ลุกฮือ...ขอความเป็นธรรม!! กลุ่มชุมชนชาวบ้านสุรินทร์กว่า 36 หลังคาเรือน ร้องขอความเป็นธรรม ขอพื้นที่ทำกินหลังเรื่องเงียบหายไปนาน

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

นายอรรถพรสิงหวิชัยผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์พร้อมด้วยนายกฤษณุเหลืองพิบูลกิจนายอำเภอเมืองสุรินทร์รุดเข้าเจรจากลุ่มชาวบ้าน ชุมชนป่าโคกโชค ตำบลคอโคอำเภอเมืองจังหวัดสุรินทร์ หลังกลุ่มชาวบ้านได้ยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมไปยังกรมการปกครอง เพื่อขอความเป็นธรรมในการครอบครองที่ดินเพื่อทำกินหลังเรื่องเงียบหายไปนาน

นางสุกานดาพูลดีแกนนำกลุ่มชาวบ้านเล่าว่า ตนและชาวบ้านได้ยื่นหนังสือ ต่อหน่วยงานรัฐหลายครั้งแล้วแต่ก็ไม่เป็นผลไม่มีหน่วยงานไหนยื่นมือเข้ามาช่วย เพราะที่ดินพื้นนี้ตนและชุมชนชาวบ้านได้ครอบครองที่ทำกินมานานหลายสิบปีแล้ว ตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย แถมยังถูกขับไล่ อีกต่างหาก ตนและกลุ่มชาวบ้านจึงไม่พอใจ จึงได้ ยื่นหนังสือเรียกร้องขอความเป็นธรรมในครั้งนี้อีกครั้ง

ลุกฮือ...ขอความเป็นธรรม!! กลุ่มชุมชนชาวบ้านสุรินทร์กว่า 36 หลังคาเรือน ร้องขอความเป็นธรรม ขอพื้นที่ทำกินหลังเรื่องเงียบหายไปนาน

ลุกฮือ...ขอความเป็นธรรม!! กลุ่มชุมชนชาวบ้านสุรินทร์กว่า 36 หลังคาเรือน ร้องขอความเป็นธรรม ขอพื้นที่ทำกินหลังเรื่องเงียบหายไปนาน

ลุกฮือ...ขอความเป็นธรรม!! กลุ่มชุมชนชาวบ้านสุรินทร์กว่า 36 หลังคาเรือน ร้องขอความเป็นธรรม ขอพื้นที่ทำกินหลังเรื่องเงียบหายไปนาน

นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ได้เข้าพบปะและเจรจากับกลุ่มชุมชนชาวบ้านว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์จะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย เเต่ต้องเป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง และให้สิทธิ์เท่าเทียมกัน

ลุกฮือ...ขอความเป็นธรรม!! กลุ่มชุมชนชาวบ้านสุรินทร์กว่า 36 หลังคาเรือน ร้องขอความเป็นธรรม ขอพื้นที่ทำกินหลังเรื่องเงียบหายไปนาน

ลุกฮือ...ขอความเป็นธรรม!! กลุ่มชุมชนชาวบ้านสุรินทร์กว่า 36 หลังคาเรือน ร้องขอความเป็นธรรม ขอพื้นที่ทำกินหลังเรื่องเงียบหายไปนาน

ลุกฮือ...ขอความเป็นธรรม!! กลุ่มชุมชนชาวบ้านสุรินทร์กว่า 36 หลังคาเรือน ร้องขอความเป็นธรรม ขอพื้นที่ทำกินหลังเรื่องเงียบหายไปนาน

นายกฤษณุ เหลืองพิบูลกิจ นายอำเภอเมืองสุรินทร์ ได้กล่าวเสริมเบื้องต้นอีกว่า สวนทางอำเภอเมืองสุรินทร์ ก็ไม่ได้นิ่งดูดายและเมินเฉย แต่อยากให้พี่น้องชุมชน ชาวบ้านต้องเห็นใจ ในการทำงานของหน่วยงานรัฐบ้าง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ต้องเป็นไปตามนโยบาย ผ่านกระบวนการอีกหลายขั้นตอน ซึ่งต้องมีการประชาคมอีกหลายฝ่าย เพราะเป็นพื้นที่ที่ชุมชนชาวบ้าน มาจับจองครอบครองอยู่นี้ ซึ่งเป็นพื้นที่ของสาธารณะ มิใช่ใครกลุ่มหนึ่งจะมาครอบครองก็ได้ แต่เรื่องนี้ทางอำเภอเมืองสุรินทร์ และทางผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ได้ทราบปัญหาของชุมชนชาวบ้านแล้ว น่าจะอีกไม่นานคงได้คำตอบให้ชุมชนชาวบ้าน ให้มีความพึงพอใจ คาดว่าอีกคงไม่นาน

ลุกฮือ...ขอความเป็นธรรม!! กลุ่มชุมชนชาวบ้านสุรินทร์กว่า 36 หลังคาเรือน ร้องขอความเป็นธรรม ขอพื้นที่ทำกินหลังเรื่องเงียบหายไปนาน

ลุกฮือ...ขอความเป็นธรรม!! กลุ่มชุมชนชาวบ้านสุรินทร์กว่า 36 หลังคาเรือน ร้องขอความเป็นธรรม ขอพื้นที่ทำกินหลังเรื่องเงียบหายไปนาน

ลุกฮือ...ขอความเป็นธรรม!! กลุ่มชุมชนชาวบ้านสุรินทร์กว่า 36 หลังคาเรือน ร้องขอความเป็นธรรม ขอพื้นที่ทำกินหลังเรื่องเงียบหายไปนาน

ภาพ/ข่าว รมิตา สิงหเสรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดสุรินทร์