- 28 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่ได้มีการโพสต์ภาพเหตุการณ์อุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำบนถนนอ้อมค่ายวชิราวุธ ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2560 ลงในเฟซบุ๊กของผู้ที่ใช้ชื่อว่า “Suthep Manop”พร้อมข้อความระบุว่าชายแต่งเครื่องแบบคล้ายทหารได้เข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่ติดในซากรถและแอบฉกเอากระเป๋าสตางค์ของผู้บาดเจ็บไป แต่โชคดีที่มีนายวัชระ ถาวรพราหมณ์ หรือ “ส.จ.เปิ้ล” ส.อบจ.นครศรีธรรมราช เขต อ.เมือง ได้เข้าไปถลกเสื้อทหารพบกระเป๋าสตางค์ของผู้บาดเจ็บเหน็บอยู่จึงนำกลับมาคืนผู้บาดเจ็บ
โดยชาวโลกโซเชี่ยลได้เข้ามาชม แชร์ และแสดงความคิดเห็นตำหนิ ประณามคนที่แต่งกายคล้ายทหารที่หากินโดยการฉวยโอกาสฉกกระเป๋าสตางค์ของผู้ประสบอุบัติเหตุรถชน ในขณะที่ยกย่องชื่นชมนายวัชระ หรือ ส.จ.เปิ้ล ที่กล้าหาญไปนำกระเป๋าสตางค์จากชายคล้ายทหารนายดังกล่าวมาคืนให้กับผู้บาดเจ็บ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
วันที่ 28 มิ.ย.2560 หลังจากข่าวถูกเผยแพร่ทาวงสื่อมวลชนทำให้ชาวโลกโซเชี่ยลเข้ามาม แชร์ และแสดงความคิดเห็นเพิ่มมากขึ้น พร้อมเรียกร้องให้ผู้บังคับบัญชาฝ่ายทหารเร่งตรวจสอบว่าทหารนายดังกล่าวเป็นใคร สังกัดไหน เพื่อเอาผิดทางวินัยเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป เพราะอาจจะฉวยโอกาสฉกทรัพย์ของผู้ที่ประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บหรือเสียชีวิตรายอื่น ๆ ต่อไปก็ได้ นอจากนี้ยังเรียกร้องให้ผู้บาดเจ็บในฐานะผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีกับชายที่แต่งกายคล้ายทหาร แม้จะได้กระเป๋าสตางค์คืนมาแล้วแต่ถือว่าเป็นการจงใจกระทำผิดและทำผิดสำเร็จแล้ว
ทางด้านนายวัชระ ถาวรพราหมณ์ หรือ ส.จ.เปิ้ล เปิดเผยว่าในวันเกิดเหตุตนได้ขัยรถยนต์ตามหลังรถคชันที่เกิดเหตุระยะห่างกันไม่มากนัก เมื่อรถยนต์คันที่วิ่งอยู่ด้านหน้าตนเสียหลักพลิกตะแคงขวาขวางถนน ได้รับเสียหายยับเยิน ตนและลูกน้องที่มาด้วยจึงจอดรถรีบวิ่งไปช่วยคนเจ็บ โดยมีน้องทหารที่ขับรถยนต์ตามหลังตนมาจอดรถวิ่งตามไปที่รถคันที่เกิดเหตุด้วย จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบผู้บาดเจ็บติดอยู่ในรถ2 คนและไม่สามารถปีนออกมาทางประตผูด้านบนได้ ตนและน้องทหารจึงปีนขึ้นไปเปิดประตูรถคันเกิดเหตุด้านซ้ายซึ่งพลิกอยู่ด้านบน โดยตนได้ให้น้องทหารหน่อยตัวเข้าไปในรถเพื่อช่วยอุ้มผู้บาดเจ็บส่งขึ้นมาทางประตูข้างบน โดยตนและลูกน้องรอรับดึงร่างผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นผู้ชายออกมาได้เป็นคนแรก ต่อด้วยผู้บาดเจ็บที่เป็นผู้หญิงก็สามารถช่วยเหลือดึงออกมาได้เป็นผลสำเร็จ
ต่อมาเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิไต้เต็กตึ้งและมูลนิธิประชาร่วมใจมาถึงและเข้าช่วยเหลือปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน และจะนำไปส่งโรงพยาบาล ฯแต่ผู้บาดเจ็บที่เป็นผู้หญิงบอกว่ามีการฉวยโอกาสหยิบกระเป๋าสตางค์ไป 1 ใบในกระเป๋ามีเงินอยู่ 2-3 หมื่นบาท ส่วนกระเป๋าใบใหญ่ที่มีเงินอยู่นับแสนบาทยังอยู่ที่ผู้บาดเจ็บที่เป็นผู้หญิง หากไม่ได้กระเป๋าคืนจะไม่ยอมไปโรงพยาบาล ซึ่งตนก็ไม่ได้คาดคิดว่ามีใครแอบฉกกระเป๋าของผู้บาดเจ็บ แต่คิดว่ากระเป๋าอาจจะตกหล่นอยู่ภายในรถหรือในบริเวณที่เกิดเหตุ ตนจึงให้ลูกน้องช่วยหากระเป๋าแต่ไม่พบ จนกระทั้งลูกน้องของตนคนหนึ่งมากระซิบบอกว่าตอนที่น้องทหารลงไปช่วยเหลอผู้บาดเจ็บภายในรถที่ประสบอุบัติเหตุเห็นน้องทหารนายดังกล่าวหยิบวัตถุบางอย่างเหน็บไว้ที่เอวด้านหลังและเอาชายเสื้อลงมาปิดทับเอาไว้ น่าจะเป็นกระเป๋าสตางค์ของผู้บาดเจ็บก็เป็นได้ ในขณะที่น้องทหารคนดังกล่าวได้เดินข้ามถนนไปติดเครื่องรถยนต์เพื่อจะขับออกไปจากบริเวณที่เกิดเหตุ ตนจึงติดตามไปสอบถามว่าเห็นกระเป๋าสตางค์ของผู้บาดเจ็บบ้างหรือไม่ น้องทหารตอบว่าไม่เห็น
ส.จ.เปิ้ล กล่าวอีกว่า ตนสังเกตเห็นว่าบริเวณเอวด้านหลังลักษณะนูน ๆ เชื่อว่าเป็นประเป๋าสตางค์ ของผู้บาดเจ็บอย่างแน่นอน จึงออกอุบายว่าอย่าเพิ่งไปขอให้มาช่วยกันค้นหากระเป๋าสตางค์ของผู้บาดเจ็บก่อน น้องทหารจึงยอมเดินกลับมาทำทีช่วยค้นหาตนจึงฉวยโอกาสถลกชายเสื้อดึงกระเป๋าสตางค์จากเอวของน้องทหารมาถือไว้ พร้อมกล่าวว่าอย่าเอาของเขาเลย เขาบาดเจ็บและรถก็เสียหายมาก พี่ขอสักครั้งนะ พี่เป็น ส.จ.ในพื้นที่นี้กล่าวจบตนก็นำกระเป๋าสตางค์กลับมาคืนให้ผู้หญิงที่บาดเจ็บ และหลังได้กระเป๋าคืนผู้หญิงที่บาดเจ็บก็ยินยอมไปโรงพยาบาลกับหน่วยผู้ภัย สวนน้องทหารรีบขับรถออกไปจากบริเวณะเกิดเหตุ
“ผมไม่คิดว่าน้องทหารเค้าจะมีพฤติกรรมเช่นนี้ เพราะตอนแรกเค้าก็ลงไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่ออกมาจากซากรถ แต่เมื่อผู้บาดเจ็บบอกว่ามีคนฉกกระเป๋าสตางค์ของเขาไป และลูกน้องมากระซิบบอกผมว่าเห็นน้องทหารหยิบอะไรบางอย่างเหน็บที่เอวด้านหลัง ตนก็กล้า ๆ กลัว ๆ เหมือนกันที่จะไปกล่าวหาทวงกระเป๋าคืนจากน้องทหาร ในขณะที่น้องทหารก็กำลังจะขับรถยนต์ออกไปจากที่เกิดเหตุ ตนจึงรวบรวมความกล้าเดินตามไปสอบถามพร้อมวางแผนหลอกให้เขาเดินกลับมาที่รถคันที่เกิดเหตุก่อนจะฉวยโอกาสถลกเสื้อของทหารจนพบกระเป๋าเหน็บอยู่จึงดึงออกมาและนำกลับไปให้ผู้หญิงที่บาดเจ็บ น้องทหารเขาดูไม่พอใจผมเหมือนกัน แต่ผมคิดอย่างเดียวว่าคนเขาประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บ รถพังเสียหายมาก ผู้บาดเจ็บเขาน่าสงสารมากและหากต้องมาเสียเงินในกระเป๋าไปอีกเป็นการซ้ำเติมเขา ผมรับไม่ได้จริง ๆ ที่สำคัญผมไม่คิดเลยว่าน้องที่เป็นทหารจะมีพฤติกรรรมอย่างนี้ เป็นทหารถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ควรจะช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน คำนึงถึงเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และบาปบุฯคุณโทษบ้าง แต่กลับมาฉวยโอกาสทำเรื่องน่าอับอายเสี่ยเอง”นายวัชระ หรือ ส.จ.เปิ้ล กล่าวในที่สุด.
ภาพ/ข่าว ไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
