เตรียมตัวให้พร้อม!? สวนสัตว์เชียงใหม่ได้สมาชิกใหม่ "พญากระรอกดำยักษ์"  เป็นกระรอกชนิดหนึ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก เตรียมเปิดให้เข้าชม(คลิป)

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

วันที่ 28 มิย. 2560  นายนิพนธ์ วิชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ บอกว่า ทางสวนสัตว์ ได้สมาชิกใหม่ เป็นพญากระรอกดำยักษ์(พะแมว) จำนวน 5 ตัว เป็นตัวเมีย  1 ตัว และเป็นตัวผู้ 4 ตัว ซึ่งพญากระรอกดำยักษ์นี้เป็นสัตว์สงน หายาก ใกล้ศูนย์พันธ์ นับว่าเป็ฯสัตว์ที่มีความน่ารักและมีความแปลก ทั้งนี้ก็จะได้ทำการขยายพันธ์ พร้อมให้ประชาชนนักเรียน นักศึกษา มาเรียนรู้ดูว่าสัตว์ชนิดนี้กับธรรมชาติเป็นอย่างไร และได้เตรียมความพร้อมที่จะเปิดให้เข้าชมเร็วๆนี้

เตรียมตัวให้พร้อม!? สวนสัตว์เชียงใหม่ได้สมาชิกใหม่ "พญากระรอกดำยักษ์"  เป็นกระรอกชนิดหนึ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก เตรียมเปิดให้เข้าชม(คลิป)

ซึ่งพญากระรอกดำ (อังกฤษ: Black giant squirrel, Malayan giant squirrel; ชื่อวิทยาศาสตร์: Ratufa bicolor) เป็นกระรอกชนิดหนึ่ง ที่อยู่ในวงศ์ย่อยพญากระรอก (Ratufinae) เป็นกระรอกชนิดหนึ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นกระรอกชนิดที่ใหญ่ที่สุดที่พบในประเทศไทย หางยาวเป็นพวง ขนตามลำตัวและหางสีดำสนิท บางตัวอาจมีสะโพก หรือโคนหางออกสีน้ำตาล ขนบริเวณแก้มและท้องสีเหลือง เท้าหน้ามี 4 นิ้ว เท้าหลังมี 5 นิ้ว เล็บยาวและโค้งช่วยในการยึดเกาะต้นไม้ และสะดวกในการเคลื่อนไหวไปมา ขนาดโตเต็มที่มีความยาวลำตัวและหัว 33-37.5 เซนติเมตร ความยาวหาง 42.5-46 เซนติเมตร น้ำหนัก 1-1.6 กิโลกรัม พญากระรอกดำ (Black giant squirrel) ในประเทศไทยมักพบ ในบริเวณ แคมป์บ้านกร่าง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

เตรียมตัวให้พร้อม!? สวนสัตว์เชียงใหม่ได้สมาชิกใหม่ "พญากระรอกดำยักษ์"  เป็นกระรอกชนิดหนึ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก เตรียมเปิดให้เข้าชม(คลิป)

มีการกระจายพันธุ์ในแคว้นอัสสัม ของอินเดีย, ภาคตะวันออกของเนปาล, ภาคใต้ของจีน, พม่า, ไทย, ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม, มาเลเซีย, เกาะสุมาตรา, เกาะชวา, เกาะบาหลี มีทั้งหมด 10 ชนิดย่อย มีพฤติกรรมมักอาศัยอยู่ในป่าที่มีเรือนยอดไม้สูง เช่น ป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง มักพบเห็นอยู่ตามเรือนยอดไม้ที่รกทึบและใกล้ลำห้วย หากินในเวลากลางวันและหลับพักผ่อนในเวลากลางคืน มีความปราดเปรียวว่องไว สามารถกระโดดไปมาบนยอดไม้ได้ไกลถึง 22 ฟุต ปกติจะอาศัยอยู่ตามลำพัง ยกเว้นในฤดูผสมพันธุ์หรือมีลูกอ่อนที่อาจเห็นเป็นคู่หรือเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ผสมพันธุ์ได้เมื่ออายุได้ 2 ปี ตั้งท้องนาน 28 วัน ออกลูกครั้งละ 1-2 ตัว โดยที่ตัวเมียมีเต้านมทั้งหมด 3 คู่ รังสร้างขึ้นโดยการนำกิ่งไม้สดมาขัดสานกันคล้ายรังนกขนาดใหญ่ และอาจจะมีรังได้มากกว่าหนึ่งรัง ปัจจุบันมีผู้สามารถเพาะขยายพันธุ์ได้ที่เลี้ยงได้แล้ว และนิยมเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงพญากระรอกดำ ยังมีชื่อเรียกอื่นอีกว่า "กระด่าง" ในภาษาใต้เรียก "พะแมว.

ภาพ/ข่าว ฟงหวิน ศักดิ์อัศวิน  สำนักข่าวทีนิวส์  จ เชียงใหม่