมให้หลานไป รร.แต่ละวัน บางวันก็ไม่มีเงินจะให้ สำหรับเสื้อผ้านอกจากทาง รร.แจกงบให้ซื้อชุดแล้ว บางครั้งก็มีผู้ใจบุญนำมาบริจาคให้ ตายายอายุมากแล้ว ยังมองอนาคตของหลานไม่ออก ในวันหน้า รู้แต่ว่า ส่งให้หลานให้เรียนให้จบชั้น ป 6. ก่อน ตอนนี้กำลังอยู่ชั้น ป.2 การเรียน ก็พออ่านออกเขียนได้ ได้ฟังเรื่องราว ของเด็กชายคนนี้ รู้สึกสงสารจับใจ และเป็นห่วงอนาคตในวันหน้า เราเป็นครู จะพยายามส่งเสริมเด็กทุกคนให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ อ่าชีวิคของแต่ละคน เลือกเกิดไม่ได้ แต่เกิดมาบนโลกนี้แล้วต้องเอาตัวให้รอด และต้องสู้ต่อไป ขอเป็นกำลังใจให้น้อง และจะขอชี้แนะส่งเสริมให้น้องได้เรียนสูงๆ เท่าที่เราพึงทำได้ “
ต่อมาผู้สื่อข่าวจึงได้ไปสืบเสาะจนรู้ชื่อที่อยู่ จากนั้นจึงได้ติดตามไปยังบ้านเลขที่ 93 หมู่ที่ 3 บ้านกะเพอโร ต.ตาวัง อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านของเด็กชายเมธาสิทธิ์ ไชยชาญ หรือ “น้องติงลี่” อายุ 8 ขวบ นักเรียนชั้น ป.2 โรงเรียนบ้านตาวัง อ.บัวเชด ตามที่สังคมสื่อออนไลน์ได้โพสต์ข้อความถึงชีวิตที่เลือกเกิดไม่ได้ของเด็กชายคนนี้ จึงทำให้”น้องติงลี่”ไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าพ่อมาตั้งแต่เกิด คงมีแต่ตาและยายเลี้ยงดูมาตลอด ซึ่ง”น้องติงลี่” มักจะบอกเสมอว่า คิดถึงพ่อ อยากเห็นหน้าพ่อ และอยากให้พ่อกลับมา โดยทั้งหมดพักอาศัยอยู่ในบ้านไม้ที่ยกสูง โดยชั้นบนเป็นห้องนอน ซึ่งมีแต่เพียงหมอนมุ้งเก่าๆเท่านั้น
โดยนายบุญเรือน ไชยชาญ อายุ 60 ปี และ นางไร ไชยชาญ อายุ 58 ปี ซึ่งเป็นตาและยายของ”น้องติงลี่” ทั้งสองมีอาชีพรับจ้างทั่วไป โดยตาจะออกไปทำงานรับจ้างปลูกมัน ส่วนยายก็จะมีหน้าที่ออกไปหาไข่มดแดงและหน่อไม้มาขาย เพื่อหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว บางวันก็ขายได้ บางวันก็ขายไม่ได้ ทำให้รายได้เฉลี่ยต่อวันของทั้งสองมีรายได้เพียงวันละ 100-200 บาท โดย”น้องติงลี่” จะได้ค่าขนมจากยายให้ไปโรงเรียนวันละ 10 บาท ซึ่งบางวันก็ไม่ได้เงินไปโรงเรียน เพราะตาไม่มีงานทำและยายก็ขายของไม่ได้ และจะต้องปั่นจักรยานไปโรงเรียนเองทุกวัน ซึ่งระยะทางจากบ้านไปโรงเรียนประมาณ 1 กิโลเมตรเศษ
ด้านนายสุภีร์ สุดสงวน ซึ่งเป็นครูประจำชั้นของเด็กชายเมธา ไชยชาญ หรือ “น้องติงลี่” ก็ได้เปิดเผยว่า ข้อความที่ปรากฏบนสังคมโลกออนไลน์ ซึ่งตนเป็นคนโพสต์เรื่องดังกล่าวนี้เอง เนื่องจากในวันนั้นได้ไปตรวจเยี่ยมดูความเป็นอยู่ของเด็กนักเรียน ซึ่งตนในฐานะเป็นครูประจำชั้น และได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กชายเมธาแล้ว รู้สึกสงสารจับใจ จึงได้โพสต์ระบายลงไปในเฟซบุ๊ค โดยตั้งใจอยากจะให้มีคนเห็นใจและให้ความช่วยเหลือเด็กเท่านั้นเอง ซึ่งในวันนี้ตนก็รู้สึกดีใจที่มีสื่อมวลชนสนใจที่จะเข้ามาช่วยเหลือเด็กในครั้งนี้
โดยในวันนี้ทางด้าน นางสาวพิมลพรรณ เพิ่มทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านตาวัง ต.ตาวัง ก็ได้ออกมาเยี่ยมบ้านของ”น้องติงลี่” ด้วย ซึ่งนางสาวพิมลพรรณ ก็ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องนี้ตนได้รับรายงานจากครูประจำชั้นแล้ว และตนก็ได้รายงานเรื่องนี้ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 ให้ทราบแล้ว ซึ่งหลายฝ่ายกำลังหาทางช่วยเหลืออยู่ โดยในเบื้องต้นขณะนี้ ตนจะไปเปิดบัญชีธนาคารเพื่อจัดตั้งเป็นกองทุนให้กับเด็ก โดยจะมีคณะกรรมการร่วมดูแลหลายฝ่าย เพื่อที่ในอนาคตเด็กจะได้มีทุนการศึกษาเก็บไว้ เด็กจะได้เรียนต่อในระดับสูงต่อไป เพราะตาและยายก็ไม่รู้ว่าจะหาเลี้ยงได้อีกนานแค่ไหน เพราะต่างก็อายุมากแล้ว พ่อและแม่เด็กก็ไม่มี จึงน่าเป็นห่วงอนาคตของเด็กเป็นอย่างมาก ซึ่งหากท่านใดมีจิตกุศล อยากจะช่วยเหลือเด็ก ก็สามารถติดต่อมาที่ตนได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 084-472-2430 ได้ทุกวัน เพื่อที่เด็กจะได้มีทุกการศึกษาในอนาคตต่อไป
ภาพ/ข่าว ชูชัย ดำรงสันติสุข ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
